Skip to content
Home » บทความ » ถ้าเด็ก ม.ต้น ไม่เก่งคณิต ควรแก้พื้นฐานตรงไหนก่อนเพื่อกลับมาได้ทัน

ถ้าเด็ก ม.ต้น ไม่เก่งคณิต ควรแก้พื้นฐานตรงไหนก่อนเพื่อกลับมาได้ทัน

ถ้าเด็ก ม.ต้น ไม่เก่งคณิต ควรแก้พื้นฐานตรงไหนก่อนเพื่อกลับมาได้ทัน

น้องๆ ครับ การเรียนคณิตศาสตร์เปรียบเสมือนการสร้างบ้าน ถ้าเราตอกเสาเข็มไม่แน่น โครงสร้างฐานไม่แข็งแรง บ้านก็จะพังลงได้ง่ายๆ วิชาคณิตศาสตร์ก็เช่นกันครับ หากพื้นฐานไม่แน่น การเรียนเรื่องที่ยากขึ้นไปก็จะกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจยากและน่าเบื่อไปในที่สุด ดังนั้น การย้อนกลับไปทำความเข้าใจพื้นฐานที่ยังไม่แน่นให้ดีก่อน จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้น้องๆ กลับมาเก่งคณิตศาสตร์ได้อีกครั้งครับ

จุดที่ 1: การคำนวณจำนวนเต็ม เศษส่วน และทศนิยม (Number Systems & Operations)

นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดเลยครับ พี่กฤษณ์กล้าพูดเลยว่าปัญหาส่วนใหญ่ของน้องๆ ม.ต้น ที่เรียนคณิตศาสตร์ไม่รู้เรื่อง มักจะเริ่มต้นมาจากจุดนี้แหละครับ ถ้าเรายังบวก ลบ คูณ หาร จำนวนเต็ม เศษส่วน หรือทศนิยม ผิดๆ ถูกๆ เรื่องยากๆ อย่างสมการ พหุนาม หรือฟังก์ชัน ก็จะยิ่งยากขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว

สิ่งที่เราต้องทบทวนคือ:

  • การดำเนินการของจำนวนเต็ม: การบวก ลบ คูณ หาร จำนวนเต็ม โดยเฉพาะเรื่องเครื่องหมายบวกและลบ เช่น (5)+3=2(-5) + 3 = -2 หรือ (4)×(2)=8(-4) times (-2) = 8 ถ้าเครื่องหมายผิดตั้งแต่ตรงนี้ คำตอบก็จะผิดหมดเลยครับ
  • การดำเนินการของเศษส่วน: การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วน โดยเฉพาะการหา ครน. (คูณร่วมน้อย) ในการบวกและลบเศษส่วน หรือการกลับเศษเป็นส่วนในการหาร เช่น การคำนวณ 12+13frac{1}{2} + frac{1}{3} ที่ต้องเปลี่ยนให้ส่วนเท่ากันก่อน ถ้าเจอ 12÷34frac{1}{2} div frac{3}{4} น้องๆ ต้องแปลงเป็น 12×43frac{1}{2} times frac{4}{3} ก่อนครับ
  • การดำเนินการของทศนิยม: การบวก ลบ คูณ หาร ทศนิยม และการเปลี่ยนรูปจากทศนิยมเป็นเศษส่วน หรือเศษส่วนเป็นทศนิยมได้
  • ลำดับการดำเนินการ (Order of Operations): หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ PEMDAS/BODMAS คือต้องทำในวงเล็บ (Parentheses/Brackets) ก่อน จากนั้นเลขยกกำลัง (Exponents/Orders) การคูณและหาร (Multiplication and Division) จากซ้ายไปขวา และสุดท้ายคือการบวกและลบ (Addition and Subtraction) จากซ้ายไปขวาเสมอครับ ถ้าลำดับผิด คำตอบก็ผิดทันที

วิธีแก้ไข: ลองหยิบหนังสือคณิตศาสตร์ ป.5 ป.6 มาทบทวน หรือค้นหาแบบฝึกหัดพื้นฐานเยอะๆ มาลองทำ ทำซ้ำๆ จนคล่องครับ

จุดที่ 2: การจัดการกับนิพจน์พีชคณิตเบื้องต้น (Basic Algebraic Expressions)

เมื่อเราคล่องเรื่องตัวเลขแล้ว สเต็ปต่อไปก็คือการเริ่มนำตัวอักษรหรือตัวแปรเข้ามาใช้ครับ นั่นคือการเข้าสู่โลกของพีชคณิต

สิ่งที่เราต้องทบทวนคือ:

  • ความหมายของตัวแปร: เข้าใจว่าตัวแปร (เช่น x, y, a) คือสัญลักษณ์ที่ใช้แทนค่าที่ไม่ทราบค่า หรือค่าที่เปลี่ยนแปลงได้
  • การรวมพจน์ที่คล้ายกัน (Combining Like Terms): เช่น ถ้าเรามี 3x+5yx+2y3x + 5y – x + 2y เราต้องรู้ว่าพจน์ไหนคล้ายกันบ้าง แล้วนำสัมประสิทธิ์ของมันมาบวกหรือลบกัน นั่นคือ (3xx)+(5y+2y)=2x+7y(3x – x) + (5y + 2y) = 2x + 7y ครับ
  • การแทนค่าตัวแปร (Substitution): ถ้ากำหนดค่าตัวแปรมาให้ เช่น ถ้า x=5x=5 จงหาค่าของ 2x32x – 3 เราต้องแทน x ด้วย 5 ก็จะได้ 2(5)3=103=72(5) – 3 = 10 – 3 = 7
  • การกระจายและการแยกตัวประกอบเบื้องต้น: เช่น การกระจาย 2(x+3)2(x+3) เป็น 2x+62x + 6 หรือการแยกตัวประกอบ 3x+93x + 9 เป็น 3(x+3)3(x+3)

วิธีแก้ไข: ลองหาโจทย์ที่ไม่มีความซับซ้อนมากนัก ฝึกทำซ้ำๆ และทำความเข้าใจว่าทำไมต้องรวมพจน์แบบนี้ ทำไมต้องกระจายตัวเลขเข้าไปครับ

จุดที่ 3: การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว (Solving Linear Equations with One Variable)

หลังจากคล่องเรื่องนิพจน์แล้ว การแก้สมการก็เป็นอีกหนึ่งทักษะที่สำคัญมากครับ เพราะมันคือการหาค่าของตัวแปรที่ทำสมการเป็นจริง

สิ่งที่เราต้องทบทวนคือ:

  • หลักการสมมาตรของสมการ: ไม่ว่าจะทำอะไรกับฝั่งซ้ายของสมการ ก็ต้องทำอย่างเดียวกันกับฝั่งขวาเสมอ เพื่อรักษาสมดุลของสมการไว้
  • การย้ายข้าง: อันที่จริงแล้วการย้ายข้างก็คือการบวกหรือลบด้วยจำนวนเดียวกันทั้งสองข้างนั่นเองครับ เช่น ถ้าเรามี x+5=10x + 5 = 10 เราต้องการให้ x อยู่โดดๆ ก็ต้องเอา 5 ไปลบออกจากทั้งสองข้าง ได้เป็น x=105=5x = 10 – 5 = 5
  • การแก้สมการที่ซับซ้อนขึ้น: เช่น 2x+7=152x + 7 = 15 หรือ x34=1frac{x}{3} – 4 = 1 น้องๆ ต้องฝึกทำให้คล่อง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:

  • การเปลี่ยนเครื่องหมายผิด เมื่อย้ายข้างข้ามเครื่องหมายเท่ากับ
  • การลืมทำกับทั้งสองข้างของสมการ

วิธีแก้ไข: ค่อยๆ ทำทีละขั้นตอนอย่างใจเย็น ตรวจสอบคำตอบโดยการนำค่าที่ได้ไปแทนในสมการเดิมเพื่อดูว่าสมการเป็นจริงหรือไม่ครับ

จุดที่ 4: เลขยกกำลังและรากที่สอง (Exponents and Square Roots)

เลขยกกำลังและรากที่สองก็เป็นอีกเรื่องที่น้องๆ มักจะสับสน และเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะใช้ต่อยอดไปในเรื่องฟังก์ชันและอื่นๆ ครับ

สิ่งที่เราต้องทบทวนคือ:

  • ความหมายของเลขยกกำลัง: เข้าใจว่า ana^n คือ a คูณกัน n ครั้ง
  • กฎพื้นฐานของเลขยกกำลัง:
    • การคูณ: aman=am+na^m cdot a^n = a^{m+n} เช่น x2x3=x5x^2 cdot x^3 = x^5
    • การหาร: aman=amnfrac{a^m}{a^n} = a^{m-n}
    • การยกกำลังซ้อน: (am)n=amn(a^m)^n = a^{mn}
    • เลขยกกำลังที่เป็นศูนย์: a0=1a^0 = 1 (เมื่อ a0a neq 0)
  • รากที่สอง: เข้าใจว่า x=ysqrt{x} = y หมายถึง y2=xy^2 = x เช่น 25=5sqrt{25=5sqrt{25} = 5

วิธีแก้ไข: ฝึกเขียนและทำความเข้าใจกฎแต่ละข้อ พร้อมตัวอย่างประกอบเยอะๆ จะช่วยให้น้องๆ จำและนำไปใช้ได้อย่างถูกต้องครับ

จุดที่ 5: อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ (Ratios, Proportions, and Percentages)

เรื่องนี้สำคัญมากในการนำคณิตศาสตร์ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และเป็นพื้นฐานของโจทย์ปัญหาหลายๆ รูปแบบครับ

สิ่งที่เราต้องทบทวนคือ:

  • อัตราส่วน: การเปรียบเทียบปริมาณสองปริมาณขึ้นไป และการทำให้อัตราส่วนอยู่ในรูปอย่างง่าย
  • สัดส่วน: สมการที่แสดงการเท่ากันของอัตราส่วนสองอัตราส่วน และการแก้สัดส่วนเพื่อหาค่าที่ไม่ทราบค่า เช่น ถ้า 23=x9frac{2}{3} = frac{x}{9} น้องๆ ควรหาค่า x ได้
  • ร้อยละ: ความหมายของร้อยละ การคำนวณหาร้อยละ การเพิ่มขึ้นลดลงเป็นร้อยละ และการนำไปใช้ในโจทย์ปัญหา เช่น ราคาสินค้าลด 15% จะเหลือเท่าไหร่

วิธีแก้ไข: ลองหาโจทย์ปัญหาประยุกต์ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันมาทำดู จะช่วยให้น้องๆ เห็นภาพและเข้าใจการนำไปใช้ได้ดีขึ้นครับ

จุดที่ 6: เรขาคณิตเบื้องต้น (Basic Geometry)

แม้จะดูเหมือนแยกจากพีชคณิต แต่เรขาคณิตก็ใช้ทักษะการคำนวณและแก้สมการอยู่ไม่น้อยครับ

สิ่งที่เราต้องทบทวนคือ:

  • เส้นและมุม: ชนิดของมุม (มุมฉาก มุมแหลม มุมป้าน), ความสัมพันธ์ของเส้นขนานและเส้นตัดขวาง
  • รูปเรขาคณิตสองมิติ: คุณสมบัติของรูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม วงกลม และการคำนวณหาพื้นที่และเส้นรอบรูป เช่น พื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า =กว้าง×ยาว=text{กว้าง} times text{ยาว}
  • ปริมาตรและพื้นที่ผิว: รูปทรงเรขาคณิตสามมิติเบื้องต้น เช่น ลูกบาศก์ ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:

  • สับสนสูตรการหาพื้นที่และเส้นรอบรูป
  • ลืมหน่วยในการเขียนคำตอบ หรือใช้หน่วยผิด

วิธีแก้ไข: วาดภาพประกอบโจทย์เสมอ จะช่วยให้เห็นภาพและเข้าใจปัญหาได้ง่ายขึ้น พร้อมกับฝึกจำสูตรและนำไปใช้อย่างสม่ำเสมอครับ

แนวคิดสำคัญในการแก้ไขพื้นฐานให้กลับมาทัน

น้องๆ ครับ การแก้พื้นฐานไม่ได้หมายความว่าเราต้องย้อนกลับไปเรียนใหม่ทั้งหมดตั้งแต่ ป.1 นะครับ แต่คือการ เจาะจง ว่าเราไม่เข้าใจตรงไหน แล้วกลับไป ทำความเข้าใจ และ ฝึกฝน จุดนั้นเป็นพิเศษ

  • ระบุจุดอ่อน: เริ่มจากการทำแบบฝึกหัดเรื่องพื้นฐานในบทเรียนปัจจุบัน ถ้าข้อไหนทำไม่ได้ หรือไม่มั่นใจ ให้วงไว้ นั่นคือจุดที่ต้องกลับไปทบทวนครับ
  • เรียนรู้จากความผิดพลาด: อย่ากลัวการทำผิดครับ เพราะความผิดพลาดคือโอกาสในการเรียนรู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พยายามทำความเข้าใจว่าทำไมเราถึงผิด และจะแก้ไขได้อย่างไรในครั้งต่อไป
  • ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ: คณิตศาสตร์เป็นวิชาทักษะครับ เหมือนกับการเล่นดนตรีหรือกีฬา ยิ่งฝึกบ่อยเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเก่งและคล่องขึ้นเท่านั้น ไม่ต้องรีบร้อน แต่ให้ทำอย่างต่อเนื่องครับ
  • อย่าท่องจำอย่างเดียว: พยายามทำความเข้าใจว่าทำไมสูตรนี้ถึงเป็นแบบนี้ ทำไมวิธีนี้ถึงแก้ปัญหาได้ การเข้าใจหลักการจะช่วยให้น้องๆ สามารถประยุกต์ใช้กับโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นได้
  • หาคนช่วย: ถ้าติดตรงไหนจริงๆ อย่าลังเลที่จะถามคุณครู เพื่อน หรือพี่กฤษณ์ก็ได้ครับ การได้รับคำอธิบายที่ถูกต้องจะช่วยให้น้องๆ ไปต่อได้เร็วขึ้น

น้องๆ ครับ การกลับมาเก่งคณิตศาสตร์ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปเลยครับ ขอแค่น้องๆ มีความตั้งใจจริง อดทน และไม่ยอมแพ้ พี่กฤษณ์เชื่อว่าทุกคนสามารถทำได้แน่นอนครับ การที่เรายอมรับว่ามีจุดอ่อนและพร้อมที่จะแก้ไขมัน คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดแล้วครับ เมื่อพื้นฐานแน่นขึ้น การเรียนคณิตศาสตร์ในระดับที่สูงขึ้นก็จะง่ายขึ้นและสนุกขึ้นกว่าเดิมเยอะเลยครับ

ถ้าหากน้องๆ รู้สึกว่าต้องการตัวช่วยในการปูพื้นฐานให้แน่น หรือต้องการเทคนิคการเรียนคณิตศาสตร์เพิ่มเติม พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนคณิตศาสตร์ที่หลากหลายรูปแบบ ทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และคอร์สตัวต่อตัว ที่จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจคณิตศาสตร์ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงระดับที่ยากขึ้นได้อย่างเป็นระบบครับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยนะครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *