Skip to content
Home » บทความ » การพิจารณาการลู่เข้าและลู่ออกของลำดับอนันต์เบื้องต้น

การพิจารณาการลู่เข้าและลู่ออกของลำดับอนันต์เบื้องต้น

การพิจารณาการลู่เข้าและลู่ออกของลำดับอนันต์เบื้องต้น

ก่อนอื่นเลย เรามาทบทวนกันก่อนว่า “ลำดับ” คืออะไร ลำดับก็คือน้องๆ เห็นตัวเลขเรียงกันเป็นชุดๆ โดยมีกฎเกณฑ์บางอย่างที่เชื่อมโยงตัวเลขเหล่านั้นเข้าด้วยกัน เช่น 1 , 2 , 3 , 4 , … 1, 2, 3, 4, … หรือ 1 , 1 2 , 1 3 , 1 4 , … 1, frac{1}{2}, frac{1}{3}, frac{1}{4}, … เรามักจะเขียนลำดับในรูปพจน์ทั่วไป a n a_n เมื่อ n n คือลำดับที่ของพจน์นั้นๆ (เช่น n = 1 n=1 คือพจน์แรก, n = 2 n=2 คือพจน์ที่สอง)

แล้ว “ลำดับอนันต์” ล่ะ คืออะไร? ก็คือลำดับที่มีจำนวนพจน์ไม่สิ้นสุดนั่นเองครับ ทีนี้คำถามสำคัญก็คือ ถ้าเราปล่อยให้ n n มีค่ามากขึ้นเรื่อยๆ ไปจนถึงอนันต์ ( ∞ infty ) พจน์ของลำดับ a n a_n จะมีค่าเป็นอย่างไร มันจะเข้าใกล้ค่าใดค่าหนึ่ง หรือมันจะกระจัดกระจายออกไปไม่มีที่สิ้นสุด? นี่แหละครับคือใจความสำคัญของการลู่เข้า (Convergence) และลู่ออก (Divergence)

ความหมายของการลู่เข้า (Convergence) และลู่ออก (Divergence)

เราจะบอกว่าลำดับ a n a_n ลู่เข้าสู่ค่า L L ก็ต่อเมื่อเมื่อ n n มีค่าเข้าใกล้อนันต์ พจน์ a n a_n จะมีค่าเข้าใกล้ L L เพียงค่าเดียวและ L L จะต้องเป็นจำนวนจริงค่าหนึ่ง พูดง่ายๆ คือ จุดปลายทางของลำดับนี้คือ L L นั่นเองครับ เราเขียนสัญลักษณ์ได้ว่า:

lim n → ∞ a n = L lim_{n to infty} a_n = L

ในทางกลับกัน ถ้าลำดับนั้นไม่ได้ลู่เข้าสู่ค่าใดค่าหนึ่งเป็นจำนวนจริง เราจะเรียกว่าลำดับนั้น “ลู่ออก” (Diverges) ซึ่งอาจเป็นได้หลายกรณี เช่น พจน์ของลำดับมีค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเข้าใกล้อนันต์ ( ∞ infty ) หรือลดลงเรื่อยๆ จนเข้าใกล้ลบอนันต์ ( − ∞ -infty ) หรือแม้กระทั่งแกว่งไปมาระหว่างหลายๆ ค่า โดยไม่เข้าใกล้ค่าใดค่าหนึ่งเลย

เทคนิคเบื้องต้นในการพิจารณาการลู่เข้าและลู่ออก

การพิจารณาว่าลำดับลู่เข้าหรือลู่ออกนั้น ส่วนใหญ่แล้วเราจะใช้แนวคิดเรื่อง “ลิมิต” เข้ามาช่วยครับ โดยการหาค่า lim n → ∞ a n lim_{n to infty} a_n

1.

การหารด้วยพจน์ที่มีดีกรีสูงสุด

วิธีนี้ใช้ได้ดีกับลำดับที่อยู่ในรูปของเศษส่วนพหุนาม (rational function) คือมีพจน์ n n ทั้งเศษและส่วน หลักการคือเราจะนำพจน์ n n ที่มีดีกรีสูงสุดในส่วนที่เป็นตัวส่วน ไปหารทุกพจน์ทั้งเศษและส่วน จากนั้นค่อยหาลิมิตครับ

ตัวอย่างที่ 1: จงพิจารณาว่าลำดับ a n = 2 n 2 + 3 n − 1 n 2 + 5 n + 2 a_n = frac{2n^2 + 3n – 1}{n^2 + 5n + 2} ลู่เข้าหรือลู่ออก

เราหาลิมิตของ a n a_n เมื่อ n → ∞ n to infty

lim n → ∞ 2 n 2 + 3 n − 1 n 2 + 5 n + 2 lim_{n to infty} frac{2n^2 + 3n – 1}{n^2 + 5n + 2}

พจน์ที่มีดีกรีสูงสุดในตัวส่วนคือ n 2 n^2 เราจะนำ n 2 n^2 ไปหารทุกพจน์:

lim n → ∞ 2 n 2 n 2 + 3 n n 2 − 1 n 2 n 2 n 2 + 5 n n 2 + 2 n 2 = lim n → ∞ 2 + 3 n − 1 n 2 1 + 5 n + 2 n 2 lim_{n to infty} frac{frac{2n^2}{n^2} + frac{3n}{n^2} – frac{1}{n^2}}{frac{n^2}{n^2} + frac{5n}{n^2} + frac{2}{n^2}} = lim_{n to infty} frac{2 + frac{3}{n} – frac{1}{n^2}}{1 + frac{5}{n} + frac{2}{n^2}}

เรารู้ว่าเมื่อ n → ∞ n to infty ค่าของ C n k frac{C}{n^k} (เมื่อ C C เป็นค่าคงที่และ 0″> k > 0 k > 0 ) จะเข้าใกล้ 0 0 ดังนั้น:

= 2 + 0 − 0 1 + 0 + 0 = 2 = frac{2 + 0 – 0}{1 + 0 + 0} = 2

เนื่องจากลิมิตเป็นจำนวนจริง ( 2 2 ) แสดงว่าลำดับนี้ ลู่เข้า ครับ

ตัวอย่างที่ 2: ลำดับ a n = n 3 − 1 2 n 2 + n + 1 a_n = frac{n^3 – 1}{2n^2 + n + 1}

lim n → ∞ n 3 − 1 2 n 2 + n + 1 = lim n → ∞

n 3 n 2 − 1 n 2 2 n 2 n 2 + n n 2 + 1 n 2 =</ lim n → ∞ n − 1 n 2 2 + 1 n + 1 n 2 = ∞ − 0 2 + 0 + 0 = ∞ 2 = ∞ lim_{n to infty} frac{n^3 – 1}{2n^2 + n + 1} = lim_{n to infty} frac{frac{n^3}{n^2} – frac{1}{n^2}}{frac{2n^2}{n^2} + frac{n}{n^2} + frac{1}{n^2}} = lim_{n to infty} frac{n – frac{1}{n^2}}{2 + frac{1}{n} + frac{1}{n^2}} = frac{infty – 0}{2 + 0 + 0} = frac{infty}{2} = infty

เนื่องจากลิมิตเป็นอนันต์ แสดงว่าลำดับนี้ ลู่ออก ครับ

สรุปสั้นๆ สำหรับพหุนาม:

  • ถ้าดีกรีของพหุนามตัวเศษ เท่ากับ ดีกรีของพหุนามตัวส่วน ลำดับจะลู่เข้าสู่ค่าสัมประสิทธิ์นำของทั้งสองพหุนามหารกัน
  • ถ้าดีกรีของพหุนามตัวเศษ น้อยกว่า ดีกรีของพหุนามตัวส่วน ลำดับจะลู่เข้าสู่ 0 0
  • ถ้าดีกรีของพหุนามตัวเศษ มากกว่า ดีกรีของพหุนามตัวส่วน ลำดับจะลู่ออกไป ∞ infty หรือ − ∞ -infty

2.

ลำดับเรขาคณิต (Geometric Sequence)

ลำดับเรขาคณิตมีพจน์ทั่วไปคือ a n = a r n − 1 a_n = ar^{n-1} หรือบางทีก็เขียนเป็น a n = C r n a_n = Cr^n โดยที่ a a คือพจน์แรกและ r r คืออัตราส่วนร่วม การลู่เข้าของลำดับนี้ขึ้นอยู่กับค่าของ r r เป็นสำคัญ

  • ถ้า <math data-latex="-1 < r − 1 < r < 1 -1 < r < 1 (หรือ <math data-latex="|r| | r | < 1 |r| < 1 ) ลำดับจะลู่เข้าสู่ 0 0
  • ถ้า r = 1 r = 1 ลำดับจะลู่เข้าสู่ a a (หรือ C C ถ้าเป็น C r n Cr^n )
  • ในกรณีอื่นๆ (เช่น 1″> r > 1 r > 1 หรือ r ≤ − 1 r le -1 ) ลำดับจะลู่ออก

ตัวอย่างที่ 3: ลำดับ a n = ( 1 2 ) n a_n = (frac{1}{2})^n

ที่นี่ r = 1 2 r = frac{1}{2} ซึ่ง <math data-latex="-1 < frac{1}{2} − 1 < 1 2 < 1 -1 < frac{1}{2} < 1 ดังนั้น lim n → ∞ ( 1 2 ) n = 0 lim_{n to infty} (frac{1}{2})^n = 0 ลำดับนี้ ลู่เข้า ครับ

ตัวอย่างที่ 4: ลำดับ a n = ( − 2 ) n a_n = (-2)^n

ที่นี่ r = − 2 r = -2 ซึ่ง r ≤ − 1 r le -1 ลำดับนี้จะมีค่าเป็น − 2 , 4 , − 8 , 16 , … -2, 4, -8, 16, … จะเห็นว่ามันแกว่งสลับไปมาระหว่างค่าบวกและลบและมีขนาดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นลำดับนี้ ลู่ออก ครับ

3.

การใช้กฎของโลปิตาล (L’Hopital’s Rule)

บางครั้งลิมิตของลำดับอาจอยู่ในรูปแบบไม่กำหนด ( 0 0 frac{0}{0} หรือ ∞ ∞ frac{infty}{infty} ) เมื่อเราแทนค่า n = ∞ n = infty โดยตรง ในกรณีนี้ เราสามารถมองว่า n n เป็นตัวแปรต่อเนื่อง x x และใช้กฎของโลปิตาลได้ โดยการหาอนุพันธ์ของทั้งตัวเศษและตัวส่วน

ตัวอย่างที่ 5: ลำดับ a n = ln n n a_n = frac{ln n}{n}

เมื่อเราแทน n = ∞ n = infty จะได้ ln ∞ ∞ = ∞ ∞ frac{ln infty}{infty} = frac{infty}{infty} ซึ่งเป็นรูปแบบไม่กำหนด เราจึงใช้กฎของโลปิตาลได้ครับ

lim n → ∞ ln n n = lim n → ∞ d d n ( ln n ) d d n ( n ) = lim n → ∞ 1 n 1 = lim n → ∞ 1 n = 0 lim_{n to infty} frac{ln n}{n} = lim_{n to infty} frac{frac{d}{dn}(ln n)}{frac{d}{dn}(n)} = lim_{n to infty} frac{frac{1}{n}}{1} = lim_{n to infty} frac{1}{n} = 0

ดังนั้น ลำดับนี้ ลู่เข้า สู่ 0 0 ครับ

4.

ทฤษฎีบทการบีบอัด (Squeeze Theorem)

ทฤษฎีบทนี้มีประโยชน์มากเมื่อลำดับที่เราสนใจมีพจน์ที่แกว่งไปมา เช่น มีฟังก์ชัน sin n sin n หรือ cos n cos n อยู่ด้วย หลักการคือเราจะหาลำดับอีกสองลำดับ b n b_n และ c n c_n ที่มีคุณสมบัติว่า b n ≤ a n ≤ c n b_n le a_n le c_n สำหรับ n n ที่มีค่ามากพอ และถ้า lim n → ∞ b n = L lim_{n to infty} b_n = L และ lim n → ∞ c n = L lim_{n to infty} c_n = L แล้ว lim n → ∞ a n lim_{n to infty} a_n ก็จะเท่ากับ L L ด้วยครับ

ตัวอย่างที่ 6: ลำดับ a n = sin n n a_n = frac{sin n}{n}

เรารู้ว่าฟังก์ชัน sin n sin n มีค่าอยู่ระหว่าง − 1 -1 กับ 1 1 เสมอ นั่นคือ − 1 ≤ sin n ≤ 1 -1 le sin n le 1
เมื่อเราหารด้วย n n (ซึ่งเป็นจำนวนบวกเมื่อ n n เข้าใกล้อนันต์) เราจะได้:

− 1 n ≤ sin n n ≤ 1 n frac{-1}{n} le frac{sin n}{n} le frac{1}{n}

ตอนนี้เรามาหาลิมิตของลำดับด้านซ้ายและด้านขวาครับ:

lim n → ∞ − 1 n = 0 lim_{n to infty} frac{-1}{n} = 0
lim n → ∞ 1 n = 0 lim_{n to infty} frac{1}{n} = 0

เนื่องจากทั้งสองลำดับลู่เข้าสู่ 0 0 โดยทฤษฎีบทการบีบอัด เราสรุปได้ว่า lim n → ∞ sin n n = 0 lim_{n to infty} frac{sin n}{n} = 0 ลำดับนี้จึง ลู่เข้า ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (Common Pitfalls)

  • สับสนระหว่างลำดับ (Sequence) กับอนุกรม (Series): ลำดับคือชุดของตัวเลข a 1 , a 2 , a 3 , … a_1, a_2, a_3, … แต่อนุกรมคือผลรวมของพจน์ในลำดับ a 1 + a 2 + a 3 + … a_1 + a_2 + a_3 + … การลู่เข้าของลำดับและอนุกรมมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกันอย่างมากครับ การที่ลำดับลู่เข้าไม่ได้หมายความว่าอนุกรมที่เกิดจากลำดับนั้นจะลู่เข้าเสมอไป

  • ลืมตรวจสอบกรณีที่ลิมิตไม่มีอยู่จริง (เช่น การแกว่ง): ลำดับ a n = ( − 1 ) n a_n = (-1)^n คือ − 1 , 1 , − 1 , 1 , … -1, 1, -1, 1, … จะเห็นว่ามันไม่ได้เข้าใกล้ค่าใดค่าหนึ่งเลย มันแกว่งไปมาระหว่าง − 1 -1 และ 1 1 ดังนั้นลิมิตจึงไม่มีอยู่จริงและลำดับนี้ ลู่ออก ครับ

  • มองข้ามคุณสมบัติบางอย่าง: เช่น ฟังก์ชันยกกำลังที่ฐานเป็นค่าคงที่ k n k^n เมื่อ 1″> k > 1 k > 1 จะลู่ออกไป ∞ infty หรือเมื่อ <math data-latex="0 < k 0 < k < 1 0 < k < 1 จะลู่เข้าสู่ 0 0 ต้องจำคุณสมบัติพื้นฐานเหล่านี้ให้แม่นครับ

การประยุกต์ใช้แนวคิดการลู่เข้าลู่ออก

แนวคิดเรื่องการลู่เข้าและลู่ออกของลำดับอนันต์ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ที่อยู่บนกระดาษเท่านั้นนะครับ แต่มันมีการประยุกต์ใช้ในหลากหลายสาขาวิชาในชีวิตจริงและวิทยาศาสตร์ด้วย

  • วิทยาการคอมพิวเตอร์และวิศวกรรม: ในการออกแบบอัลกอริทึมหรือระบบควบคุม เรามักจะต้องการให้กระบวนการต่างๆ “ลู่เข้า” สู่ผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น การประมาณค่าตัวเลข การแก้สมการเชิงอนุพันธ์ หรือการออกแบบระบบเสถียรที่ต้องแน่ใจว่าค่าผิดพลาดจะลดลงและเข้าใกล้ศูนย์เมื่อเวลาผ่านไป

  • เศรษฐศาสตร์และการเงิน: แบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์หลายแบบใช้แนวคิดเรื่องลำดับอนันต์เพื่อศึกษาพฤติกรรมในระยะยาว เช่น การเติบโตของประชากร การออม การลงทุน หรือเงินเฟ้อ นักเศรษฐศาสตร์ต้องการทราบว่าเศรษฐกิจจะลู่เข้าสู่จุดสมดุลหรือไม่ และความสมดุลนั้นคืออะไร

  • ฟิสิกส์: ในฟิสิกส์ควอนตัม การศึกษาปรากฏการณ์ต่างๆ มักเกี่ยวข้องกับลำดับอนันต์ของพลังงาน หรือการประมาณค่าทางฟิสิกส์ด้วยวิธีวนซ้ำ ซึ่งต้องอาศัยการลู่เข้าเพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำ

  • สถิติ: ในทฤษฎีการประมาณค่า เรามักจะพูดถึงคุณสมบัติของ “ความสอดคล้อง” (consistency) ของตัวประมาณค่า ซึ่งหมายถึงว่า เมื่อขนาดตัวอย่างเพิ่มขึ้น ตัวประมาณค่าจะลู่เข้าสู่ค่าพารามิเตอร์จริงของประชากร

สรุปแนวคิดสำคัญ

หัวใจหลักของการพิจารณาการลู่เข้าและลู่ออกของลำดับอนันต์อยู่ที่การหาค่าลิมิตของพจน์ทั่วไป a n a_n เมื่อ n n เข้าใกล้อนันต์ครับ

  • ถ้า lim n → ∞ a n = L lim_{n to infty} a_n = L โดย L L เป็นจำนวนจริงค่าหนึ่ง ลำดับนั้นจะ ลู่เข้า
  • ถ้า lim n → ∞ a n lim_{n to infty} a_n มีค่าเป็น ∞ infty หรือ − ∞ -infty หรือไม่มีค่าเลย ลำดับนั้นจะ ลู่ออก

เครื่องมือสำคัญที่เราใช้ก็คือความรู้เรื่องลิมิต การจัดรูปพีชคณิต กฎของโลปิตาล และทฤษฎีบทการบีบอัดครับ

หวังว่าบทความนี้จะทำให้น้องๆ เข้าใจแนวคิดเรื่องการลู่เข้าและลู่ออกของลำดับอนันต์ได้มากขึ้นนะครับ นี่เป็นเพียงพื้นฐานเท่านั้น ยังมีเนื้อหาและเทคนิคที่ลึกซึ้งกว่านี้อีกมากเลยครับ ถ้าหากน้องๆ อยากเจาะลึก ฝึกโจทย์หลากหลายรูปแบบ หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม พี่กฤษณ์ยินดีช่วยเสมอครับ

สามารถดูรายละเอียดคอร์สเรียนของพี่กฤษณ์ได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ มีทั้งคอร์สสดที่น้องๆ สามารถมาเรียนที่สถาบัน คอร์สออนไลน์ที่เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือจะเป็นคอร์สตัวต่อตัวที่พี่กฤษณ์จะดูแลน้องๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อให้การเรียนคณิตศาสตร์เป็นเรื่องสนุกและเข้าใจง่ายที่สุดครับ แล้วพบกันนะครับ!

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *