Skip to content
Home » บทความ » เมทริกซ์ผกผัน

เมทริกซ์ผกผัน

เมทริกซ์ผกผันคืออะไร ทำไมเราต้องรู้จักมัน?

ก่อนอื่น พี่กฤษณ์อยากให้น้องๆ นึกถึงจำนวนจริงก่อนนะครับ เมื่อเรามีจำนวนจริงที่ไม่ใช่ศูนย์ เช่น เลข 5 เราจะหาตัวที่เรียกว่า ‘ส่วนกลับ’ หรือ ‘อินเวอร์สการคูณ’ ของมันได้ ซึ่งก็คือ 1 5 frac{1}{5} หรือ 5 − 1 5^{-1} ใช่ไหมครับ และเมื่อเรานำ 5 5 มาคูณกับ 1 5 frac{1}{5} ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือ 1 1 ซึ่งเป็นเอกลักษณ์การคูณนั่นเองครับ

แนวคิดของเมทริกซ์ผกผันก็คล้ายกันเลยครับ เมทริกซ์ผกผันของเมทริกซ์ A A (ที่พี่กฤษณ์จะเรียกว่า A−1 A^{-1} ) คือเมทริกซ์ที่เมื่อนำไปคูณกับ A A แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็น

เมทริกซ์เอกลักษณ์

(Identity Matrix) ซึ่งเปรียบเสมือนเลข 1 ในระบบจำนวนจริงนั่นเองครับ

ดังนั้น นิยามของเมทริกซ์ผกผันจึงเป็นไปตามสมการนี้ครับ

A A − 1 = A − 1 A = I AA^{-1} = A^{-1}A = I

เมื่อ A A เป็นเมทริกซ์จัตุรัสเท่านั้นนะครับ (คือมีจำนวนแถวเท่ากับจำนวนหลัก) และ I I คือเมทริกซ์เอกลักษณ์ขนาดเดียวกับ A A ครับ

เมทริกซ์เอกลักษณ์ (Identity Matrix)

เมทริกซ์เอกลักษณ์ I I คือเมทริกซ์จัตุรัสที่มีสมาชิกในแนวทแยงมุมหลักเป็น 1 1 ทั้งหมด และสมาชิกอื่นๆ เป็น 0 0 ทั้งหมดครับ น้องๆ สามารถคิดว่ามันเป็นเมทริกซ์ที่ “ไม่ทำอะไร” เมื่อนำไปคูณกับเมทริกซ์อื่นใดๆ ครับ ตัวอย่างเช่น

เมทริกซ์เอกลักษณ์ขนาด 2 × 2 2 times 2 คือ

I 2 =

1 0 0 1

I_2 = begin{pmatrix} 1 & 0 \ 0 & 1 end{pmatrix}

เมทริกซ์เอกลักษณ์ขนาด 3 × 3 3 times 3 คือ

I 3 =

1 0 0 0 1 0 0 0 1

I_3 = begin{pmatrix} 1 & 0 & 0 \ 0 & 1 & 0 \ 0 & 0 & 1 end{pmatrix}

เงื่อนไขของการมีเมทริกซ์ผกผัน

เมทริกซ์ทุกเมทริกซ์ไม่ได้มีเมทริกซ์ผกผันนะครับ จะมีเมทริกซ์ผกผันได้ก็ต่อเมื่อเมทริกซ์นั้นเป็นเมทริกซ์จัตุรัส และที่สำคัญที่สุดคือ ค่าดีเทอร์มิแนนต์ (Determinant) ของเมทริกซ์นั้นต้องไม่เท่ากับศูนย์ครับ

ถ้า det A = 0 det(A) = 0 เราจะเรียกเมทริกซ์ A A ว่า

เมทริกซ์เอกฐาน

(Singular Matrix) ซึ่งหมายความว่าไม่มีเมทริกซ์ผกผันครับ

ถ้า det A ≠ 0 det(A) neq 0 เราจะเรียกเมทริกซ์ A A ว่า

เมทริกซ์ไม่เอกฐาน

(Non-singular Matrix) ซึ่งหมายความว่ามีเมทริกซ์ผกผันครับ

เมทริกซ์ผกผันของเมทริกซ์ 2×2

สำหรับเมทริกซ์ขนาด 2 × 2 2 times 2 เรามีสูตรสำเร็จรูปที่ช่วยให้หาง่ายขึ้นครับ

สมมติว่าเมทริกซ์ A A คือ

A =

a b c d

A = begin{pmatrix} a & b \ c & d end{pmatrix}

ขั้นแรก หาค่าดีเทอร์มิแนนต์ของ A A (หรือ det A det(A) ) ซึ่งมีค่าเท่ากับ a d − b c ad-bc ครับ

ถ้า a d − b c ≠ 0 ad-bc neq 0 แล้วเมทริกซ์ผกผันของ A A คือ

A − 1 = 1 a d − b c

d − b − c a

A^{-1} = frac{1}{ad-bc} begin{pmatrix} d & -b \ -c & a end{pmatrix}

น้องๆ สังเกตนะครับว่ามันคือการสลับตำแหน่ง a a กับ d d และเปลี่ยนเครื่องหมาย b b กับ c c จากนั้นเอา 1 det A frac{1}{det(A)} ไปคูณตลอดเมทริกซ์ครับ

ตัวอย่าง: จงหาเมทริกซ์ผกผันของ A = 3 1 2 4 A = begin{pmatrix} 3 & 1 \ 2 & 4 end{pmatrix}

วิธีทำ:

  1. หา det A det(A) : det A = 3 4 − 1 2 = 12 − 2 = 10 det(A) = (3)(4) – (1)(2) = 12 – 2 = 10
  2. เนื่องจาก det A = 10 ≠ 0 det(A) = 10 neq 0 ดังนั้น A−1 A^{-1} มีอยู่จริง
  3. ใช้สูตร:
  4. A − 1 = 1 10

    4 − 1 − 2 3

    A^{-1} = frac{1}{10} begin{pmatrix} 4 & -1 \ -2 & 3 end{pmatrix}

    ดังนั้น A−1 = 4 10 − 1 10 − 2 10 3 10 = 2 5 − 1 10 − 1 5 3 10 A^{-1} = begin{pmatrix} frac{4}{10} & frac{-1}{10} \ frac{-2}{10} & frac{3}{10} end{pmatrix} = begin{pmatrix} frac{2}{5} & frac{-1}{10} \ frac{-1}{5} & frac{3}{10} end{pmatrix}

เมทริกซ์ผกผันของเมทริกซ์ 3×3 (และขนาดที่ใหญ่กว่า)

สำหรับการหาเมทริกซ์ผกผันของเมทริกซ์ขนาด 3 × 3 3 times 3 หรือขนาดที่ใหญ่กว่านั้นจะซับซ้อนขึ้นอีกนิดครับ วิธีมาตรฐานคือการใช้วิธีเมทริกซ์ผูกพัน (Adjoint Matrix Method) สูตรจะเป็นดังนี้ครับ

A − 1 = 1 det

A

adj

A

A^{-1} = frac{1}{det(A)} adj(A)

โดยที่ adj A adj(A) คือเมทริกซ์ผูกพันของ A A ซึ่งหาได้จากการหาเมทริกซ์โคแฟกเตอร์ (Cofactor Matrix) ของ A A แล้วนำมาทรานสโพส (Transpose) ครับ

ขั้นตอนคร่าวๆ มีดังนี้ครับ:

  1. หา det A det(A) ก่อน ถ้า det A = 0 det(A) = 0 ก็ไม่ต้องทำต่อแล้วครับ

  2. หาเมทริกซ์โคแฟกเตอร์ C C ของ A A ซึ่งสมาชิกแต่ละตัว C i j C_{ij} หาได้จาก − 1 i + j M i j (-1)^{i+j}M_{ij} เมื่อ M i j M_{ij} คือไมเนอร์ (Minor) ของตำแหน่ง i j ij ครับ

  3. หาเมทริกซ์ผูกพัน adj A adj(A) โดยการนำเมทริกซ์โคแฟกเตอร์ C C มาทรานสโพส หรือ adj A = CT adj(A) = C^T นั่นเองครับ

  4. สุดท้ายนำ 1 det A frac{1}{det(A)} ไปคูณกับ adj A adj(A) ก็จะได้ A−1 A^{-1} ครับ

อีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคอมพิวเตอร์ หรือเมื่อเมทริกซ์มีขนาดใหญ่ขึ้นคือ

การดำเนินการตามแถวขั้นมูลฐาน

(Elementary Row Operations) หรือที่เรียกว่า

วิธีเกาส์-จอร์แดน

(Gauss-Jordan Elimination) ครับ วิธีนี้คือการนำเมทริกซ์ A A มาต่อกับเมทริกซ์เอกลักษณ์ I I เป็น A|I [A|I] จากนั้นใช้การดำเนินการตามแถวเพื่อเปลี่ยน A A ให้เป็น I I เมทริกซ์ I I ที่อยู่ฝั่งขวาก็จะกลายเป็น A−1 A^{-1} ครับ

A | I

→ Row Operations

I | A − 1

[A|I] xrightarrow{Row Operations} [I|A^{-1}]

วิธีนี้อาจจะดูซับซ้อนในตอนแรก แต่เมื่อฝึกฝนไปเรื่อยๆ จะพบว่าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและเป็นระบบมากๆ ครับ

การนำเมทริกซ์ผกผันไปใช้ประโยชน์

เมทริกซ์ผกผันไม่ได้เป็นเพียงแค่ทฤษฎีในห้องเรียนเท่านั้นนะครับ แต่ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างกว้างขวางเลยครับ

  • การแก้ระบบสมการเชิงเส้น: นี่คือการประยุกต์ใช้ที่สำคัญที่สุดเลยครับ ระบบสมการเชิงเส้นสามารถเขียนในรูปเมทริกซ์ได้เป็น A X = B AX = B ถ้าเราหา A−1 A^{-1} ได้ เราก็จะหา X X ได้ด้วย X = A−1 B X = A^{-1}B ครับ

  • การแปลงทางเรขาคณิต (Geometric Transformations): ในคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ การหมุน การสะท้อน หรือการย่อขยายวัตถุ สามารถแทนด้วยการคูณเมทริกซ์ได้ครับ และเมทริกซ์ผกผันก็ใช้ในการย้อนกลับการแปลงนั้นๆ ครับ

  • วิทยาการเข้ารหัสลับ (Cryptography): เมทริกซ์ผกผันใช้ในการเข้ารหัสและถอดรหัสข้อความ ทำให้ข้อมูลปลอดภัยจากการถูกดักจับครับ

  • เศรษฐศาสตร์และวิศวกรรม: ใช้ในแบบจำลองทางเศรษฐศาสตร์ เช่น Input-Output Model หรือในการวิเคราะห์วงจรไฟฟ้าในงานวิศวกรรมครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการหาเมทริกซ์ผกผัน

จากการสอนน้องๆ มาหลายคน พี่กฤษณ์พบว่ามีข้อผิดพลาดบางอย่างที่น้องๆ มักจะทำบ่อยๆ ครับ เพื่อให้น้องๆ ระมัดระวังเป็นพิเศษ พี่กฤษณ์สรุปมาให้แล้วครับ:

  • ลืมตรวจสอบ det A = 0 det(A) = 0 ก่อน: ถ้าดีเทอร์มิแนนต์เป็นศูนย์ เมทริกซ์นั้นไม่มีผกผัน การพยายามหาจะเสียเวลาเปล่าครับ

  • คำนวณ det A det(A) ผิดพลาด: เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุด ถ้าผิดตรงนี้ ทุกอย่างก็จะผิดตามไปด้วยครับ

  • สลับเครื่องหมายโคแฟกเตอร์ผิด: สำหรับเมทริกซ์ 3×3 การหาโคแฟกเตอร์ต้องระวังเรื่องเครื่องหมาย − 1 i + j (-1)^{i+j} ครับ

  • คำนวณเมทริกซ์สลับเปลี่ยน (Transpose) ผิด: การเปลี่ยนแถวเป็นหลัก หรือหลักเป็นแถวต้องทำอย่างระมัดระวังครับ

  • สับสนระหว่าง A B − 1 = B − 1 A − 1 (AB)^{-1} = B^{-1}A^{-1} : คุณสมบัติข้อนี้สำคัญมาก และน้องๆ มักจะสลับลำดับผิดครับ

เทคนิคการทำข้อสอบเกี่ยวกับเมทริกซ์ผกผัน

เพื่อให้น้องๆ สามารถทำข้อสอบเกี่ยวกับเมทริกซ์ผกผันได้อย่างมั่นใจ พี่กฤษณ์มีเทคนิคดีๆ มาฝากครับ

  • ฝึกคำนวณดีเทอร์มิแนนต์บ่อยๆ: การคำนวณดีเทอร์มิแนนต์อย่างรวดเร็วและแม่นยำเป็นหัวใจสำคัญ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของการหาเมทริกซ์ผกผันครับ

  • ตรวจสอบคำตอบเสมอ: หลังจากที่น้องๆ หา A−1 A^{-1} ได้แล้ว ให้ลองคูณ A A−1 A A^{-1} หรือ A−1 A A^{-1}A ว่าได้เมทริกซ์เอกลักษณ์ I I จริงหรือไม่ หากไม่ แสดงว่ามีจุดผิดพลาดตรงไหนสักที่ครับ

  • จำสูตร 2×2 ให้ขึ้นใจ: สำหรับเมทริกซ์ 2×2 สูตรสำเร็จรูปช่วยประหยัดเวลาได้มากในห้องสอบครับ

  • เลือกวิธีที่ถนัดสำหรับ 3×3: หากโจทย์ไม่ได้บังคับวิธี น้องๆ สามารถเลือกใช้วิธีเมทริกซ์ผูกพัน หรือวิธีเกาส์-จอร์แดน ก็ได้ตามความถนัดครับ

  • เข้าใจคุณสมบัติสำคัญ: นอกจาก A B − 1 = B − 1 A − 1 (AB)^{-1} = B^{-1}A^{-1} แล้ว คุณสมบัติอื่นๆ เช่น A−1 −1 = A (A^{-1})^{-1} = A , AT −1 = A−1 T (A^T)^{-1} = (A^{-1})^T , หรือ k A − 1 = 1 k A−1 (kA)^{-1} = frac{1}{k}A^{-1} ก็สำคัญเช่นกันครับ

บทสรุป

เมทริกซ์ผกผันเป็นแนวคิดที่สำคัญและมีประโยชน์อย่างยิ่งในวิชาคณิตศาสตร์และสาขาอื่นๆ อีกมากมายครับ การเข้าใจหลักการพื้นฐาน การหาสูตรสำหรับ 2×2 และวิธีการสำหรับ 3×3 หรือมากกว่านั้น จะช่วยให้น้องๆ มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับเรื่องเมทริกซ์และพีชคณิตเชิงเส้นต่อไปครับ หัวใจสำคัญคือการฝึกฝนคำนวณให้แม่นยำ และอย่าลืมตรวจสอบเงื่อนไขที่สำคัญที่สุดคือ det A ≠ 0 det(A) neq 0 เสมอครับ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจเรื่องเมทริกซ์ผกผันได้ดียิ่งขึ้นนะครับ การฝึกฝนเป็นกุญแจสำคัญ อย่าลืมลองทำโจทย์เยอะๆ นะครับ ถ้าติดขัดตรงไหน หรืออยากเรียนรู้เมทริกซ์และคณิตศาสตร์เรื่องอื่นๆ ให้ลึกซึ้งกว่านี้ พี่กฤษณ์ก็พร้อมจะช่วยติวน้องๆ ครับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลย มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และคอร์สตัวต่อตัวที่ออกแบบมาให้น้องๆ โดยเฉพาะเลยครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *