Discriminant: หัวใจสำคัญของสมการกำลังสอง
ก่อนที่เราจะไปทำความรู้จักกับ Discriminant พี่กฤษณ์ขอทบทวนเรื่องสมการกำลังสองกันก่อนนะครับ สมการกำลังสองเป็นสมการพหุนามที่มีดีกรีสูงสุดเป็นสอง โดยมีรูปแบบทั่วไปคือ โดยที่
ทำความรู้จักกับสูตรการหาคำตอบของสมการกำลังสอง (Quadratic Formula)
น้องๆ อาจจะคุ้นเคยกับสูตรการหาคำตอบของสมการกำลังสองมาบ้างแล้วนะครับ สูตรนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญในการแก้สมการกำลังสองเลยก็ว่าได้ หน้าตาของมันคือ
จากสูตรนี้ น้องๆ จะเห็นว่ามีส่วนประกอบสำคัญหลายอย่าง แต่สิ่งที่เราจะโฟกัสเป็นพิเศษในวันนี้ก็คือพจน์ที่อยู่ภายใต้เครื่องหมายรากที่สอง (square root) นั่นคือ นี่แหละครับ คือพระเอกของเราที่ชื่อว่า Discriminant
Discriminant (ตัวบ่งชี้): แก่นแท้ของรากสมการ
เรานิยมใช้สัญลักษณ์ (เดลต้า ตัวพิมพ์ใหญ่) แทน Discriminant ครับ ดังนั้นเราจะได้ว่า
ทำไมเจ้า Discriminant ถึงสำคัญนัก? ก็เพราะว่าค่าของ นี้เป็นตัวกำหนด “ชนิด” และ “จำนวน” ของรากของสมการกำลังสองนั่นเองครับ พูดง่ายๆ คือมันจะบอกเราว่าสมการของเรามีคำตอบเป็นจำนวนจริงกี่คำตอบ โดยที่เราไม่ต้องลงมือแก้สมการเต็มรูปแบบ ลองนึกดูนะครับ ถ้าเราต้องการแค่รู้ว่าคำตอบเป็นจำนวนจริงหรือไม่กี่คำตอบ การคำนวณแค่ ก็ประหยัดเวลาไปได้เยอะเลยทีเดียว
ดูอย่างไรว่าสมการกำลังสองมีรากจริงกี่คำตอบ?
น้องๆ ครับ ค่าของ Discriminant แบ่งออกได้เป็น 3 กรณีหลักๆ ซึ่งแต่ละกรณีจะบอกจำนวนรากจริงของสมการได้ชัดเจน ดังนี้ครับ
กรณีที่ 1: (Discriminant มีค่ามากกว่าศูนย์)
ในกรณีนี้ สมการกำลังสองจะมี รากจริง 2 คำตอบที่แตกต่างกัน ครับ
เหตุผลก็คือ ถ้า เป็นจำนวนบวก นั่นหมายความว่า จะเป็นจำนวนจริงที่มีค่าเป็นบวกที่ไม่ใช่ศูนย์ เมื่อนำไปแทนในสูตร เราจะได้ค่า ออกมาสองค่าที่ต่างกัน เพราะมีการบวกและลบด้วย นั่นเองครับ
ตัวอย่างที่ 1: พิจารณาสมการ
- จากสมการนี้ เราจะได้ , , และ
- คำนวณค่า :
- เนื่องจาก ซึ่งเป็นค่าที่มากกว่าศูนย์ () ดังนั้น สมการนี้จึงมี รากจริง 2 คำตอบที่แตกต่างกัน (คือ และ นั่นเองครับ)
กรณีที่ 2: (Discriminant มีค่าเท่ากับศูนย์)
ในกรณีนี้ สมการกำลังสองจะมี รากจริง 1 คำตอบ หรือ รากจริงซ้ำกัน 2 คำตอบ ครับ
ถ้า นั่นหมายความว่า เมื่อนำไปแทนในสูตร เราจะได้ค่า เพียงค่าเดียวคือ ครับ นี่คือที่มาของคำว่า “รากซ้ำ” นั่นเอง
ตัวอย่างที่ 2: พิจารณาสมการ
- จากสมการนี้ เราจะได้ , , และ
- คำนวณค่า :
- เนื่องจาก ดังนั้น สมการนี้จึงมี รากจริง 1 คำตอบ (หรือรากจริงซ้ำกัน 2 คำตอบ) คือ ครับ (เพราะ )
กรณีที่ 3: <math data-latex="Delta Δ < 0 Delta < 0 (Discriminant มีค่าน้อยกว่าศูนย์)
ในกรณีนี้ สมการกำลังสองจะ ไม่มีรากจริง ครับ
ถ้า เป็นจำนวนลบ นั่นหมายความว่าเราจะต้องหาค่ารากที่สองของจำนวนลบ ซึ่งในระบบจำนวนจริงนั้น ไม่สามารถหาค่าได้ (ผลลัพธ์จะเป็นจำนวนเชิงซ้อน) ดังนั้น เมื่อไม่มีค่า ที่เป็นจำนวนจริง สมการกำลังสองจึงไม่มีรากจริงนั่นเองครับ
ตัวอย่างที่ 3: พิจารณาสมการ
- จากสมการนี้ เราจะได้ , , และ
- คำนวณค่า :
- เนื่องจาก ซึ่งเป็นค่าน้อยกว่าศูนย์ (<math data-latex="Delta
) ดังนั้น สมการนี้จึง ไม่มีรากจริง ครับΔ < 0 Delta < 0
ประโยชน์และการประยุกต์ใช้ของ Discriminant
น้องๆ อาจสงสัยว่าแค่รู้จำนวนรากจริงมันมีประโยชน์อะไรบ้าง พี่กฤษณ์บอกเลยว่ามีประโยชน์มากในหลายสถานการณ์เลยครับ
- ประหยัดเวลา: ในข้อสอบบางประเภท เพียงแค่น้องๆ รู้ว่าสมการมีรากจริงกี่คำตอบก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องแก้สมการหาค่า ออกมาทั้งหมด การคำนวณ จึงรวดเร็วกว่ามาก
- วิเคราะห์กราฟพาราโบลา: กราฟของสมการกำลังสองคือพาราโบลาครับ
- ถ้า กราฟพาราโบลาจะตัดแกน ที่สองจุดที่แตกต่างกัน
- ถ้า กราฟพาราโบลาจะสัมผัสแกน เพียงจุดเดียว
- ถ้า <math data-latex="Delta
กราฟพาราโบลาจะไม่ตัดแกน เลยΔ < 0 Delta < 0
ความรู้ตรงนี้สำคัญมากในการวิเคราะห์ลักษณะของฟังก์ชันและกราฟครับ
- การแก้ปัญหาในโจทย์ประยุกต์: ในบางสถานการณ์ เราอาจต้องสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ออกมาเป็นสมการกำลังสอง และโจทย์อาจจะถามว่าภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง ปัญหานั้นมีทางออกที่เป็นจริงหรือไม่ การใช้ Discriminant ช่วยตัดสินใจได้ทันทีครับ
- ตรวจสอบการแยกตัวประกอบ: ถ้า เป็นจำนวนเต็มบวกที่เป็นกำลังสองสมบูรณ์ (เช่น 1, 4, 9, 16…) แสดงว่าสมการนั้นสามารถแยกตัวประกอบได้ด้วยจำนวนตรรกยะ ซึ่งจะช่วยให้เราแก้สมการได้ง่ายขึ้นโดยการแยกตัวประกอบครับ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ Discriminant
แม้ว่า Discriminant จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง แต่ก็มีข้อผิดพลาดบางอย่างที่น้องๆ มักจะทำกันบ่อยๆ นะครับ
- การระบุค่า ผิด: ต้องแน่ใจว่าสมการอยู่ในรูป ก่อนเสมอ และระบุเครื่องหมายของ ให้ถูกต้อง เช่น ถ้าเป็น ค่า จะเป็น ไม่ใช่
- การคำนวณ ผิดพลาด: โดยเฉพาะเมื่อ เป็นจำนวนลบ น้องๆ ต้องจำไว้ว่า เสมอ เพราะการยกกำลังสองทำให้จำนวนลบกลายเป็นบวก เช่น ไม่ใช่
- เครื่องหมายใน : ระวังการคูณ โดยเฉพาะเมื่อ หรือ มีค่าเป็นลบ เช่น ถ้า จะได้ ไม่ใช่
- ตีความผลลัพธ์ผิด: บางครั้งน้องๆ คำนวณ ถูกต้องแล้ว แต่ตีความผิดพลาด เช่น สับสนระหว่าง กับ <math data-latex="Delta
ควรทบทวน 3 กรณีนี้ให้แม่นยำครับΔ < 0 Delta < 0
เทคนิคเล็กๆ น้อยๆ จากพี่กฤษณ์
เพื่อให้น้องๆ ใช้ Discriminant ได้อย่างคล่องแคล่ว พี่กฤษณ์มีเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ มาฝากครับ
- จัดรูปสมการเสมอ: ก่อนจะเริ่มหาค่า ตรวจสอบให้แน่ใจว่าสมการอยู่ในรูปแบบมาตรฐาน แล้ว หากยังไม่อยู่ในรูปนี้ ให้ย้ายข้างสมการให้เรียบร้อยก่อนนะครับ
- ตรวจสอบเครื่องหมาย: ค่า แต่ละตัวรวมเครื่องหมายด้านหน้าไปด้วยเสมอครับ
- ฝึกฝนบ่อยๆ: ยิ่งทำโจทย์เยอะ ยิ่งเข้าใจและผิดพลาดน้อยลงครับ
สรุปอีกครั้งนะครับ Discriminant หรือ คือตัวบ่งชี้สำคัญที่ทำให้เราทราบจำนวนรากจริงของสมการกำลังสองได้ทันทีครับ
- ถ้า มี รากจริง 2 คำตอบที่แตกต่างกัน
- ถ้า มี รากจริง 1 คำตอบ (หรือรากซ้ำกัน 2 คำตอบ)
- ถ้า <math data-latex="Delta
ไม่มีรากจริง (แต่มีรากเชิงซ้อน 2 คำตอบ)Δ < 0 Delta < 0
หวังว่าบทความนี้จะทำให้น้องๆ เข้าใจเรื่อง Discriminant มากขึ้นนะครับ และเห็นประโยชน์ของการใช้มันในการวิเคราะห์สมการกำลังสอง พี่กฤษณ์เชื่อว่าน้องๆ ทุกคนทำได้แน่นอนครับ! ถ้าใครสนใจอยากเจาะลึกเนื้อหาคณิตศาสตร์ ม.ปลาย หรือกำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย สามารถมาเรียนกับพี่กฤษณ์ได้นะครับ มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และคอร์สตัวต่อตัว เพื่อให้น้องๆ เลือกรูปแบบการเรียนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตัวเอง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในเว็บไซต์นี้ได้เลยครับ