อสมการคืออะไร ต่างจากสมการตรงไหน
ก่อนอื่นเลย เรามาทำความรู้จักกับอสมการกันก่อนครับ อสมการ (Inequality) คือประโยคทางคณิตศาสตร์ที่แสดงความสัมพันธ์ของการไม่เท่ากันระหว่างจำนวนหรือนิพจน์ทางคณิตศาสตร์ครับ พูดง่ายๆ คือไม่ใช่การเท่ากันเป๊ะๆ แบบสมการที่เราคุ้นเคยกัน
เครื่องหมายที่ใช้ในอสมการได้แก่:
- แทน “น้อยกว่า”
- แทน “มากกว่า”
- แทน “น้อยกว่าหรือเท่ากับ”
- แทน “มากกว่าหรือเท่ากับ”
- แทน “ไม่เท่ากับ” (แต่ส่วนใหญ่เรามักจะสนใจ 4 ตัวแรกมากกว่าในการแก้อสมการครับ)
ความแตกต่างสำคัญระหว่างสมการกับการแก้อสมการคือ สมการมักจะให้คำตอบเป็นค่าเดียวหรือจำนวนจำกัด ส่วนอสมการมักจะให้คำตอบเป็นช่วงของจำนวนครับ ซึ่งนี่เป็นหัวใจสำคัญที่น้องๆ ต้องทำความเข้าใจครับ
หลักการพื้นฐานในการแก้อสมการให้ถูกต้อง
การแก้อสมการมีหลักการคล้ายกับการแก้สมการหลายข้อเลยครับ แต่ก็มีกฎสำคัญหนึ่งข้อที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ นั่นคือ “การพลิกเครื่องหมายอสมการ” เรามาดูกันทีละข้อนะครับ
1. การบวกหรือลบด้วยจำนวนจริง
เราสามารถบวกหรือลบด้วยจำนวนจริงใดๆ ทั้งสองข้างของอสมการได้ โดยที่เครื่องหมายอสมการยังคงเหมือนเดิมครับ เหมือนกับการแก้สมการเป๊ะๆ เลย
ตัวอย่าง:
ถ้า เราสามารถบวก 3 ทั้งสองข้างได้เป็น ซึ่งจะได้ ครับ
2. การคูณหรือหารด้วยจำนวนจริงบวก
เราสามารถคูณหรือหารด้วยจำนวนจริงบวกใดๆ ทั้งสองข้างของอสมการได้ โดยที่เครื่องหมายอสมการยังคงเหมือนเดิมครับ
ตัวอย่าง:
ถ้า เราสามารถหารด้วย 2 (ซึ่งเป็นจำนวนบวก) ทั้งสองข้างได้เป็น ซึ่งจะได้ ครับ
3. การคูณหรือหารด้วยจำนวนจริงลบ (กฎสำคัญที่สุด!)
นี่คือจุดที่น้องๆ มักจะผิดพลาดกันบ่อยที่สุดครับ! เมื่อเราคูณหรือหารด้วยจำนวนจริงลบใดๆ ทั้งสองข้างของอสมการ เราจะต้อง พลิกเครื่องหมายอสมการ เสมอครับ
ตัวอย่าง:
ถ้า เราต้องการหาค่า ต้องหารด้วย (ซึ่งเป็นจำนวนลบ) ทั้งสองข้าง ดังนั้นต้องพลิกเครื่องหมายอสมการจาก เป็น ครับ
จะได้ ครับ
นี่เป็นข้อควรระวังอันดับแรกๆ ที่น้องๆ จะต้องจำให้ขึ้นใจเลยนะครับ!
ประเภทของอสมการเบื้องต้นและการแก้ปัญหา
1. อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
เป็นอสมการที่ง่ายที่สุดครับ มีตัวแปรเดียวและเลขชี้กำลังของตัวแปรนั้นเป็น 1 การแก้จะใช้หลักการพื้นฐาน 3 ข้อข้างต้นครับ
ตัวอย่าง: จงแก้อสมการ
วิธีทำ:
ย้ายข้างตัวแปรไปอยู่ข้างหนึ่ง และค่าคงที่ไปอยู่อีกข้างหนึ่ง
หารด้วย 3 (จำนวนบวก) ทั้งสองข้าง ไม่ต้องพลิกเครื่องหมาย
คำตอบคือ ครับ
2. อสมการกำลังสอง
อสมการกำลังสองเป็นอสมการที่พบได้บ่อยมาก และน้องๆ จำเป็นต้องเข้าใจวิธีแก้ที่ถูกต้องเพื่อไม่ให้ได้คำตอบไม่ครบครับ วิธีที่พี่กฤษณ์จะสอนคือ “วิธีพิจารณาบนเส้นจำนวน (Critical Point Method)” ครับ
หลักการ:
- ทำให้อสมการข้างหนึ่งเป็น 0 เสมอ (ย้ายข้างทั้งหมดไปอยู่ด้วยกัน)
- แยกตัวประกอบพหุนามที่อยู่ฝั่งที่ไม่เป็น 0
- หา “จุดวิกฤต (Critical Points)” คือค่าของ ที่ทำให้แต่ละวงเล็บเป็น 0
- นำจุดวิกฤตไปพล็อตบนเส้นจำนวนจริง
- แบ่งเส้นจำนวนออกเป็นช่วงๆ แล้วพิจารณาเครื่องหมายในแต่ละช่วง
- เลือกช่วงคำตอบตามเครื่องหมายอสมการ (ถ้า เลือกช่วงบวก, ถ้า เลือกช่วงลบ)
ตัวอย่าง: จงแก้อสมการ
วิธีทำ:
- ทำข้างหนึ่งให้เป็น 0: อสมการเป็น ซึ่งทำเรียบร้อยแล้วครับ
- แยกตัวประกอบ:
- หาจุดวิกฤต:
- พล็อตจุดวิกฤตบนเส้นจำนวน: (จินตนาการเส้นจำนวนนะครับ)
…——-(2)——-(3)——-…
จะแบ่งเส้นจำนวนออกเป็น 3 ช่วง:
- พิจารณาเครื่องหมายในแต่ละช่วง:
เราสามารถเริ่มจากช่วงขวาสุด โดยให้เป็นเครื่องหมายบวก แล้วสลับเป็นลบ สลับเป็นบวกไปเรื่อยๆ หากกำลังของวงเล็บเป็นเลขคี่ (ซึ่งเป็นกรณีส่วนใหญ่) แต่ถ้ากำลังเป็นเลขคู่ ให้เครื่องหมายเหมือนเดิมครับ
ในตัวอย่างนี้กำลังเป็น 1 หมด (เลขคี่) ดังนั้นจะเป็น + – +
…+——-(2)——-–——-(3)——-+…
ช่วง
ช่วง
ช่วง
- เลือกช่วงคำตอบ: อสมการคือ หมายถึงเราต้องการค่าที่น้อยกว่าหรือเท่ากับ 0 (คือช่วงลบหรือ 0)
ดังนั้นคำตอบคือช่วง ครับ (ใช้เครื่องหมาย เพราะมีเครื่องหมายเท่ากับ ทำให้จุดวิกฤตเป็นคำตอบได้ด้วย)
3. อสมการตรรกยะ (หรืออสมการเศษส่วนพหุนาม)
อสมการประเภทนี้จะมีตัวแปรอยู่ในส่วนของตัวส่วนด้วยครับ ซึ่งมีความระมัดระวังเป็นพิเศษตรงที่ “ตัวส่วนต้องไม่เป็นศูนย์” หลักการแก้ยังคงใช้เส้นจำนวนเช่นกันครับ
หลักการ:
- ย้ายข้างทุกอย่างมาอยู่ฝั่งเดียวกัน และทำให้อีกฝั่งเป็น 0
- รวมพจน์เป็นเศษส่วนเดียวกัน (หา ค.ร.น.) โดยที่ตัวเศษและตัวส่วนต้องอยู่ในรูปผลคูณของตัวประกอบเชิงเส้น
- หาจุดวิกฤตจากทั้งตัวเศษและตัวส่วน
- นำจุดวิกฤตไปพล็อตบนเส้นจำนวน
- พิจารณาเครื่องหมายในแต่ละช่วง (เหมือนอสมการกำลังสอง)
- เลือกช่วงคำตอบตามเครื่องหมายอสมการ แต่ต้อง ยกเว้น จุดวิกฤตที่มาจากตัวส่วน เพราะทำให้ตัวส่วนเป็น 0 ซึ่งไม่นิยามทางคณิตศาสตร์ครับ
ตัวอย่าง: จงแก้อสมการ
วิธีทำ:
- ทำข้างหนึ่งให้เป็น 0: อสมการเป็น ซึ่งทำเรียบร้อยแล้วครับ
- ตัวเศษและตัวส่วนอยู่ในรูปตัวประกอบเชิงเส้นแล้ว
- หาจุดวิกฤต:
- จากตัวเศษ:
- จากตัวส่วน: (จุดนี้ต้องไม่ใช่คำตอบนะครับ)
- พล็อตจุดวิกฤตบนเส้นจำนวน:
…——-(-2)——-(1)——-…
- พิจารณาเครื่องหมายในแต่ละช่วง: เหมือนเดิมคือ + – + จากขวาไปซ้าย
…+——-(-2)——-–——-(1)——-+…
- เลือกช่วงคำตอบ: อสมการคือ หมายถึงเราต้องการค่าที่น้อยกว่า 0 (คือช่วงลบ)
ดังนั้นคำตอบคือช่วง ครับ
สังเกตว่าเราใช้ หรือวงเล็บเปิด เพราะอสมการไม่มีเครื่องหมายเท่ากับ และที่สำคัญคือ ครับ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่น้องๆ มักพลาด
พี่กฤษณ์ขอรวบรวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เพื่อให้น้องๆ ได้เรียนรู้และหลีกเลี่ยงนะครับ:
- ลืมพลิกเครื่องหมายเมื่อคูณหรือหารด้วยจำนวนลบ: นี่คือสาเหตุอันดับหนึ่งของความผิดพลาดเลยครับ น้องๆ ต้องใส่ใจเป็นพิเศษตรงนี้
- ตัดทอนตัวแปรทิ้งไป: เช่น ในอสมการ น้องๆ บางคนอาจจะหารด้วย ทั้งสองข้างแล้วได้ ซึ่งไม่ถูกต้องและทำให้คำตอบไม่ครบถ้วนครับ เพราะเราไม่รู้ว่า เป็นบวกหรือลบ (ถ้าเป็นลบต้องพลิกเครื่องหมาย) วิธีที่ถูกต้องคือย้ายข้างแล้วแยกตัวประกอบ: จะได้คำตอบ ครับ
- การยกกำลังสองทั้งสองข้าง: โดยเฉพาะเมื่อไม่แน่ใจว่าทั้งสองข้างเป็นบวกหรือลบ การยกกำลังสองอาจทำให้ได้คำตอบเกินหรือขาดได้ครับ ทางที่ดีคือย้ายข้างให้เป็นศูนย์แล้วแยกตัวประกอบ หรือใช้เส้นจำนวนครับ
- ลืมยกเว้นค่าที่ทำให้ส่วนเป็นศูนย์ในอสมการตรรกยะ: จุดนี้เป็นสิ่งสำคัญมากๆ ครับที่ต้องจำไว้เสมอ ไม่ว่าเครื่องหมายอสมการจะมีเท่ากับหรือไม่ก็ตาม ค่าที่ทำให้ส่วนเป็นศูนย์จะไม่มีทางเป็นคำตอบได้เด็ดขาดครับ
- เข้าใจผิดเรื่องเครื่องหมายบนเส้นจำนวน: การสลับ + – + นั้นใช้ได้เมื่อกำลังของตัวประกอบทุกตัวเป็นเลขคี่ หากมีตัวประกอบที่กำลังเป็นเลขคู่ (เช่น ) เครื่องหมายในช่องที่ผ่านจุด จะไม่เปลี่ยนครับ ยังคงเหมือนเดิม
การเขียนคำตอบ (Solution Set)
คำตอบของอสมการนิยมเขียนในสองรูปแบบหลักๆ ครับ:
- แบบช่วง (Interval Notation): ใช้ สำหรับช่วงเปิด (ไม่รวมปลาย) และ สำหรับช่วงปิด (รวมปลาย) เช่น หรือ และใช้สัญลักษณ์ สำหรับการรวมช่วง เช่น ครับ
- แบบเซต (Set-Builder Notation): ใช้ เช่น ครับ
สรุปแนวคิดสำคัญ
น้องๆ ครับ อสมการเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ สิ่งที่พี่กฤษณ์อยากให้น้องๆ จำให้ขึ้นใจคือ:
- พลิกเครื่องหมายอสมการเสมอ เมื่อคูณหรือหารด้วยจำนวนลบ
- ใช้วิธีจุดวิกฤตบนเส้นจำนวน เสมอสำหรับการแก้อสมการกำลังสองหรืออสมการที่มีกำลังมากกว่า 1 หรืออสมการตรรกยะ
- ระวังจุดที่ทำให้ตัวส่วนเป็นศูนย์ ต้องตัดออกจากช่วงคำตอบเสมอ
- ตรวจสอบคำตอบ อาจจะสุ่มค่าในแต่ละช่วงมาลองแทนค่าในอสมการเริ่มต้น เพื่อยืนยันความถูกต้องของคำตอบที่ได้มาครับ
การฝึกฝนทำโจทย์หลากหลายรูปแบบเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจและทำอสมการได้อย่างคล่องแคล่วและถูกต้องทุกข้อทุกคำตอบครับ
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจเรื่องอสมการเบื้องต้นมากขึ้นนะครับ หากน้องๆ อยากเรียนรู้คณิตศาสตร์ในเชิงลึกยิ่งขึ้น หรือต้องการเคล็ดลับและเทคนิคในการทำโจทย์ให้แม่นยำและรวดเร็ว พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนคณิตศาสตร์ที่หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสดที่ได้เรียนแบบตัวต่อตัว คอร์สออนไลน์ที่ยืดหยุ่นเหมาะกับตารางเวลาของน้องๆ หรือแม้แต่การเรียนตัวต่อตัวเพื่อการดูแลที่เข้มข้น น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยนะครับ พี่กฤษณ์พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้องๆ เก่งคณิตศาสตร์และมั่นใจในการทำข้อสอบมากขึ้นแน่นอนครับ