Skip to content
Home » บทความ » การใช้แผนภาพเวนน์ในการหาจำนวนสมาชิกของเซตอย่างเป็นระบบ

การใช้แผนภาพเวนน์ในการหาจำนวนสมาชิกของเซตอย่างเป็นระบบ

การใช้แผนภาพเวนน์ในการหาจำนวนสมาชิกของเซตอย่างเป็นระบบ

น้องๆ หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “แผนภาพเวนน์” มาบ้างแล้วในวิชาคณิตศาสตร์ แผนภาพเวนน์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังและเข้าใจง่ายมากๆ ในการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างเซตต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการซ้อนทับกัน การรวมกัน หรือส่วนที่ไม่อยู่ในเซตใดๆ การที่เราสามารถใช้แผนภาพเวนน์ได้อย่างถูกวิธีและเป็นระบบ จะช่วยให้น้องๆ สามารถแก้โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับจำนวนสมาชิกของเซตได้อย่างแม่นยำและไม่ผิดพลาดเลยครับ

ทำความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับเซตและแผนภาพเวนน์

ก่อนที่เราจะไปลึกถึงวิธีการใช้แผนภาพเวนน์อย่างเป็นระบบ พี่กฤษณ์ขอทบทวนแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับเซตกันก่อนนะครับ

  • เซต (Set) คือ กลุ่มของสิ่งของ วัตถุ หรือแนวคิดที่เราสนใจ เช่น เซตของจำนวนคู่, เซตของนักเรียนที่ชอบวิชาคณิตศาสตร์
  • สมาชิก (Element) คือ สิ่งที่อยู่ในเซตนั้นๆ
  • เอกภพสัมพัทธ์ (Universal Set – U) คือ เซตที่ใหญ่ที่สุดที่ครอบคลุมสมาชิกทั้งหมดที่เรากำลังพิจารณาในบริบทของปัญหานั้นๆ มักจะแสดงด้วยกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าในแผนภาพเวนน์
  • ยูเนียน (Union – ∪) คือ การรวมสมาชิกทั้งหมดของสองเซตหรือมากกว่าเข้าด้วยกัน เช่น A ∪ B A cup B หมายถึง สมาชิกที่อยู่ในเซต A หรืออยู่ในเซต B หรืออยู่ในทั้งสองเซต
  • อินเตอร์เซกชัน (Intersection – ∩) คือ การหาสมาชิกที่อยู่ในทั้งสองเซตหรือมากกว่าพร้อมกัน เช่น A ∩ B A cap B หมายถึง สมาชิกที่อยู่ในเซต A และอยู่ในเซต B
  • ส่วนเติมเต็ม (Complement – A’) คือ สมาชิกที่อยู่ในเอกภพสัมพัทธ์ แต่ไม่อยู่ในเซต A

แผนภาพเวนน์จะใช้รูปวงกลมแทนเซตต่างๆ โดยวงกลมที่ซ้อนทับกันจะแสดงถึงอินเตอร์เซกชัน และพื้นที่ทั้งหมดที่วงกลมครอบคลุมจะแสดงถึงยูเนียนครับ

การหาจำนวนสมาชิกของเซตด้วยแผนภาพเวนน์สำหรับสองเซต

สำหรับเซตสองเซต A และ B แผนภาพเวนน์จะมีลักษณะเป็นวงกลมสองวงซ้อนทับกันอยู่ภายในกรอบสี่เหลี่ยมที่เป็นเอกภพสัมพัทธ์ สูตรที่ใช้ในการหาจำนวนสมาชิกของยูเนียนของสองเซตคือ

n ( A ∪ B ) = n ( A ) + n ( B ) − n ( A ∩ B ) n(A cup B) = n(A) + n(B) – n(A cap B)

เหตุผลที่เราต้องลบ n ( A ∩ B ) n(A cap B) ออกไปก็เพราะว่าเมื่อเรานับ n ( A ) n(A) และ n ( B ) n(B) สมาชิกในส่วนที่ซ้อนทับกัน (อินเตอร์เซกชัน) จะถูกนับไปถึงสองครั้ง เราจึงต้องลบออกหนึ่งครั้งเพื่อให้ได้จำนวนสมาชิกที่ถูกต้องครับ

ตัวอย่างโจทย์สำหรับสองเซต

ในการสำรวจนักเรียน 50 คน พบว่ามี 25 คนชอบฟุตบอล และ 30 คนชอบบาสเกตบอล และมี 10 คนที่ชอบทั้งฟุตบอลและบาสเกตบอล จงหาจำนวนนักเรียนที่ชอบอย่างน้อยหนึ่งชนิดกีฬา

วิธีทำโดยใช้แผนภาพเวนน์อย่างเป็นระบบ:

  1. วาดแผนภาพ: วาดวงกลมสองวงแทนเซต F (ฟุตบอล) และ B (บาสเกตบอล) ซ้อนทับกัน และมีกรอบสี่เหลี่ยม U (นักเรียนทั้งหมด)
  2. เติมตัวเลขจากส่วนที่ซ้อนทับ (อินเตอร์เซกชัน) ก่อน: โจทย์บอกว่ามี 10 คนที่ชอบทั้งฟุตบอลและบาสเกตบอล นั่นคือ n ( F ∩ B ) = 10 n(F cap B) = 10 ใส่ 10 ลงในช่องที่วงกลม F และ B ซ้อนทับกัน
  3. เติมตัวเลขในส่วนที่เหลือของแต่ละเซต:
    • นักเรียนที่ชอบฟุตบอลอย่างเดียว: n ( F ) − n ( F ∩ B ) = 25 − 10 = 15 n(F) – n(F cap B) = 25 – 10 = 15 ใส่ 15 ในส่วนของ F ที่ไม่ซ้อนทับกับ B
    • นักเรียนที่ชอบบาสเกตบอลอย่างเดียว: n ( B ) − n ( F ∩ B ) = 30 − 10 = 20 n(B) – n(F cap B) = 30 – 10 = 20 ใส่ 20 ในส่วนของ B ที่ไม่ซ้อนทับกับ F
  4. รวมตัวเลขในส่วนยูเนียน: จำนวนนักเรียนที่ชอบอย่างน้อยหนึ่งชนิดกีฬาคือ 15 + 10 + 20 = 45 15 + 10 + 20 = 45 คน
  5. หาจำนวนสมาชิกภายนอกเซต (ถ้ามี): จำนวนนักเรียนทั้งหมด 50 คน แสดงว่ามีนักเรียนที่ไม่ได้ชอบทั้งสองชนิดกีฬา 50 − 45 = 5 50 – 45 = 5 คน ใส่ 5 นอกวงกลมทั้งสองแต่ยังอยู่ในกรอบ U

ดังนั้น จำนวนนักเรียนที่ชอบอย่างน้อยหนึ่งชนิดกีฬาคือ 45 คนครับ

การหาจำนวนสมาชิกของเซตด้วยแผนภาพเวนน์สำหรับสามเซต

สำหรับเซตสามเซต A, B และ C สูตรที่ใช้ในการหาจำนวนสมาชิกของยูเนียนของสามเซตคือ

n ( A ∪ B ∪ C ) = n ( A ) + n ( B ) + n ( C ) − n ( A ∩ B ) − n ( A ∩ C ) − n ( B ∩ C ) + n ( A ∩ B ∩ C ) n(A cup B cup C) = n(A) + n(B) + n(C) – n(A cap B) – n(A cap C) – n(B cap C) + n(A cap B cap C)

สูตรนี้อาจจะดูซับซ้อน แต่หลักการก็คล้ายกับสองเซต คือการนับและลบส่วนที่ถูกนับซ้ำออกไป โดยส่วน n ( A ∩ B ∩ C ) n(A cap B cap C) จะถูกลบออกไปสามครั้งจากการลบอินเตอร์เซกชันคู่ และต้องถูกบวกกลับเข้ามาหนึ่งครั้งเพื่อให้ได้จำนวนที่ถูกต้องครับ

เทคนิคการเติมแผนภาพเวนน์สามเซตอย่างเป็นระบบ

เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดในการแก้โจทย์สามเซต พี่กฤษณ์มีลำดับขั้นตอนที่เป็นระบบมาแนะนำน้องๆ ครับ

  1. วาดแผนภาพ: วาดวงกลมสามวงซ้อนทับกัน (คล้ายๆ ดอกไม้ 3 กลีบ) และกรอบสี่เหลี่ยมเอกภพสัมพัทธ์
  2. เริ่มจากจุดศูนย์กลาง (อินเตอร์เซกชันสามเซต) ก่อนเสมอ: นั่นคือส่วน n ( A ∩ B ∩ C ) n(A cap B cap C) เพราะเป็นส่วนที่เฉพาะเจาะจงที่สุด
  3. เติมตัวเลขในส่วนที่ซ้อนทับกันสองเซต: เช่น n ( A ∩ B ) n(A cap B) ต้องนำค่าจากข้อ 2 มาลบออกก่อน เพื่อให้ได้เฉพาะส่วนที่ A และ B ซ้อนทับกันแต่ไม่รวม C
  4. เติมตัวเลขในส่วนที่เหลือของแต่ละเซต (ชอบอย่างเดียว): เช่น n ( A ) n(A) ต้องนำค่าจากข้อ 2 และข้อ 3 (ส่วนที่ A ซ้อนทับ B และ A ซ้อนทับ C) มาลบออก
  5. ตรวจสอบผลรวม: รวมตัวเลขทั้งหมดในแต่ละส่วนของแผนภาพเวนน์ เพื่อให้แน่ใจว่าถูกต้องและครบถ้วน

ตัวอย่างโจทย์สำหรับสามเซต

จากการสำรวจนักเรียน 100 คน พบข้อมูลดังนี้:

  • ชอบภาษาไทย (T) 40 คน
  • ชอบภาษาอังกฤษ (E) 35 คน
  • ชอบคณิตศาสตร์ (M) 30 คน
  • ชอบไทยและอังกฤษ 15 คน
  • ชอบไทยและคณิตศาสตร์ 12 คน
  • ชอบอังกฤษและคณิตศาสตร์ 10 คน
  • ชอบทั้งสามวิชา 5 คน

จงหาจำนวนนักเรียนที่ชอบอย่างน้อยหนึ่งวิชา

วิธีทำโดยใช้แผนภาพเวนน์อย่างเป็นระบบ:

  1. วาดแผนภาพ: วาดวงกลม 3 วง T, E, M ซ้อนทับกัน
  2. เริ่มจากอินเตอร์เซกชันสามเซต: โจทย์บอกว่าชอบทั้งสามวิชา 5 คน n ( T ∩ E ∩ M ) = 5 n(T cap E cap M) = 5 ใส่ 5 ลงในช่องกลางสุด
  3. เติมอินเตอร์เซกชันสองเซต:
    • ชอบไทยและอังกฤษ (แต่ไม่รวมคณิตศาสตร์): n ( T ∩ E ) − n ( T ∩ E ∩ M ) = 15 − 5 = 10 n(T cap E) – n(T cap E cap M) = 15 – 5 = 10
    • ชอบไทยและคณิตศาสตร์ (แต่ไม่รวมอังกฤษ): n ( T ∩ M ) − n ( T ∩ E ∩ M ) = 12 − 5 = 7 n(T cap M) – n(T cap E cap M) = 12 – 5 = 7
    • ชอบอังกฤษและคณิตศาสตร์ (แต่ไม่รวมไทย): n ( E ∩ M ) − n ( T ∩ E ∩ M ) = 10 − 5 = 5 n(E cap M) – n(T cap E cap M) = 10 – 5 = 5
  4. เติมส่วนที่ชอบวิชาเดียว:
    • ชอบภาษาไทยอย่างเดียว: n ( T ) − ( 10 + 7 + 5 ) = 40 − 22 = 18 n(T) – (10 + 7 + 5) = 40 – 22 = 18
    • ชอบภาษาอังกฤษอย่างเดียว: n ( E ) − ( 10 + 5 + 5 ) = 35 − 20 = 15 n(E) – (10 + 5 + 5) = 35 – 20 = 15
    • ชอบคณิตศาสตร์อย่างเดียว: n ( M ) − ( 7 + 5 + 5 ) = 30 − 17 = 13 n(M) – (7 + 5 + 5) = 30 – 17 = 13
  5. รวมตัวเลขในยูเนียน: จำนวนนักเรียนที่ชอบอย่างน้อยหนึ่งวิชาคือ 18 + 10 + 15 + 7 + 5 + 5 + 13 = 73 18 + 10 + 15 + 7 + 5 + 5 + 13 = 73 คน
  6. หาจำนวนสมาชิกภายนอกเซต (ถ้ามี): นักเรียนทั้งหมด 100 คน ดังนั้นมีนักเรียนที่ไม่ชอบวิชาใดเลย 100 − 73 = 27 100 – 73 = 27 คน

ดังนั้น จำนวนนักเรียนที่ชอบอย่างน้อยหนึ่งวิชาคือ 73 คนครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและเทคนิคทำข้อสอบ

น้องๆ มักจะพลาดในจุดเหล่านี้ครับ

  • ไม่เริ่มจากอินเตอร์เซกชันที่อยู่ด้านในสุด: การเริ่มต้นจากส่วนอินเตอร์เซกชันที่ซ้อนทับกันมากที่สุด (เช่น สามเซต) ก่อน จะช่วยให้การคำนวณส่วนอื่นๆ ง่ายขึ้นและลดโอกาสการนับซ้ำ
  • การตีความผิด: คำว่า “ชอบวิชาเดียว” กับ “ชอบวิชานี้” มีความแตกต่างกันมาก “ชอบวิชานี้” หมายถึง จำนวนทั้งหมดในวงกลมนั้นๆ ซึ่งอาจรวมถึงคนที่ชอบวิชาอื่นด้วย แต่ “ชอบวิชาเดียว” หมายถึง เฉพาะส่วนที่ไม่ซ้อนทับกับวงกลมอื่นเลย
  • การลืมส่วนที่อยู่นอกเซต: บางครั้งโจทย์อาจจะถามถึงจำนวนสมาชิกที่ไม่เกี่ยวข้องกับเซตที่เราสนใจเลย เช่น จำนวนนักเรียนที่ไม่ชอบวิชาใดๆ เลย น้องๆ ต้องไม่ลืมวาดกรอบเอกภพสัมพัทธ์และคำนวณส่วนนี้ด้วย

เทคนิคทำข้อสอบ:

  • วาดแผนภาพเวนน์เสมอ: แม้จะดูเป็นวิธีที่ใช้เวลา แต่จะช่วยให้เห็นภาพรวมและลดความผิดพลาดได้มาก
  • เขียนตัวเลขในแต่ละพื้นที่: แทนที่จะเขียนตัวเลขรวมของเซต ให้เขียนตัวเลขเฉพาะในแต่ละพื้นที่ของแผนภาพเวนน์ (เช่น ชอบ A อย่างเดียว, ชอบ A และ B แต่ไม่ C)
  • ตรวจสอบผลรวม: เมื่อเติมตัวเลขครบทุกส่วนแล้ว ลองรวมตัวเลขในแต่ละวงกลมดูว่าตรงกับข้อมูลที่โจทย์ให้มาหรือไม่
  • อ่านโจทย์อย่างละเอียด: คำสำคัญเช่น “อย่างน้อยหนึ่ง”, “อย่างมากหนึ่ง”, “เฉพาะ” มีความหมายที่แตกต่างกันมาก

สรุปแนวคิดสำคัญ

การใช้แผนภาพเวนน์ในการหาจำนวนสมาชิกของเซตเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจความหมายของแต่ละส่วนในแผนภาพ และการเติมข้อมูลลงในแผนภาพอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากส่วนที่ซ้อนทับกันมากที่สุด (อินเตอร์เซกชันกลาง) แล้วค่อยๆ ขยายออกไปยังส่วนอินเตอร์เซกชันสองเซต และสุดท้ายคือส่วนที่เหลือของแต่ละเซต การทำตามขั้นตอนเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ สามารถแก้โจทย์ที่ซับซ้อนได้อย่างมั่นใจและถูกต้องครับ

พี่กฤษณ์หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และทำให้น้องๆ เข้าใจเรื่องแผนภาพเวนน์ได้ดียิ่งขึ้นนะครับ ถ้าใครอยากเจาะลึกเนื้อหาคณิตศาสตร์อื่นๆ เพิ่มเติม หรือมีข้อสงสัยอยากให้พี่กฤษณ์ช่วยอธิบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเซต ความน่าจะเป็น ตรรกศาสตร์ หรือหัวข้อไหนๆ ก็ตาม น้องๆ สามารถเข้ามาดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเรียนของพี่กฤษณ์ได้ในเว็บไซต์นี้เลยนะครับ มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และคอร์สตัวต่อตัว เพื่อให้น้องๆ เลือกรูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดเลยครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *