Skip to content
Home » บทความ » ตารางค่าความจริง

ตารางค่าความจริง

ตารางค่าความจริง คืออะไรกันนะ น้องๆ มาดูกันครับ

ตารางค่าความจริง ก็คือตารางที่แสดงผลลัพธ์ของค่าความจริงของประพจน์ผสมทั้งหมดที่เป็นไปได้นั่นเองครับ พูดให้ง่ายกว่านั้นคือ เมื่อเรามีประพจน์ย่อยๆ หลายประพจน์มารวมกันด้วยตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ต่างๆ เราอยากรู้ว่าประพจน์ผสมนั้นจะมีค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จในทุกๆ กรณีที่เป็นไปได้ของประพจน์ย่อย ตารางค่าความจริงนี่แหละครับคือคำตอบ

น้องๆ ลองนึกภาพตามนะครับว่า ถ้าเรามีประพจน์ง่ายๆ สองประพจน์ เช่น “ฝนตก” (ให้เป็น P) กับ “รถติด” (ให้เป็น Q) ถ้าเราเอามาเชื่อมกันว่า “ถ้าฝนตก แล้วรถติด” (P → Q) ประพจน์นี้จะมีค่าความจริงเป็นจริงหรือเท็จบ้างในสถานการณ์ต่างๆ ล่ะ? บางทีฝนตกแล้วรถก็ไม่ติด หรือไม่ตกแล้วรถก็ติดอยู่ดี ตารางค่าความจริงจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมทั้งหมดของทุกสถานการณ์ที่เป็นไปได้ และบอกได้ว่าประพจน์ที่เราสนใจนั้นมีค่าความจริงเป็นอะไรในแต่ละกรณีครับ

เครื่องมือนี้สำคัญมากๆ เลยนะครับ เพราะเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ตรรกศาสตร์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และแม้กระทั่งการคิดวิเคราะห์ในชีวิตประจำวันของเราด้วยครับ

องค์ประกอบและสัญลักษณ์สำคัญที่ใช้ในตรรกศาสตร์ครับ

ก่อนที่เราจะไปสร้างตารางค่าความจริงได้ น้องๆ ต้องรู้จักกับประพจน์ย่อยๆ และตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ที่ใช้กันก่อนครับ สัญลักษณ์เหล่านี้ถือเป็นหัวใจสำคัญเลยทีเดียว

  • ประพจน์ (Proposition): คือประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธที่มีค่าความจริงเป็นจริง (True – T) หรือเท็จ (False – F) อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น เรามักจะใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ เช่น P, Q, R แทนประพจน์ครับ
  • นิเสธ (Negation): ใช้สัญลักษณ์ P sim P หรือ ¬ P neg P ครับ นิเสธของประพจน์จะเปลี่ยนค่าความจริงตรงกันข้าม เช่น ถ้า P เป็นจริง P sim P ก็จะเป็นเท็จ
  • และการ (Conjunction): ใช้สัญลักษณ์ P Q P wedge Q ครับ ประพจน์ P Q P wedge Q จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อ ทั้ง P และ Q เป็นจริงทั้งคู่ เท่านั้นครับ นอกนั้นเป็นเท็จหมด
  • หรือ (Disjunction): ใช้สัญลักษณ์ P Q P vee Q ครับ ประพจน์ P Q P vee Q จะเป็นเท็จก็ต่อเมื่อ ทั้ง P และ Q เป็นเท็จทั้งคู่ เท่านั้นครับ นอกนั้นเป็นจริงหมด
  • ถ้า…แล้ว… (Conditional หรือ Implication): ใช้สัญลักษณ์ P Q P rightarrow Q ครับ ประพจน์ P Q P rightarrow Q จะเป็นเท็จก็ต่อเมื่อ P เป็นจริงและ Q เป็นเท็จ เท่านั้นครับ (เหตุเป็นจริง แต่ผลเป็นเท็จ) นอกนั้นเป็นจริงหมด จุดนี้น้องๆ ต้องระวังเป็นพิเศษเลยครับ
  • ก็ต่อเมื่อ (Biconditional หรือ Equivalence): ใช้สัญลักษณ์ P Q P leftrightarrow Q ครับ ประพจน์ P Q P leftrightarrow Q จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อ P และ Q มีค่าความจริงเหมือนกัน (เป็นจริงทั้งคู่ หรือเป็นเท็จทั้งคู่) เท่านั้นครับ ถ้าค่าความจริงต่างกันก็จะเป็นเท็จ

สร้างตารางค่าความจริง: เริ่มต้นยังไงดีครับ

การสร้างตารางค่าความจริงมีหลักการง่ายๆ ดังนี้ครับ

  1. จำนวนแถว: ถ้าประพจน์ผสมที่เราสนใจประกอบด้วยประพจน์ย่อยๆ จำนวน n ประพจน์ (เช่น P, Q, R เป็นต้น) จำนวนแถวทั้งหมดในตารางค่าความจริงที่เราต้องพิจารณาจะมีทั้งหมด 2 n 2^n แถวครับ เช่น ถ้ามี 1 ประพจน์ (P) ก็จะมี 2 1 = 2 2^1 = 2 แถว (T, F) ถ้ามี 2 ประพจน์ (P, Q) ก็จะมี 2 2 = 4 2^2 = 4 แถว ถ้ามี 3 ประพจน์ (P, Q, R) ก็จะมี 2 3 = 8 2^3 = 8 แถว เป็นต้นครับ
  2. ลำดับการสร้างคอลัมน์:
    1. ตั้งต้นด้วยประพจน์ย่อย: สร้างคอลัมน์สำหรับประพจน์ย่อยแต่ละตัว (P, Q, R…) ก่อน โดยไล่ค่าความจริงให้ครบทุกกรณีอย่างเป็นระบบ เช่น ถ้ามี P, Q ก็จะเป็น TT, TF, FT, FF ครับ (สำหรับ P ให้สลับ T 2 n 1 2^{n-1} ครั้ง F 2 n 1 2^{n-1} ครั้ง, สำหรับ Q สลับ T 2 n 2 2^{n-2} ครั้ง F 2 n 2 2^{n-2} ครั้ง ไปเรื่อยๆ จนถึงประพจน์สุดท้ายสลับ T, F ทีละ 1 ครั้งครับ)
    2. ประเมินนิพจน์ย่อย: ค่อยๆ สร้างคอลัมน์สำหรับนิพจน์ที่อยู่ภายในวงเล็บเล็กๆ ก่อน จากนั้นก็เป็นวงเล็บที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ หรือนิพจน์ที่มีตัวเชื่อมซับซ้อนน้อยกว่าไปหาซับซ้อนมาก เช่น ถ้ามี P sim P ก็สร้างคอลัมน์นี้ก่อน จากนั้นค่อยไป P Q P wedge Q เป็นต้น
    3. ประเมินนิพจน์หลัก: สร้างคอลัมน์สุดท้ายสำหรับประพจน์ผสมทั้งหมดที่เราสนใจ

มาดูค่าความจริงของตัวเชื่อมพื้นฐานแต่ละตัวกันครับ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น พี่กฤษณ์จะแสดงตารางค่าความจริงของตัวเชื่อมแต่ละตัวให้น้องๆ ดูนะครับ

1. นิเสธ (Negation): P sim P

P P sim P
T F
F T

จากตารางจะเห็นว่า นิเสธจะเปลี่ยนค่าความจริงให้ตรงข้ามกันเสมอครับ

2. และ (Conjunction): P Q P wedge Q

P Q P Q P wedge Q
T T T
T F F
F T F
F F F

จำง่ายๆ: P Q P wedge Q จะเป็นจริงได้กรณีเดียวคือ P จริง และ Q จริง ครับ

3. หรือ (Disjunction): P Q P vee Q

P Q P Q P vee Q
T T T
T F T
F T T
F F F

จำง่ายๆ: P Q P vee Q จะเป็นเท็จได้กรณีเดียวคือ P เท็จ และ Q เท็จ ครับ

4. ถ้า…แล้ว… (Conditional): P Q P rightarrow Q

P Q P Q P rightarrow Q
T T T
T F F
F T T
F F T

จำง่ายๆ: P Q P rightarrow Q จะเป็นเท็จได้กรณีเดียวคือ P จริง และ Q เท็จ (เหตุเป็นจริง แต่ผลเป็นเท็จ) ครับ นอกนั้นจริงหมด ตรงนี้น้องๆ จะพลาดกันบ่อย ต้องระวังครับ

5. ก็ต่อเมื่อ (Biconditional): P Q P leftrightarrow Q

P Q P Q P leftrightarrow Q
T T T
T F F
F T F
F F T

จำง่ายๆ: P Q P leftrightarrow Q จะเป็นจริงก็ต่อเมื่อ P และ Q มีค่าความจริงเหมือนกัน ครับ

ตัวอย่างการสร้างตารางค่าความจริงแบบละเอียดครับ

ลองมาดูตัวอย่างประพจน์ผสมที่ซับซ้อนขึ้นกันบ้างนะครับ เราจะมาสร้างตารางค่าความจริงของประพจน์ ( P Q ) ( P R ) (P wedge Q) rightarrow (sim P vee R) กันครับ

ขั้นตอนที่ 1: หาจำนวนประพจน์ย่อยและแถวทั้งหมด
ในที่นี้มีประพจน์ย่อยคือ P, Q, R ซึ่งมี 3 ประพจน์ ดังนั้นจะมีแถวทั้งหมด 2 3 = 8 2^3 = 8 แถวครับ

ขั้นตอนที่ 2: สร้างคอลัมน์ประพจน์ย่อยและค่าความจริง

P Q R P sim P P Q P wedge Q P R sim P vee R ( P Q ) ( P R ) (P wedge Q) rightarrow (sim P vee R)
T T T F T T T
T T F F T F F
T F T F F T T
T F F F F F T
F T T T F T T
F T F T F T T
F F T T F T T
F F F T F T T

คำอธิบายการสร้างแต่ละคอลัมน์ครับ:

  • P, Q, R: เราจะไล่ค่าความจริงให้ครบ 8 กรณีอย่างเป็นระบบครับ สำหรับ P จะเป็น T 4 ครั้ง, F 4 ครั้ง. สำหรับ Q จะเป็น T 2 ครั้ง, F 2 ครั้ง, สลับกันไป. สำหรับ R จะเป็น T 1 ครั้ง, F 1 ครั้ง, สลับกันไปครับ
  • P sim P : หาค่าความจริงจากคอลัมน์ P โดยเปลี่ยนค่าความจริงให้ตรงกันข้ามครับ (T เป็น F, F เป็น T)
  • P Q P wedge Q : หาค่าความจริงจากคอลัมน์ P และ Q โดยใช้กฎของ “และ” ( P Q P wedge Q จะเป็นจริงเมื่อ P และ Q เป็นจริงทั้งคู่เท่านั้น)
  • P R sim P vee R : หาค่าความจริงจากคอลัมน์ P sim P และ R โดยใช้กฎของ “หรือ” ( P R sim P vee R จะเป็นเท็จเมื่อ P sim P และ R เป็นเท็จทั้งคู่เท่านั้น)
  • ( P Q ) ( P R ) (P wedge Q) rightarrow (sim P vee R) : นี่คือคอลัมน์สุดท้ายครับ เราจะหาค่าความจริงโดยใช้คอลัมน์ P Q P wedge Q เป็นเหตุ และคอลัมน์ P R sim P vee R เป็นผล ด้วยกฎของ “ถ้า…แล้ว…” ( A B A rightarrow B จะเป็นเท็จเมื่อ A จริง และ B เท็จเท่านั้น)

จากตัวอย่างนี้จะเห็นว่าในแถวที่ 2 ประพจน์ ( P Q ) (P wedge Q) มีค่าเป็นจริง แต่ประพจน์ ( P R ) (sim P vee R) มีค่าเป็นเท็จ ทำให้ประพจน์รวม ( P Q ) ( P R ) (P wedge Q) rightarrow (sim P vee R) มีค่าเป็นเท็จครับ

ทำไมตารางค่าความจริงถึงสำคัญมากๆ ครับ

ตารางค่าความจริงไม่ได้มีไว้แค่แสดงค่าความจริงของประพจน์ผสมเท่านั้นนะครับ แต่มันมีประโยชน์ในการวิเคราะห์และแก้ปัญหาทางตรรกศาสตร์ได้หลายอย่างเลย

  • การตรวจสอบสมมูล (Logical Equivalence): เราสามารถใช้ตารางค่าความจริงเพื่อตรวจสอบว่าประพจน์สองประพจน์สมมูลกันหรือไม่ หากคอลัมน์สุดท้ายของตารางค่าความจริงของทั้งสองประพจน์เหมือนกันทุกกรณี แสดงว่าสองประพจน์นั้นสมมูลกัน เช่น ( P Q ) sim (P wedge Q) สมมูลกับ P Q sim P vee sim Q (กฎของเดอมอร์แกน)
  • การตรวจสอบสัจนิรันดร์ (Tautology): ประพจน์ที่เป็นสัจนิรันดร์คือประพจน์ที่เป็นจริงเสมอ ไม่ว่าประพจน์ย่อยจะมีค่าความจริงเป็นอะไรก็ตาม ถ้าคอลัมน์สุดท้ายของตารางค่าความจริงเป็นจริงทั้งหมด แสดงว่าประพจน์นั้นเป็นสัจนิรันดร์ครับ
  • การตรวจสอบการขัดแย้ง (Contradiction): ตรงข้ามกับสัจนิรันดร์ ประพจน์ที่เป็นการขัดแย้งคือประพจน์ที่เป็นเท็จเสมอ ถ้าคอลัมน์สุดท้ายของตารางค่าความจริงเป็นเท็จทั้งหมด แสดงว่าประพจน์นั้นเป็นการขัดแย้ง
  • การตรวจสอบความสมเหตุสมผลของข้อโต้แย้ง (Validity of Arguments): ในการพิสูจน์หรือโต้แย้งทางตรรกศาสตร์ เราสามารถใช้ตารางค่าความจริงเพื่อดูว่าข้อสรุปนั้นสมเหตุสมผลจากเหตุผลที่ให้มาหรือไม่
  • พื้นฐานสำหรับวิทยาการคอมพิวเตอร์: ตรรกะบูลีน (Boolean logic) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของวงจรดิจิทัลและคอมพิวเตอร์ ก็อยู่บนหลักการของตารางค่าความจริงนี่แหละครับ การเข้าใจตารางค่าความจริงจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับน้องๆ ที่สนใจด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ด้วย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและเทคนิคทำข้อสอบครับ

น้องๆ มักจะเจอข้อผิดพลาดบางอย่างบ่อยๆ เวลาทำโจทย์เรื่องตารางค่าความจริง พี่กฤษณ์มีข้อควรระวังและเทคนิคมาแนะนำครับ

  • สับสนเรื่อง “ถ้า…แล้ว…”: ข้อผิดพลาดคลาสสิกเลยครับ คือการไม่เข้าใจว่า P Q P rightarrow Q จะเป็นเท็จแค่กรณีเดียวคือ T → F เท่านั้น นอกนั้นเป็นจริงหมด รวมถึงกรณีที่ P เป็นเท็จด้วยครับ
  • ลำดับการดำเนินการ: เหมือนกับการคำนวณเลขเลยครับ ต้องทำในวงเล็บก่อนเสมอ จากนั้นค่อยทำนิเสธ แล้วค่อยทำ “และ” หรือ “หรือ” และสุดท้ายคือ “ถ้า…แล้ว…” หรือ “ก็ต่อเมื่อ” ครับ ถ้ามีวงเล็บซ้อนกันก็ทำจากวงเล็บในสุดออกมาก่อน
  • สร้างจำนวนแถวไม่ครบ: ถ้ามี n ประพจน์ย่อย ต้องมี 2 n 2^n แถวเสมอครับ น้องๆ ต้องเช็คให้ดีว่าใส่ค่าความจริงของประพจน์ย่อยครบทุกกรณีแล้ว
  • เทคนิคทำข้อสอบ:
    • ทำอย่างเป็นระบบ: เขียนประพจน์ย่อยให้ครบทุกกรณีให้เป็นระเบียบ แล้วค่อยๆ หาค่าความจริงของนิพจน์ย่อยไปทีละขั้น จะช่วยลดความสับสนได้ครับ
    • ใช้หลัก “กรณีเดียวที่ผิด” หรือ “กรณีเดียวที่ถูก”: สำหรับบางตัวเชื่อมจะมีแค่กรณีเดียวที่ให้ผลลัพธ์ต่างออกไป เช่น P Q P wedge Q จริงเฉพาะ TT, P Q P vee Q เท็จเฉพาะ FF, P Q P rightarrow Q เท็จเฉพาะ TF การจำแบบนี้จะช่วยให้คิดเร็วขึ้นครับ
    • ฝึกฝนเยอะๆ: ยิ่งทำโจทย์เยอะ น้องๆ ก็จะยิ่งคุ้นเคยและมองเห็นความสัมพันธ์ของค่าความจริงได้เร็วขึ้นครับ

สรุปแนวคิดสำคัญครับ

ตารางค่าความจริงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและจำเป็นอย่างยิ่งในการศึกษาตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ครับ ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์และทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างประพจน์ต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบและชัดเจน การทำความเข้าใจตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์แต่ละตัว และการฝึกสร้างตารางค่าความจริงอย่างถูกต้อง จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่นำไปสู่การเรียนรู้หัวข้อที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการพิสูจน์ตรรกบท กฎการอนุมาน หรือแม้กระทั่งการออกแบบวงจรดิจิทัลในโลกของคอมพิวเตอร์ครับ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจเรื่องตารางค่าความจริงได้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ ถ้ามีข้อสงสัยตรงไหน หรืออยากให้พี่กฤษณ์อธิบายเรื่องอะไรเพิ่มเติม บอกมาได้เลยนะครับ!

น้องๆ ที่อยากเรียนรู้คณิตศาสตร์ให้เข้าใจลึกซึ้ง และมีเทคนิคดีๆ ไปใช้ในการสอบ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดคอร์สเรียนของพี่กฤษณ์ได้เลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสดที่น้องๆ จะได้มาเจอพี่กฤษณ์และเพื่อนๆ ในห้องเรียน คอร์สออนไลน์ที่ยืดหยุ่น เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือจะเป็นคอร์สตัวต่อตัวที่พี่กฤษณ์จะดูแลน้องๆ อย่างใกล้ชิด พี่กฤษณ์มีคอร์สที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์การเรียนของน้องๆ ทุกรูปแบบเลยครับ รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถดูได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *