Skip to content
Home » บทความ » พหุนามเบื้องต้นคืออะไร และเริ่มแยกตัวประกอบอย่างไรให้แม่น

พหุนามเบื้องต้นคืออะไร และเริ่มแยกตัวประกอบอย่างไรให้แม่น

พหุนามเบื้องต้นคืออะไร และเริ่มแยกตัวประกอบอย่างไรให้แม่น

พหุนามคืออะไร?

ก่อนอื่นเลย เรามาทำความรู้จักกับ “พหุนาม” (Polynomial) กันก่อนครับ พหุนามคือนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ที่ประกอบด้วยตัวแปร ค่าคงที่ และเลขชี้กำลังของตัวแปรที่เป็นจำนวนเต็มบวกหรือศูนย์เท่านั้นครับ โดยตัวแปรเหล่านี้จะเชื่อมกันด้วยการบวก การลบ และการคูณ ที่สำคัญคือ ห้ามมีการหารด้วยตัวแปร หรือห้ามมีเลขชี้กำลังติดลบ หรือเป็นเศษส่วนเด็ดขาดเลยนะ

ลองดูองค์ประกอบหลักๆ ของพหุนามกันครับ:

  • พจน์ (Term): คือส่วนประกอบย่อยๆ ของพหุนามที่คั่นด้วยเครื่องหมายบวกหรือลบครับ เช่น ในพหุนาม 3 x 2 + 5 x 7 3x^2 + 5x – 7 พจน์ต่างๆ ก็คือ 3 x 2 3x^2 , 5 x 5x และ 7 -7 ครับ
  • สัมประสิทธิ์ (Coefficient): คือตัวเลขที่อยู่หน้าตัวแปรในแต่ละพจน์ครับ อย่างใน 3 x 2 3x^2 สัมประสิทธิ์คือ 3 3 และใน 5 x 5x สัมประสิทธิ์คือ 5 5 ครับ
  • ตัวแปร (Variable): คือตัวอักษรที่ใช้แทนค่าที่ไม่ทราบค่า หรือค่าที่เปลี่ยนแปลงได้ เช่น x x , y y , z z เป็นต้นครับ
  • เลขชี้กำลัง (Exponent): คือตัวเลขที่อยู่เหนือตัวแปร บอกให้รู้ว่าตัวแปรนั้นถูกคูณกันกี่ครั้ง อย่างใน x 2 x^2 เลขชี้กำลังคือ 2 2 ครับ
  • ดีกรีของพหุนาม (Degree of a Polynomial): คือเลขชี้กำลังที่มากที่สุดของตัวแปรในพหุนามนั้นๆ ครับ เช่น 3 x 2 + 5 x 7 3x^2 + 5x – 7 มีดีกรีเท่ากับ 2 2 ครับ

ตัวอย่างพหุนามที่พบบ่อย:

  • 5 x 5x (พหุนามดีกรี 1 1 หรือเชิงเส้น)
  • x 2 4 x + 3 x^2 – 4x + 3 (พหุนามดีกรี 2 2 หรือกำลังสอง)
  • 2 x 3 + x 2 8 x + 1 2x^3 + x^2 – 8x + 1 (พหุนามดีกรี 3 3 หรือกำลังสาม)

ส่วนนิพจน์ที่ไม่ใช่พหุนามก็เช่น x sqrt{x} (เพราะ x 1 2 x^{1/2} เลขชี้กำลังเป็นเศษส่วน) หรือ 1 x frac{1}{x} (เพราะ x 1 x^{-1} เลขชี้กำลังติดลบ) ครับ

ทำไมต้องเรียนรู้การแยกตัวประกอบ?

การแยกตัวประกอบ (Factoring) คือกระบวนการเปลี่ยนพหุนามให้อยู่ในรูปของการคูณกันของพหุนามย่อยๆ ครับ เหมือนกับการที่เราแยกตัวประกอบของเลข 12 12 ให้เป็น 2 × 2 × 3 2 times 2 times 3 นั่นแหละครับ

การแยกตัวประกอบมีประโยชน์มหาศาลเลยนะครับ เช่น:

  • ช่วยให้การแก้สมการง่ายขึ้น: พหุนามที่อยู่ในรูปแยกตัวประกอบจะทำให้เราหาคำตอบของสมการได้อย่างรวดเร็วครับ โดยเฉพาะสมการพหุนามที่เท่ากับศูนย์
  • ทำให้การลดทอนเศษส่วนพหุนามง่ายขึ้น: เมื่อน้องๆ ต้องเจอเศษส่วนที่มีพหุนามทั้งตัวเศษและตัวส่วน การแยกตัวประกอบจะช่วยให้เราสามารถตัดทอนพจน์ที่เหมือนกันออกไปได้ครับ
  • ช่วยในการเขียนกราฟ: การรู้ว่าพหุนามแยกตัวประกอบได้เป็นอะไร จะช่วยให้น้องๆ หาจุดตัดแกน x x ของกราฟได้อย่างแม่นยำครับ
  • เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับคณิตศาสตร์ขั้นสูง: ทั้งแคลคูลัส พีชคณิตเชิงเส้น หรือแม้แต่สมการเชิงอนุพันธ์ ล้วนต้องอาศัยทักษะการแยกตัวประกอบที่แข็งแกร่งครับ

เริ่มแยกตัวประกอบอย่างไรให้แม่น

มาถึงเทคนิคการแยกตัวประกอบที่น้องๆ ต้องเจอและควรฝึกให้คล่องกันแล้วครับ พี่กฤษณ์จะแนะนำวิธีที่พบบ่อยเรียงตามลำดับความยากง่ายนะครับ

1. การดึงตัวร่วม (Common Factor)

นี่คือวิธีแรกสุดที่น้องๆ ควรนึกถึงเสมอครับ ไม่ว่าพหุนามจะซับซ้อนแค่ไหน ให้มองหาตัวร่วมที่เป็นทั้งตัวเลข ตัวแปร หรือพจน์ ที่มีอยู่ในทุกพจน์ของพหุนามแล้วดึงออกมาครับ

ตัวอย่าง: จงแยกตัวประกอบของ 6 x 2 + 9 x 6x^2 + 9x

พิจารณา 6 x 2 6x^2 และ 9 x 9x ตัวเลขที่มีร่วมกันคือ 3 3 (เพราะ 6 = 3 × 2 6 = 3 times 2 และ 9 = 3 × 3 9 = 3 times 3 ) ส่วนตัวแปรที่มีร่วมกันคือ x x ดังนั้น ตัวร่วมคือ 3 x 3x ครับ

ดึง 3 x 3x ออกมา จะได้ 3 x ( 2 x + 3 ) 3x(2x + 3) ครับ

2. ผลต่างกำลังสอง (Difference of Squares)

รูปแบบนี้สำคัญและพบบ่อยมากครับ คือพหุนามที่มีสองพจน์ ลบกัน และแต่ละพจน์เป็นกำลังสองสมบูรณ์

สูตร: a 2 b 2 = ( a b ) ( a + b ) a^2 – b^2 = (a-b)(a+b)

ตัวอย่าง: จงแยกตัวประกอบของ x 2 16 x^2 – 16

เราสามารถเขียน x 2 16 x^2 – 16 ให้อยู่ในรูป a 2 b 2 a^2 – b^2 ได้โดยให้ a = x a = x และ b = 4 b = 4 (เพราะ 16 = 4 2 16 = 4^2 ) ครับ

ดังนั้น จะได้ ( x 4 ) ( x + 4 ) (x-4)(x+4) ครับ

3. กำลังสองสมบูรณ์ (Perfect Square Trinomials)

พหุนามสามพจน์ที่เกิดจากการยกกำลังสองของทวินาม มักจะแยกตัวประกอบได้ตามสูตรนี้ครับ

สูตร:

  • a 2 + 2 a b + b 2 = ( a + b ) 2 a^2 + 2ab + b^2 = (a+b)^2
  • a 2 2 a b + b 2 = ( a b ) 2 a^2 – 2ab + b^2 = (a-b)^2

ตัวอย่าง: จงแยกตัวประกอบของ x 2 + 6 x + 9 x^2 + 6x + 9

เราสังเกตว่า x 2 x^2 คือ a 2 a^2 โดย a = x a=x และ 9 9 คือ b 2 b^2 โดย b = 3 b=3 จากนั้นลองเช็คพจน์กลาง 2 a b = 2 ( x ) ( 3 ) = 6 x 2ab = 2(x)(3) = 6x ซึ่งตรงกับพหุนามเดิมครับ

ดังนั้น จะได้ ( x + 3 ) 2 (x+3)^2 ครับ

4. การแยกตัวประกอบพหุนามดีกรีสอง (Trinomial Factoring: a x 2 + b x + c ax^2 + bx + c )

นี่คือรูปแบบที่น้องๆ จะเจอเยอะมากครับ แบ่งออกเป็นสองกรณีหลักๆ:

กรณีที่ 1: a = 1 a = 1 หรือพหุนามอยู่ในรูป x 2 + b x + c x^2 + bx + c

น้องๆ ต้องหาตัวเลขสองตัวที่คูณกันได้ c c และบวกกันได้ b b ครับ

ตัวอย่าง: จงแยกตัวประกอบของ x 2 + 5 x + 6 x^2 + 5x + 6

เราต้องหาเลขสองตัวที่คูณกันได้ 6 6 และบวกกันได้ 5 5 ครับ ตัวเลขนั้นคือ 2 2 กับ 3 3 ( 2 × 3 = 6 2 times 3 = 6 และ 2 + 3 = 5 2 + 3 = 5 ) ครับ

ดังนั้น จะได้ ( x + 2 ) ( x + 3 ) (x+2)(x+3) ครับ

กรณีที่ 2: a 1 a neq 1 หรือพหุนามอยู่ในรูป a x 2 + b x + c ax^2 + bx + c

กรณีนี้จะซับซ้อนขึ้นมาหน่อยครับ มีหลายวิธี แต่วิธีที่นิยมคือ “วิธีแยกพจน์กลาง” หรือ “วิธี AC method” ครับ

ตัวอย่าง: จงแยกตัวประกอบของ 2 x 2 + 7 x + 3 2x^2 + 7x + 3

วิธีทำ:

  1. หาผลคูณ a c ac ซึ่งคือ 2 × 3 = 6 2 times 3 = 6 ครับ
  2. หาตัวเลขสองตัวที่คูณกันได้ 6 6 และบวกกันได้ b = 7 b=7 ตัวเลขนั้นคือ 1 1 กับ 6 6 ครับ
  3. แยกพจน์กลาง ( 7 x 7x ) ออกเป็นสองพจน์โดยใช้ตัวเลขที่หาได้: 2 x 2 + x + 6 x + 3 2x^2 + x + 6x + 3
  4. จับคู่และดึงตัวร่วม: ( 2 x 2 + x ) + ( 6 x + 3 ) (2x^2 + x) + (6x + 3)
  5. ดึงตัวร่วมในแต่ละคู่: x ( 2 x + 1 ) + 3 ( 2 x + 1 ) x(2x + 1) + 3(2x + 1)
  6. สุดท้าย ดึงตัวร่วม ( 2 x + 1 ) (2x+1) ออกมา จะได้ ( 2 x + 1 ) ( x + 3 ) (2x+1)(x+3) ครับ

5. ผลบวกและผลต่างกำลังสาม (Sum and Difference of Cubes)

นี่ก็เป็นสูตรที่สำคัญไม่แพ้กันครับ น้องๆ ควรจำให้ขึ้นใจ

สูตร:

  • ผลบวกกำลังสาม: a 3 + b 3 = ( a + b ) ( a 2 a b + b 2 ) a^3 + b^3 = (a+b)(a^2 – ab + b^2)
  • ผลต่างกำลังสาม: a 3 b 3 = ( a b ) ( a 2 + a b + b 2 ) a^3 – b^3 = (a-b)(a^2 + ab + b^2)

ตัวอย่าง: จงแยกตัวประกอบของ x 3 8 x^3 – 8

เราสามารถเขียน x 3 8 x^3 – 8 ให้อยู่ในรูป a 3 b 3 a^3 – b^3 ได้โดยให้ a = x a = x และ b = 2 b = 2 (เพราะ 8 = 2 3 8 = 2^3 ) ครับ

แทนค่าลงในสูตร a 3 b 3 = ( a b ) ( a 2 + a b + b 2 ) a^3 – b^3 = (a-b)(a^2 + ab + b^2) จะได้ ( x 2 ) ( x 2 + 2 x + 4 ) (x-2)(x^2 + 2x + 4) ครับ

เทคนิคทำข้อสอบและข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

เพื่อให้แยกตัวประกอบได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น พี่กฤษณ์มีเทคนิคและจุดที่น้องๆ มักจะพลาดมาฝากครับ:

  • ตรวจหาตัวร่วมเสมอเป็นอันดับแรก: นี่คือกฎเหล็กเลยครับ เพราะการดึงตัวร่วมจะทำให้พหุนามที่เหลืออยู่ดูง่ายขึ้นมาก
  • มองหารูปแบบพิเศษ: พยายามจำสูตรผลต่างกำลังสอง กำลังสองสมบูรณ์ และผลบวก/ผลต่างกำลังสามให้ขึ้นใจ ถ้าเจอเมื่อไหร่จะแยกตัวประกอบได้ทันที
  • ฝึก “ย้อนกลับ” หรือ “กระจาย” พหุนามที่แยกแล้ว: เมื่อแยกตัวประกอบได้แล้ว ให้ลองคูณกลับเข้าไปเพื่อตรวจสอบว่าได้พหุนามเดิมหรือไม่ วิธีนี้จะช่วยให้น้องๆ มั่นใจในคำตอบและฝึกฝนทักษะไปในตัวครับ
  • อย่าหยุดแยกจนกว่าจะถึงที่สุด: พหุนามที่แยกได้ อาจยังแยกต่อไปได้อีกครับ เช่น x 4 16 x^4 – 16 แยกเป็น ( x 2 4 ) ( x 2 + 4 ) (x^2 – 4)(x^2 + 4) ซึ่ง x 2 4 x^2 – 4 ยังเป็นผลต่างกำลังสอง แยกต่อได้เป็น ( x 2 ) ( x + 2 ) (x-2)(x+2) ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:

  • ลืมดึงตัวร่วม: ทำให้การแยกตัวประกอบที่เหลือยากขึ้นและอาจได้คำตอบที่ไม่สมบูรณ์
  • สับสนเรื่องเครื่องหมาย: โดยเฉพาะในพหุนามดีกรีสองและสูตรกำลังสาม ต้องระวังเครื่องหมายบวก/ลบให้ดี
  • คิดว่า a 2 + b 2 a^2 + b^2 แยกตัวประกอบได้: ผลบวกกำลังสอง โดยทั่วไปแล้ว ไม่สามารถแยกตัวประกอบในรูปจำนวนจริงได้ครับ (ยกเว้นดึงตัวร่วม)
  • คำนวณเลขผิด: เป็นเรื่องพื้นฐานที่ต้องรอบคอบครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

การแยกตัวประกอบพหุนามเป็นทักษะที่ต้องอาศัยการฝึกฝนและความเข้าใจในรูปแบบต่างๆ ครับ เริ่มจากการทำความเข้าใจว่าพหุนามคืออะไร องค์ประกอบเป็นอย่างไร จากนั้นจึงเรียนรู้เทคนิคการแยกตัวประกอบแต่ละแบบ ได้แก่ การดึงตัวร่วม ผลต่างกำลังสอง กำลังสองสมบูรณ์ การแยกพหุนามดีกรีสอง และผลบวก/ผลต่างกำลังสาม

สิ่งสำคัญที่สุดคือการฝึกทำโจทย์ให้หลากหลายและสม่ำเสมอครับ ยิ่งฝึกมากเท่าไหร่ น้องๆ ก็จะยิ่งมองเห็นรูปแบบต่างๆ ได้เร็วขึ้นและเลือกใช้วิธีที่เหมาะสมได้โดยอัตโนมัติ ทำให้การแยกตัวประกอบเป็นเรื่องง่ายสำหรับน้องๆ แน่นอนครับ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจพื้นฐานของพหุนามและการแยกตัวประกอบได้ชัดเจนขึ้นนะครับ ถ้ามีตรงไหนสงสัยหรืออยากฝึกโจทย์เพิ่ม พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนคณิตศาสตร์ที่ครอบคลุมเนื้อหานี้และหัวข้ออื่นๆ อีกมากมายเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสด คอร์สออนไลน์ หรือจะเรียนตัวต่อตัวก็ได้เช่นกัน น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ พี่กฤษณ์ยินดีช่วยให้น้องๆ เก่งคณิตศาสตร์ไปด้วยกันครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *