Skip to content
Home » บทความ » การเลื่อนกราฟของฟังก์ชัน

การเลื่อนกราฟของฟังก์ชัน

การเลื่อนกราฟของฟังก์ชัน

การเลื่อนกราฟของฟังก์ชัน หรือ Graph Transformations of Functions คือการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง รูปทรง หรือทิศทางของกราฟฟังก์ชันเริ่มต้น โดยอาศัยการเปลี่ยนแปลงสมการของฟังก์ชันนั้นๆ ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายประเภท แต่หลักๆ ที่เราจะเรียนกันวันนี้คือการเลื่อนตำแหน่งในแนวตั้งและแนวนอน การสะท้อน และการยืดหดกราฟครับ การที่เราสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ระหว่างสมการกับการเปลี่ยนแปลงของกราฟได้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการวิเคราะห์ฟังก์ชัน การแก้สมการและอสมการ หรือแม้กระทั่งการทำโจทย์ในระดับที่สูงขึ้น

1. การเลื่อนกราฟในแนวตั้ง (Vertical Shifts)

การเลื่อนกราฟในแนวตั้งคือการขยับกราฟขึ้นหรือลงตามแกน Y ครับ หลักการง่ายๆ คือถ้าเราบวกหรือลบค่าคงที่เข้าไปที่ตัวฟังก์ชันทั้งหมด ผลที่ได้คือกราฟจะเลื่อนขึ้นหรือลงครับ

* การเลื่อนขึ้น: ถ้าเรามีฟังก์ชัน y = f ( x ) y = f(x) แล้วเราเปลี่ยนเป็น y = f ( x ) + c y = f(x) + c เมื่อ 0″> c > 0 c > 0 กราฟจะเลื่อนขึ้นไปตามแกน Y เป็นระยะ c c หน่วยครับ
* การเลื่อนลง: ถ้าเราเปลี่ยนเป็น y = f ( x ) − c y = f(x) – c เมื่อ 0″> c > 0 c > 0 กราฟจะเลื่อนลงมาตามแกน Y เป็นระยะ c c หน่วยครับ

ตัวอย่าง: พิจารณากราฟ y = x 2 y = x^2

  • ถ้าเรามี y = x 2 + 2 y = x^2 + 2 กราฟพาราโบลาจะเลื่อนขึ้นไป 2 หน่วย จุดยอดจาก ( 0 , 0 ) (0,0) ไปเป็น ( 0 , 2 ) (0,2) ครับ
  • ถ้าเรามี y = x 2 − 3 y = x^2 – 3 กราฟจะเลื่อนลงมา 3 หน่วย จุดยอดจาก ( 0</ 0 ) (0,0) ไปเป็น ( 0 , − 3 ) (0,-3) ครับ

2. การเลื่อนกราฟในแนวนอน (Horizontal Shifts)

การเลื่อนกราฟในแนวนอนคือการขยับกราฟไปทางซ้ายหรือขวาตามแกน X ครับ ตรงนี้แหละครับที่น้องๆ มักจะสับสนนิดหน่อย เพราะมันจะสวนทางกับความรู้สึกปกติของเรา

* การเลื่อนไปทางขวา: ถ้าเรามีฟังก์ชัน y = f ( x ) y = f(x) แล้วเราเปลี่ยนเป็น y = f ( x − c ) y = f(x – c) เมื่อ 0″> c > 0 c > 0 กราฟจะเลื่อนไปทางขวาเป็นระยะ c c หน่วยครับ
* การเลื่อนไปทางซ้าย: ถ้าเราเปลี่ยนเป็น y = f ( x + c ) y = f(x + c) เมื่อ 0″> c > 0 c > 0 กราฟจะเลื่อนไปทางซ้ายเป็นระยะ c c หน่วยครับ

ตัวอย่าง: พิจารณากราฟ y = x 2 y = x^2

  • ถ้าเรามี y = ( x − 2 ) 2 y = (x – 2)^2 กราฟพาราโบลาจะเลื่อนไปทางขวา 2 หน่วย จุดยอดจาก ( 0 , 0 ) (0,0) ไปเป็น ( 2 , 0 ) (2,0) ครับ
  • ถ้าเรามี y = ( x + 3 ) 2 y = (x + 3)^2 กราฟจะเลื่อนไปทางซ้าย 3 หน่วย จุดยอดจาก ( 0 , 0 ) (0,0) ไปเป็น ( − 3 , 0 ) (-3,0) ครับ

พี่กฤษณ์มีเคล็ดลับเล็กๆ ให้จำง่ายๆ ครับ คือ “ข้างใน (วงเล็บที่ติดกับ x) ทำตรงข้าม ข้างนอก (ที่บวกหรือลบทั้งฟังก์ชัน) ทำตาม” คือถ้าในวงเล็บ x − c x-c จะเลื่อนไปทางบวก (ขวา) แต่ถ้า x + c x+c จะเลื่อนไปทางลบ (ซ้าย) ส่วนข้างนอก ถ้า f ( x ) + c f(x)+c ก็เลื่อนขึ้น c c หน่วย และถ้า f ( x ) − c f(x)-c ก็เลื่อนลง c c หน่วยตามเครื่องหมายเลยครับ

3. การสะท้อนกราฟ (Reflections)

การสะท้อนกราฟคือการพลิกกราฟข้ามแกนใดแกนหนึ่งครับ

* สะท้อนข้ามแกน X: ถ้าเรามี y = f ( x ) y = f(x) แล้วเปลี่ยนเป็น y = − f ( x ) y = -f(x) กราฟจะสะท้อนข้ามแกน X ครับ หมายถึงค่า Y จะเปลี่ยนเป็นตรงข้าม
* สะท้อนข้ามแกน Y: ถ้าเรามี y = f ( x ) y = f(x) แล้วเปลี่ยนเป็น y = f ( − x ) y = f(-x) กราฟจะสะท้อนข้ามแกน Y ครับ หมายถึงค่า X จะเปลี่ยนเป็นตรงข้าม

ตัวอย่าง: พิจารณากราฟ y = x y = sqrt{x} (เป็นครึ่งพาราโบลาหงายไปทางขวา)

  • ถ้าเรามี y = − x y = -sqrt{x} กราฟจะสะท้อนลงมาด้านล่างข้ามแกน X ครับ
  • ถ้าเรามี y = − x y = sqrt{-x} กราฟจะสะท้อนไปทางซ้ายข้ามแกน Y ครับ (โดเมนเป็น x ≤ 0 x le 0 )

4. การยืดและหดกราฟ (Stretching and Compressing)

การยืดและหดกราฟคือการเปลี่ยนขนาดของกราฟครับ ทำให้มันสูงขึ้น แบนลง หรือแคบลง กว้างขึ้น

* การยืด/หดในแนวตั้ง (Vertical Stretch/Compress):
* ถ้าเรามี y = f ( x ) y = f(x) แล้วเปลี่ยนเป็น y = a ⋅ f ( x ) y = a cdot f(x)
* ถ้า 1″> a > 1 a > 1 กราฟจะถูกยืดออกในแนวตั้ง (สูงขึ้น)
* ถ้า <math data-latex="0 < a


0
<
a
<
1

0 < a < 1

กราฟจะถูกหดลงในแนวตั้ง (แบนลง)
* การยืด/หดในแนวนอน (Horizontal Stretch/Compress):
* ถ้าเรามี y = f ( x ) y = f(x) แล้วเปลี่ยนเป็น y = f ( b ⋅ x ) y = f(b cdot x)
* ถ้า 1″> b > 1 b > 1 กราฟจะถูกหดลงในแนวนอน (แคบลง) – ตรงข้ามกับความรู้สึกอีกแล้วครับน้องๆ!
* ถ้า <math data-latex="0 < b


0
<
b
<
1

0 < b < 1

กราฟจะถูกยืดออกในแนวนอน (กว้างขึ้น)

ตัวอย่าง: พิจารณากราฟ y = x 2 y = x^2

  • ถ้าเรามี y = 2 x 2 y = 2x^2 กราฟจะถูกยืดในแนวตั้ง (ชันขึ้น)
  • ถ้าเรามี y = 1 2 x 2 y = frac{1}{2}x^2 กราฟจะถูกหดในแนวตั้ง (แบนลง)
  • ถ้าเรามี y = ( 2 x ) 2 y = (2x)^2 กราฟจะถูกหดในแนวนอน (แคบลง)
  • ถ้าเรามี y = ( 1 2 x ) 2 y = (frac{1}{2}x)^2 กราฟจะถูกยืดในแนวนอน (กว้างขึ้น)

การรวมการเลื่อนกราฟหลายรูปแบบเข้าด้วยกัน

บ่อยครั้งที่เราต้องเจอกับฟังก์ชันที่มีการเลื่อนกราฟหลายรูปแบบผสมกัน เช่น y = a f ( b ( x − h ) ) + k y = a f(b(x-h)) + k
ในกรณีนี้ ลำดับของการเปลี่ยนแปลงกราฟมีความสำคัญมากครับ พี่กฤษณ์แนะนำให้น้องๆ ทำตามลำดับนี้เพื่อความถูกต้องแม่นยำครับ:

  1. จัดการกับ Horizontal Scaling และ Reflection (จากค่า b): เริ่มจากตัว b b ที่อยู่ข้างใน x x ครับ ถ้า <math data-latex="b


    b
    <
    0

    b < 0

    ให้สะท้อนข้ามแกน Y ก่อน แล้วค่อยทำ Horizontal Stretch/Compress ด้วย | b | |b| ครับ
  2. จัดการกับ Horizontal Shift (จากค่า h): เลื่อนกราฟในแนวนอนตามค่า h h ครับ (จำไว้ว่าตรงข้าม)
  3. จัดการกับ Vertical Scaling และ Reflection (จากค่า a): ต่อมาคือตัว a a ที่อยู่ข้างหน้าฟังก์ชัน ถ้า <math data-latex="a


    a
    <
    0

    a < 0

    ให้สะท้อนข้ามแกน X ก่อน แล้วค่อยทำ Vertical Stretch/Compress ด้วย | a | |a| ครับ
  4. จัดการกับ Vertical Shift (จากค่า k): สุดท้าย เลื่อนกราฟในแนวตั้งตามค่า k k ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:

  • สับสนเรื่องการเลื่อนแนวนอน: หลายคนชอบเลื่อนไปทางขวาเมื่อเจอ x + c x+c ซึ่งผิดนะครับ ต้องเลื่อนไปทางซ้ายครับ
  • ลืมจัดรูปเมื่อมีสัมประสิทธิ์หน้า x: เช่น ถ้าเจอ y = f ( 2 x + 4 ) y = f(2x + 4) น้องๆ ต้องดึงตัวร่วมออกมาให้เป็น y = f ( 2 ( x + 2 ) ) y = f(2(x + 2)) ก่อนครับ ถึงจะเห็นว่าเลื่อนไปซ้าย 2 หน่วย และถูกหดแนวนอนด้วยอัตราส่วน 1 2 frac{1}{2} ครับ
  • ลำดับการทำผิด: การเปลี่ยนกราฟในแนวตั้งมักจะทำได้หลังจากจัดการกับส่วนแนวนอนเสร็จสิ้นแล้วครับ

ตัวอย่างโจทย์ประยุกต์

สมมติว่าน้องๆ ต้องการวาดกราฟของ y = − 2 ( x − 3 ) 2 + 1 y = -2(x – 3)^2 + 1 โดยเริ่มต้นจากกราฟ y = x 2 y = x^2
เรามาดูกันทีละขั้นตอนนะครับ:

  1. เริ่มต้นที่ y = x 2 y = x^2 : กราฟพาราโบลาหงาย จุดยอดอยู่ที่ ( 0 , 0 ) (0,0) ครับ
  2. Horizontal Shift: ( x − 3 ) 2 (x – 3)^2 : เลื่อนกราฟไปทางขวา 3 หน่วย จุดยอดจะไปอยู่ที่ ( 3 , 0 ) (3,0) ครับ
  3. Vertical Stretch: 2 ( x − 3 ) 2 2(x – 3)^2 : ยืดกราฟในแนวตั้งเป็น 2 เท่า ทำให้กราฟชันขึ้น จุดยอดก็ยังอยู่ที่ ( 3 , 0 ) (3,0) ครับ
  4. Reflection across X-axis: − 2 ( x − 3 ) 2 -2(x – 3)^2 : สะท้อนกราฟข้ามแกน X ทำให้พาราโบลาหงายเป็นคว่ำลง จุดยอดก็ยังอยู่ที่ ( 3 , 0 ) (3,0) ครับ
  5. Vertical Shift: − 2 ( x − 3 ) 2 + 1 -2(x – 3)^2 + 1 : เลื่อนกราฟขึ้นไป 1 หน่วย จุดยอดสุดท้ายจะอยู่ที่ ( 3 , 1 ) (3,1) ครับ

เป็นไงบ้างครับน้องๆ พอเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่าการทำตามขั้นตอนช่วยให้เราไม่สับสน

สรุปแนวคิดสำคัญ

การเลื่อนกราฟฟังก์ชันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการทำความเข้าใจกราฟต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชันพหุนาม ตรีโกณมิติ หรือเลขชี้กำลัง มันช่วยให้น้องๆ สามารถวิเคราะห์ลักษณะสำคัญของฟังก์ชันได้อย่างรวดเร็ว เช่น จุดยอด จุดวกกลับ จุดตัดแกน หรือช่วงความเพิ่มลดของฟังก์ชัน การทำความเข้าใจพื้นฐานของการเลื่อนกราฟจะช่วยให้การเรียนในเรื่องอื่นๆ ที่ซับซ้อนขึ้นเป็นไปได้อย่างราบรื่นครับ

  • บวก/ลบ นอกฟังก์ชัน f ( x ) ± c f(x) pm c : เลื่อนกราฟขึ้น/ลง
  • บวก/ลบ ในฟังก์ชัน f ( x ± c ) f(x pm c) : เลื่อนกราฟซ้าย/ขวา (ตรงข้ามเครื่องหมาย)
  • ติดลบ นอกฟังก์ชัน − f ( x ) -f(x) : สะท้อนข้ามแกน X
  • ติดลบ ในฟังก์ชัน f ( − x ) f(-x) : สะท้อนข้ามแกน Y
  • คูณ นอกฟังก์ชัน a ⋅ f ( x ) a cdot f(x) : ยืด/หดแนวตั้ง
  • คูณ ในฟังก์ชัน f ( b ⋅ x ) f(b cdot x) : ยืด/หดแนวนอน (ตรงข้าม b b )

ถ้าอ่านบทความนี้แล้วน้องๆ ยังรู้สึกไม่มั่นใจ หรืออยากฝึกฝนโจทย์ที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สคณิตศาสตร์ที่เน้นการทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้งและเทคนิคการทำข้อสอบให้น้องๆ ได้เลือกเรียนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสดที่ได้เจอกันในห้องเรียน คอร์สออนไลน์ที่เรียนที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ หรือแม้แต่คอร์สตัวต่อตัวที่พี่กฤษณ์จะดูแลน้องๆ อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้เลยนะครับ พี่กฤษณ์รอที่จะพาน้องๆ เก่งคณิตไปด้วยกันครับ!

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *