Skip to content
Home » บทความ » จากความชอบเล็กๆ สู่เส้นทางอาชีพ วิธีสังเกตตัวเองตั้งแต่วัยเรียน

จากความชอบเล็กๆ สู่เส้นทางอาชีพ วิธีสังเกตตัวเองตั้งแต่วัยเรียน

จากความชอบเล็กๆ สู่เส้นทางอาชีพ วิธีสังเกตตัวเองตั้งแต่วัยเรียน

น้องๆ เคยสงสัยไหมครับว่า “เราชอบอะไรกันแน่” หรือ “เราจะไปทำอาชีพอะไรในอนาคต” คำถามเหล่านี้เป็นเรื่องปกติมากครับที่หลายคนจะนึกขึ้นมา แต่สิ่งสำคัญคือการที่เราจะลองสังเกตตัวเองให้เป็น และเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความรู้สึกนึกคิด ความสนใจ และความถนัดของตัวเองตั้งแต่อยู่ในวัยเรียน เพราะนี่คือรากฐานสำคัญที่จะนำพาเราไปสู่เส้นทางอาชีพที่ใช่และมีความสุขได้ในที่สุดครับ

ความชอบคืออะไร? และทำไมต้องใส่ใจ?

ความชอบคือสิ่งที่เราทำแล้วรู้สึกสนุก เพลิดเพลิน ไม่เบื่อหน่าย และบางครั้งก็อาจจะรู้สึกท้าทายแต่ก็พร้อมที่จะพยายามแก้ไขปัญหาหรือเรียนรู้เพิ่มเติม ความชอบอาจจะไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่โตเสมอไปครับ บางครั้งมันก็เป็นแค่เรื่องเล็กๆ เช่น ชอบอ่านหนังสือแนววิทยาศาสตร์ ชอบช่วยเพื่อนทำการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ ชอบวาดรูปเล่น ชอบเล่นเกมวางแผน หรือแม้แต่ชอบนั่งมองก้อนเมฆและจินตนาการเรื่องราวต่างๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณบอกใบ้ถึงตัวตนที่แท้จริงของเราครับ

การใส่ใจความชอบตั้งแต่เด็กๆ จะช่วยให้น้องๆ ได้พัฒนาศักยภาพไปในทิศทางที่ถูกต้อง และเป็นธรรมชาติ เพราะเมื่อเราทำในสิ่งที่ชอบ เรามักจะทำได้ดีกว่า และมีความสุขกับการเรียนรู้มากกว่า ทำให้เราไม่เหนื่อยง่าย และพร้อมที่จะลงลึกในรายละเอียดต่างๆ ได้ดีกว่าครับ

วิธีสังเกตตัวเองในวัยเรียน

พี่กฤษณ์มีข้อแนะนำดีๆ ให้น้องๆ ลองเอาไปใช้สังเกตตัวเองดูนะครับ

  • สังเกตสิ่งที่ทำให้เรา “อยู่กับมันได้นานๆ”

    อะไรคือกิจกรรมที่น้องๆ ทำแล้วลืมเวลาไปเลยครับ? บางคนอาจจะนั่งอ่านหนังสือการ์ตูนจนดึก บางคนอาจจะนั่งแก้โจทย์คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนจนกว่าจะเจอคำตอบ หรือบางคนอาจจะนั่งต่อเลโก้เป็นชั่วโมงๆ โดยไม่รู้สึกเบื่อเลย กิจกรรมเหล่านี้มักจะเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความสนใจลึกๆ ของเราครับ

    ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากน้องๆ สนุกกับการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ที่ต้องใช้ตรรกะและเหตุผลมากๆ เช่น การแก้สมการเชิงเส้นหลายตัวแปร

    2 x + 3 y = 7 4 x y = 1 2x + 3y = 7 \ 4x – y = 1

    การที่น้องๆ รู้สึกสนุกกับการคิดหาวิธีต่างๆ ทั้งการแทนค่า การกำจัดตัวแปร เพื่อให้ได้ค่าของ x และ y ที่ถูกต้อง ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าน้องๆ อาจจะมีทักษะและ Passion ในด้านการวิเคราะห์ การแก้ปัญหา ซึ่งสามารถต่อยอดไปในสายงานที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือการเงินได้ครับ

  • สังเกตสิ่งที่ทำให้เรา “อยากเรียนรู้เพิ่มเติมด้วยตัวเอง”

    มีเรื่องอะไรไหมครับที่น้องๆ รู้สึกว่าอยากจะหาข้อมูลเพิ่ม อยากจะไปลองทำเอง อยากจะศึกษาให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แม้จะไม่มีใครบังคับ เช่น ชอบดูสารคดีเกี่ยวกับอวกาศแล้วอยากไปอ่านหนังสือฟิสิกส์เพิ่มเติม หรือชอบเล่นเกมที่ต้องใช้การคำนวณทรัพยากรแล้วอยากไปลองศึกษาเรื่องเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ สิ่งเหล่านี้แสดงถึงความอยากรู้อยากเห็นที่แท้จริงครับ

    สำหรับวิชาคณิตศาสตร์ สมมติว่าน้องๆ เรียนเรื่องความน่าจะเป็น

    P ( A ) = จำนวนเหตุการณ์ที่สนใจ จำนวนเหตุการณ์ทั้งหมด P(A) = frac{text{จำนวนเหตุการณ์ที่สนใจ}}{text{จำนวนเหตุการณ์ทั้งหมด}}

    แล้วน้องๆ รู้สึกว่าเออ มันน่าสนุกดีนะ ถ้าเราจะลองเอาหลักการนี้ไปคำนวณความน่าจะเป็นของการถูกรางวัลลอตเตอรี่ (ถึงแม้ตัวเลขจะเยอะมาก) หรือความน่าจะเป็นของการชนะในเกมไพ่ต่างๆ การที่น้องๆ อยากจะขยายขอบเขตความรู้และนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริง ก็เป็นตัวบ่งชี้ที่ดีครับ

  • สังเกตสิ่งที่ทำให้เรา “ช่วยเหลือผู้อื่นได้ดี”

    น้องๆ เคยรู้สึกไหมครับว่าเราเก่งเรื่องอะไรเป็นพิเศษ และเพื่อนๆ มักจะมาขอความช่วยเหลือเรื่องนั้นๆ เสมอ เช่น เพื่อนมักจะมาขอให้ช่วยอธิบายเรื่องฟิสิกส์ หรือมาขอให้ช่วยตรวจงานเขียน หรือมาขอให้ช่วยแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ นี่คือจุดแข็งที่สำคัญที่สะท้อนถึงทักษะและความถนัดของเราครับ

    โดยเฉพาะในวิชาคณิตศาสตร์ ถ้าเพื่อนๆ มาขอให้เราช่วยอธิบายเรื่องฟังก์ชันกำลังสอง

    y = a x 2 + b x + c y = ax^2 + bx + c

    หรือการหาจุดยอดของพาราโบลา ถ้าเราสามารถอธิบายให้เพื่อนเข้าใจได้ง่ายๆ แถมยังสนุกกับการสอน นั่นแสดงว่าน้องๆ อาจจะมีพรสวรรค์ในการเป็นครู ติวเตอร์ หรือแม้แต่การเป็นนักวิจัยที่ต้องถ่ายทอดความรู้ให้กับผู้อื่นได้ดีครับ

  • สังเกตสิ่งที่ทำให้เรา “รู้สึกตื่นเต้นและอยากทำ”

    เมื่อมีกิจกรรมหรืองานอะไรเข้ามา เช่น โครงงานวิทยาศาสตร์ การแข่งขันตอบปัญหาวิชาการ หรือการประกวดวาดรูป มีเรื่องอะไรบ้างครับที่น้องๆ รู้สึกตื่นเต้นและอยากจะเข้าร่วมด้วยความกระตือรือร้น? ความตื่นเต้นนี้เป็นสัญญาณของความสนใจที่เข้มข้นครับ

  • สังเกต “ความรู้สึกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความล้มเหลว”

    เวลาที่เราทำอะไรบางอย่างแล้วไม่สำเร็จ สิ่งที่ชอบจริงๆ จะทำให้เราอยากจะลองใหม่ อยากจะหาวิธีแก้ไข อยากจะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้น ไม่ใช่แค่ยอมแพ้ไปง่ายๆ ครับ ความมานะอุตสาหะที่เกิดจากความชอบเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่มากครับ

จากความชอบสู่เส้นทางอาชีพ: ตัวอย่างและการประยุกต์ใช้

เมื่อเราสังเกตเห็นความชอบของตัวเองแล้ว สิ่งสำคัญต่อมาคือการพยายามเชื่อมโยงสิ่งเหล่านั้นเข้ากับสายอาชีพต่างๆ ครับ

  • ชอบตัวเลขและการคิดวิเคราะห์: ถ้าหากน้องๆ ชอบการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพีชคณิต แคลคูลัส เช่น การหาอนุพันธ์ของฟังก์ชัน f ( x ) = x 3 2 x 2 + 5 x 1 f(x) = x^3 – 2x^2 + 5x – 1 หรือการหาพื้นที่ใต้กราฟ หรือเรื่องของสถิติและความน่าจะเป็น น้องๆ อาจจะเหมาะกับอาชีพสายวิศวกรรมศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล นักคณิตศาสตร์ประกันภัย นักบัญชี นักการเงิน หรือแม้แต่นักวิจัย ซึ่งล้วนแล้วแต่ต้องใช้ทักษะการคิดวิเคราะห์และคำนวณขั้นสูงครับ
  • ชอบการสร้างสรรค์และออกแบบ: ถ้าชอบวาดรูป ชอบแต่งเรื่องราว ชอบการจัดวางองค์ประกอบต่างๆ น้องๆ อาจจะเหมาะกับอาชีพสายศิลปะ สถาปัตยกรรม นักออกแบบกราฟิก หรือแม้แต่นักพัฒนาเกมครับ
  • ชอบการแก้ปัญหาเชิงตรรกะและการเขียนโค้ด: ถ้าชอบการคิดอย่างเป็นระบบ ชอบหาทางออกให้กับปัญหาที่ซับซ้อนด้วยชุดคำสั่ง น้องๆ อาจจะเหมาะกับอาชีพสายโปรแกรมเมอร์ วิศวกรซอฟต์แวร์ หรือนักพัฒนาเว็บไซต์ครับ การคิดแบบมีตรรกะนี้ก็คล้ายกับการแก้ปัญหาในวิชาคณิตศาสตร์ที่ต้องคิดเป็นขั้นตอนเช่นกันครับ
  • ชอบช่วยเหลือผู้อื่นและทำงานร่วมกับคน: ถ้าชอบการสื่อสาร ชอบการให้คำแนะนำ ชอบการเป็นผู้นำหรือผู้ประสานงาน น้องๆ อาจจะเหมาะกับอาชีพสายครู แพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือผู้จัดการครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการค้นหาตัวเอง

บ่อยครั้งที่น้องๆ อาจจะพลาดโอกาสในการค้นหาความชอบและพัฒนาตัวเองไปในทิศทางที่ถูกต้อง เพราะข้อผิดพลาดเหล่านี้ครับ

  • ยึดติดกับคะแนนสอบมากเกินไป: คะแนนสอบเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่สะท้อนความเข้าใจในบทเรียน ณ ขณะนั้น ไม่ได้สะท้อนความสามารถและความชอบทั้งหมดของเราครับ บางครั้งวิชาที่เราไม่ได้คะแนนดีที่สุด อาจจะเป็นวิชาที่เรามีความสนใจลึกๆ ก็ได้ เพียงแค่ยังหาวิธีเรียนรู้ที่เหมาะสมไม่เจอครับ
  • ไม่กล้าลองทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ: การปิดกั้นตัวเองจากกิจกรรมใหม่ๆ จะทำให้น้องๆ พลาดโอกาสในการค้นพบสิ่งใหม่ๆ ที่อาจจะกลายเป็นความชอบที่ซ่อนอยู่ก็ได้ครับ
  • เปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น: น้องๆ ทุกคนมีความถนัดและความสนใจที่แตกต่างกันครับ การเปรียบเทียบตัวเองกับเพื่อนแล้วรู้สึกท้อแท้จะทำให้เรามองข้ามจุดแข็งของตัวเองไปครับ
  • คิดว่า “ความชอบ” ไม่สามารถเป็น “อาชีพ” ได้: หลายคนคิดว่าการทำในสิ่งที่ชอบเป็นแค่เรื่องเล่นๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ความชอบนี่แหละครับที่มักจะเป็นแรงผลักดันให้เราประสบความสำเร็จในอาชีพได้ดีที่สุด เพราะเราจะมีความสุขและมีพลังในการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

สรุปแนวคิดสำคัญ

การสังเกตตัวเองตั้งแต่วัยเรียนเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความพยายามครับ มันไม่ใช่เรื่องที่จะหาคำตอบได้ในวันสองวัน แต่มันคือการเรียนรู้และสำรวจตัวเองไปตลอดชีวิต ขอให้น้องๆ เปิดใจให้กว้าง ลองทำสิ่งต่างๆ ให้หลากหลาย ไม่ว่าจะเรียนวิชาอะไร ทำกิจกรรมอะไร หรือแม้แต่การเล่นเกม ลองถามตัวเองอยู่เสมอว่า “เราชอบอะไรตรงไหน” “อะไรที่ทำให้เรามีความสุขและรู้สึกอยากทำต่อ” และ “อะไรที่เราทำแล้วรู้สึกว่าเราทำได้ดีเป็นพิเศษ” การรู้จักตัวเองอย่างแท้จริงนี่แหละครับที่จะเป็นกุญแจสำคัญนำพาน้องๆ ไปสู่เส้นทางอาชีพที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขได้อย่างยั่งยืนครับ

ถ้าอ่านแล้วน้องๆ รู้สึกว่าอยากจะลองมาเรียนรู้คณิตศาสตร์ในแบบที่สนุกและเข้าใจง่ายขึ้น หรืออยากจะมาปรึกษาเรื่องแนวทางการศึกษาต่อ พี่กฤษณ์ก็ยินดีต้อนรับเสมอนะครับ น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลย มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และคอร์สตัวต่อตัว ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ของน้องๆ ทุกคนครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *