Skip to content
Home » บทความ » เทคนิคบริหารเวลาในคาบคณิตให้ครบทั้งอธิบายและฝึกทำโจทย์

เทคนิคบริหารเวลาในคาบคณิตให้ครบทั้งอธิบายและฝึกทำโจทย์

การบริหารเวลาในคาบคณิตศาสตร์: พิชิตทั้งความเข้าใจและการทำโจทย์

วิชาคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่หลายคนบอกว่ายาก บางคนบอกว่าน่าเบื่อ แต่ความจริงแล้วคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่สนุกและท้าทายมากครับ ถ้าเราเข้าใจหลักการและมีวิธีจัดการที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของเวลา การเรียนคณิตศาสตร์นั้นมีสองส่วนสำคัญที่ต้องให้ความสำคัญเท่าๆ กัน นั่นคือ การทำความเข้าใจเนื้อหา และ การฝึกทำโจทย์ ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ต้องอาศัยการบริหารเวลาที่ดีเยี่ยม เพื่อให้น้องๆ สามารถเก็บเกี่ยวความรู้และพัฒนาทักษะได้อย่างเต็มที่ในทุกๆ คาบเรียนครับ

ทำไมการบริหารเวลาจึงสำคัญในคาบคณิตศาสตร์?

น้องๆ เคยไหมครับที่รู้สึกว่าในคาบคณิตศาสตร์เวลาผ่านไปเร็วมาก แป๊บๆ ก็หมดคาบแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้ทำความเข้าใจเนื้อหาให้ลึกซึ้ง หรือยังทำโจทย์ไม่ทันเลย นี่แหละครับคือปัญหาที่เกิดจากการบริหารเวลาที่ไม่เหมาะสม การเรียนคณิตศาสตร์มีความท้าทายในหลายๆ ด้านครับ ประการแรกคือ ความต่อเนื่องของเนื้อหา ถ้าเราพลาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป ก็อาจจะส่งผลให้ไม่เข้าใจเนื้อหาถัดไปได้ เหมือนสร้างบ้านที่ไม่มีฐานรากที่มั่นคง ประการที่สองคือ การประยุกต์ใช้ คณิตศาสตร์ไม่ใช่แค่การจำสูตร แต่คือการนำสูตรและแนวคิดไปแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างหนัก

หากเราบริหารเวลาไม่ดี จะเกิดผลเสียตามมาหลายอย่าง เช่น:

  • หลงประเด็น: มัวแต่จดทุกอย่างที่ครูพูด แทนที่จะจับใจความสำคัญ ทำให้เสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์
  • ทำโจทย์ไม่ทัน: ไม่ได้ฝึกทำโจทย์หลากหลายรูปแบบ ทำให้ขาดทักษะการแก้ปัญหาและไม่คุ้นเคยกับข้อสอบ
  • ไม่เข้าใจเนื้อหาอย่างแท้จริง: เมื่อไม่กล้าถาม หรือไม่ได้ทบทวน ก็จะสะสมความไม่เข้าใจไปเรื่อยๆ จนตามไม่ทัน
  • ความเครียดและความเบื่อหน่าย: เมื่อไม่เข้าใจและทำไม่ได้ ก็จะเริ่มรู้สึกท้อแท้และไม่อยากเรียนคณิตศาสตร์

ดังนั้น การบริหารเวลาที่ดีจึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้น้องๆ ประสบความสำเร็จในวิชาคณิตศาสตร์ครับ

เทคนิคการบริหารเวลาช่วงอธิบายเนื้อหา

ช่วงเวลาที่ครูอาจารย์อธิบายเนื้อหานั้นเป็นโอกาสทองที่เราจะได้สร้างความเข้าใจพื้นฐานให้แน่นหนา น้องๆ ควรใช้เวลานี้ให้คุ้มค่าที่สุดครับ

  • 1. เตรียมตัวก่อนเรียน: ก่อนเข้าเรียนในแต่ละคาบ หากเป็นไปได้ พี่กฤษณ์แนะนำให้น้องๆ อ่านเนื้อหาที่จะเรียนล่วงหน้า ครับ ไม่จำเป็นต้องเข้าใจทั้งหมด แค่พอรู้ว่าวันนี้จะเรียนเรื่องอะไร มีหัวข้อหลักๆ อะไรบ้าง มีสูตรอะไรที่ต้องเจอ เพื่อให้สมองเราพร้อมรับข้อมูลใหม่ๆ และสามารถจดประเด็นสงสัยไว้ล่วงหน้าได้ครับ
  • 2. ตั้งใจฟังและจดบันทึกอย่างมีประสิทธิภาพ:
    • จดคีย์เวิร์ด, สูตร, และตัวอย่างสำคัญ: ไม่ต้องจดทุกคำพูดที่ครูพูด เพราะจะทำให้เราพลาดการทำความเข้าใจไป ควรเน้นจดเฉพาะใจความสำคัญ สูตร หรือตัวอย่างที่ครูยกขึ้นมาอธิบาย เพราะนี่คือหัวใจของบทเรียน
    • ใช้แผนผังความคิด (Mind Map): สำหรับเนื้อหาที่มีความเชื่อมโยงกันมากๆ การใช้ Mind Map จะช่วยจัดระเบียบความคิดและมองเห็นภาพรวมได้ดีกว่าการจดแบบเรียงหน้ากระดาษครับ
    • เว้นที่ว่างไว้ทบทวน: การเว้นที่ว่างเล็กน้อยในสมุดจด จะทำให้น้องๆ สามารถเพิ่มข้อมูล หรือข้อสังเกตที่ได้จากการทบทวนในภายหลังได้
  • 3. กล้าถามเมื่อสงสัย: นี่เป็นข้อสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งครับ อย่าปล่อยให้ข้อสงสัยเล็กๆ น้อยๆ ค้างคาใจ เพราะมันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่เข้าใจในเรื่องต่อๆ ไปได้ ถ้าไม่กล้าถามในห้อง ลองจดคำถามไว้แล้วหาโอกาสถามครูหลังเลิกเรียน หรือถามเพื่อนที่เข้าใจก็ได้ครับ
  • 4. สรุปเนื้อหาหลังจบบทเรียน: เมื่อจบคลาสแล้ว ลองใช้เวลา 5-10 นาที ทบทวนสิ่งที่ได้เรียนไปทั้งหมด อาจจะลองเล่าให้ตัวเองฟัง หรือเขียนสรุปย่อๆ ในสมุด การทำเช่นนี้จะช่วยย้ำความเข้าใจและทำให้เราเห็นว่ามีจุดไหนที่เรายังไม่เคลียร์จริงๆ ครับ

เทคนิคการบริหารเวลาช่วงฝึกทำโจทย์

หลังจากทำความเข้าใจเนื้อหาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการนำความรู้นั้นมาประยุกต์ใช้ในการแก้โจทย์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลาและฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอครับ

  • 1. เข้าใจโจทย์อย่างถ่องแท้: ก่อนจะเริ่มแก้โจทย์ทุกครั้ง ให้ อ่านโจทย์อย่างน้อย 2-3 รอบ ครับ เพื่อให้แน่ใจว่าเราเข้าใจสิ่งที่โจทย์ถามอย่างแท้จริง บางครั้งการวาดภาพประกอบ (สำหรับโจทย์เรขาคณิตหรือโจทย์ปัญหา) จะช่วยให้มองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น จากนั้นระบุสิ่งที่โจทย์ให้มา (สิ่งที่เรารู้) และสิ่งที่โจทย์ต้องการหา (สิ่งที่เราไม่รู้)
  • 2. วางแผนแก้ปัญหา: เมื่อเข้าใจโจทย์แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการวางแผน เลือกสูตร หรือแนวคิดทางคณิตศาสตร์ที่เหมาะสมกับการแก้โจทย์ข้อนั้นๆ ถ้าเป็นโจทย์ที่ซับซ้อน พี่กฤษณ์แนะนำให้ แบ่งย่อยปัญหาออกเป็นส่วนเล็กๆ แล้วค่อยๆ แก้ไปทีละส่วนครับ
  • 3. ลงมือทำอย่างเป็นระบบ:
    • แสดงวิธีทำอย่างชัดเจน: แม้จะเป็นการฝึกทำเอง ก็ควรเขียนวิธีทำออกมาให้ละเอียด เพราะการเขียนจะช่วยจัดระเบียบความคิด และช่วยให้เรามองเห็นข้อผิดพลาดได้ง่ายขึ้น
    • เช็คคำนวณทีละขั้นตอน: ความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ในการคำนวณสามารถนำไปสู่คำตอบที่ผิดได้ทั้งหมด จึงควรคำนวณอย่างรอบคอบ ไม่รีบร้อน
    • ไม่รีบเดาหรือข้ามขั้นตอน: บางครั้งเราอาจจะรู้สึกว่าโจทย์ยากจนอยากเดาคำตอบ หรือข้ามขั้นตอนที่ไม่เข้าใจไป แต่การทำเช่นนั้นจะทำให้เราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย
  • 4. กำหนดเวลาให้แต่ละข้อ (ในกรณีสอบ): นี่เป็นทักษะสำคัญที่ต้องฝึกฝนครับ ถ้าเราอยู่ในห้องสอบและมีเวลาจำกัด น้องๆ ควรประมาณเวลาให้แต่ละข้อ เช่น ถ้ามี 20 ข้อ และเวลา 60 นาที นั่นหมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้ว เรามีเวลาทำข้อละ 3 นาทีครับ
    • โจทย์ง่าย: ใช้เวลาน้อยกว่าค่าเฉลี่ย เพื่อเก็บเวลาไปทำข้อที่ยากขึ้น
    • โจทย์ยาก: ใช้เวลามากขึ้น แต่ต้องไม่มากเกินไปจนเบียดบังเวลาของข้ออื่นๆ ถ้าติดขัดจริงๆ ควรข้ามไปทำข้ออื่นก่อนแล้วค่อยกลับมาทำใหม่

    ตัวอย่างโจทย์และการบริหารเวลา

    ลองมาดูตัวอย่างการบริหารเวลาสำหรับโจทย์ประเภทต่างๆ กันครับ

    โจทย์ง่าย (ใช้เวลา 1 นาที): จงหาค่า x จากสมการ
    2 x + 5 = 11 2x + 5 = 11

    วิธีทำ:

    2 x + 5 = 11 2x + 5 = 11

    (ในใจคิด: ลบ 5 ทั้งสองข้าง)

    2 x = 11 5 2x = 11 – 5

    2 x = 6 2x = 6

    (ในใจคิด: หาร 2 ทั้งสองข้าง)

    x = 6 2 x = frac{6}{2}

    x = 3 x = 3

    สำหรับโจทย์ประเภทนี้ น้องๆ สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาคิดนาน แค่ทำตามขั้นตอนพื้นฐานที่เข้าใจก็พอครับ

    โจทย์ปานกลาง (ใช้เวลา 2-3 นาที): จงหาค่า x จากสมการ
    x 3 4 = x 2 7 frac{x}{3} – 4 = frac{x}{2} – 7

    วิธีทำ:

    (ในใจคิด: ต้องกำจัดตัวส่วนก่อน โดยหา ค.ร.น. ของ 3 และ 2 ซึ่งคือ 6)

    นำ 6 คูณตลอดสมการ:

    6 ( x 3 4 ) = 6 ( x 2 7 ) 6 left( frac{x}{3} – 4 right) = 6 left( frac{x}{2} – 7 right)

    2 x 24 = 3 x 42 2x – 24 = 3x – 42

    (ในใจคิด: ย้ายข้างตัวแปรและตัวเลขไปรวมกัน)

    42 24 = 3 x 2 x 42 – 24 = 3x – 2x

    18 = x 18 = x

    สำหรับโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นมาหน่อยแบบนี้ น้องๆ อาจจะต้องใช้เวลาคิดวางแผนเพิ่มขึ้นอีกนิด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่พลาดในการคำนวณหรือการจัดรูปสมการครับ

    โจทย์ยาก (เช่น โจทย์ปัญหาหรืองานระบบสมการที่ต้องตีความ): อาจจะต้องใช้เวลา 4-5 นาทีขึ้นไป เนื่องจากต้องใช้เวลาในการอ่าน ตีความ วางแผน และลงมือทำหลายขั้นตอนครับ

  • 5. ตรวจทานและเรียนรู้จากข้อผิดพลาด: หลังจากได้คำตอบแล้ว อย่าลืมตรวจทานคำตอบ ครับ ลองแทนค่ากลับไปในสมการเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง และที่สำคัญที่สุดคือ เรียนรู้จากข้อผิดพลาด ทุกครั้งที่ทำผิด ให้กลับไปดูว่าผิดตรงไหน ผิดเพราะอะไร (คำนวณผิด, เข้าใจแนวคิดผิด, ใช้สูตรผิด) การทำเช่นนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เราผิดซ้ำในเรื่องเดิมๆ ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำโจทย์:

  • ไม่ยอมเขียนวิธีทำอย่างละเอียด: บางคนคิดว่าเสียเวลา แต่จริงๆ แล้วช่วยลดความผิดพลาดและฝึกการคิดอย่างเป็นระบบ
  • รีบคำนวณในใจจนผิด: โดยเฉพาะกับการคำนวณเลขจำนวนเต็มหรือทศนิยม การรีบเกินไปมักนำไปสู่การผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่ส่งผลถึงคำตอบสุดท้าย
  • ใช้สูตรผิด หรือเข้าใจแนวคิดพื้นฐานผิด: เกิดจากการไม่อ่านเนื้อหาให้ดี หรือไม่กล้าถามเมื่อสงสัย
  • ไม่ตรวจทานคำตอบ: ทำให้ไม่รู้ว่าคำตอบที่ได้ถูกต้องหรือไม่

การประยุกต์ใช้แนวคิดการบริหารเวลาในชีวิตจริง

หลักการบริหารเวลาที่พี่กฤษณ์เล่ามานั้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนคณิตศาสตร์เท่านั้นนะครับ น้องๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้กับทุกเรื่องในชีวิตประจำวัน เช่น:

  • การวางแผนทำโปรเจกต์: แบ่งโปรเจกต์ใหญ่เป็นส่วนย่อยๆ กำหนดเวลาให้แต่ละส่วน และตรวจทานผลงานในแต่ละช่วง
  • การจัดสรรเวลาอ่านหนังสือสอบ: กำหนดหัวข้อที่จะอ่านในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ และแบ่งเวลาสำหรับการทบทวนและการฝึกทำข้อสอบเก่า
  • การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในชีวิตประจำวัน: ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเดินทาง การจัดงบประมาณรายรับรายจ่าย หรือการแก้ไขปัญหาอื่นๆ การคิดอย่างเป็นระบบและการจัดลำดับความสำคัญของเวลาจะช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ

สรุปแนวคิดสำคัญจากพี่กฤษณ์

น้องๆ ครับ การบริหารเวลาในคาบคณิตศาสตร์ให้ครบทั้งอธิบายและฝึกทำโจทย์นั้นเป็นทักษะที่สำคัญและสามารถฝึกฝนได้ครับ หัวใจหลักคือการเตรียมตัวก่อนเรียน การตั้งใจฟังอย่างมีสติและกล้าที่จะถามในระหว่างที่ครูอธิบายเนื้อหา และการลงมือฝึกทำโจทย์อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งตรวจทานและเรียนรู้จากความผิดพลาดอยู่เสมอ

จำไว้เสมอว่า การบริหารเวลาไม่ได้หมายถึงการทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด แต่หมายถึงการทำทุกอย่างให้มีคุณภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดในกรอบเวลาที่เรามีอยู่ครับ การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้น้องๆ พัฒนาทักษะการบริหารเวลาในคาบคณิตศาสตร์ และนำไปใช้ในการเรียนวิชาอื่นๆ รวมถึงในชีวิตประจำวันได้อย่างยอดเยี่ยมแน่นอนครับ

ถ้าหากน้องๆ คนไหนรู้สึกว่าอยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม หรือต้องการให้พี่กฤษณ์ช่วยแนะนำเทคนิคการเรียนคณิตศาสตร์และการทำโจทย์ให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเรียนของพี่กฤษณ์ได้ในเว็บไซต์นี้เลยนะครับ มีทั้งคอร์สสดที่น้องๆ จะได้มาเรียนและถามคำถามกับพี่กฤษณ์โดยตรง คอร์สออนไลน์ที่ยืดหยุ่น เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา และคอร์สตัวต่อตัวที่เน้นการเรียนรู้แบบส่วนตัว เพื่อให้น้องๆ ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและตรงตามความต้องการของแต่ละคนครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *