Skip to content
Home » บทความ » สมการตรีโกณมิติ แก้อย่างไรไม่ให้หลงทาง

สมการตรีโกณมิติ แก้อย่างไรไม่ให้หลงทาง

สมการตรีโกณมิติ แก้อย่างไรไม่ให้หลงทาง

สมการตรีโกณมิติ คือสมการที่มีฟังก์ชันตรีโกณมิติปรากฏอยู่ เช่น sin x = 1 2 sin x = frac{1}{2} หรือ 2 cos 2 θ cos θ 1 = 0 2cos^2 theta – cos theta – 1 = 0 เป็นต้น เป้าหมายของเราคือการหาค่ามุม (หรือตัวแปรอื่นๆ) ที่ทำให้สมการเป็นจริง ซึ่งสิ่งที่ทำให้สมการตรีโกณมิติแตกต่างจากสมการพหุนามทั่วไปก็คือ ฟังก์ชันตรีโกณมิติมีค่าซ้ำกันเป็นคาบ ทำให้มีคำตอบที่เป็นไปได้มากมาย หรือเป็นอนันต์ ถ้าไม่ได้กำหนดช่วงของคำตอบไว้ครับ ดังนั้น การแก้สมการตรีโกณมิติให้ถูกและครบถ้วน จึงต้องอาศัยความเข้าใจพื้นฐานที่แน่นและการดำเนินการที่เป็นระบบครับ

พื้นฐานที่ต้องแน่นก่อนเริ่ม

ก่อนที่เราจะไปลุยการแก้สมการโดยตรง น้องๆ ต้องมั่นใจว่าพื้นฐานเหล่านี้แข็งแรงแล้วนะครับ

  • วงกลมหนึ่งหน่วย (Unit Circle): นี่คือหัวใจสำคัญของการทำความเข้าใจฟังก์ชันตรีโกณมิติเลยครับ น้องๆ ควรจำได้ว่าค่า sin θ sin theta คือค่าพิกัด y y และ cos θ cos theta คือค่าพิกัด x x บนวงกลมหนึ่งหน่วย และรู้ว่าฟังก์ชันต่างๆ มีเครื่องหมายเป็นอย่างไรในแต่ละควอดรันต์ (จตุภาค) เช่น ในควอดรันต์ที่ 1 ทุกฟังก์ชันเป็นบวก ในควอดรันต์ที่ 2 เฉพาะ sin sin เป็นบวก เป็นต้นครับ
  • ค่าฟังก์ชันตรีโกณมิติของมุมพิเศษ: มุม 30 ° , 45 ° , 60 ° 30^circ, 45^circ, 60^circ (หรือ π 6 , π 4 , π 3 frac{pi}{6}, frac{pi}{4}, frac{pi}{3} ในหน่วยเรเดียน) รวมถึงมุม 0 ° , 90 ° , 180 ° , 270 ° , 360 ° 0^circ, 90^circ, 180^circ, 270^circ, 360^circ น้องๆ ต้องจำค่า sin , cos , tan sin, cos, tan ของมุมเหล่านี้ได้แม่นยำครับ
  • เอกลักษณ์ตรีโกณมิติ (Trigonometric Identities): เอกลักษณ์สำคัญๆ เช่น sin 2 θ + cos 2 θ = 1 sin^2 theta + cos^2 theta = 1 , tan θ = sin θ cos θ tan theta = frac{sin theta}{cos theta} , เอกลักษณ์มุมประกอบ, มุมสองเท่า, มุมครึ่งเท่า, ผลบวกผลต่างฟังก์ชัน พวกนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการปรับรูปสมการให้ง่ายขึ้นครับ

หลักการแก้สมการตรีโกณมิติไม่ให้หลงทาง

พี่กฤษณ์จะแบ่งขั้นตอนการแก้สมการตรีโกณมิติออกเป็น 4 ขั้นตอนหลักๆ ดังนี้ครับ

ขั้นตอนที่ 1: จัดรูปสมการให้ง่ายที่สุด

เป้าหมายของขั้นตอนนี้คือการทำให้สมการอยู่ในรูปแบบที่ง่ายต่อการแก้ ซึ่งมักจะเป็นรูปแบบ ฟังก์ชันตรีโกณมิติ ( มุม ) = ค่าคงที่ text{ฟังก์ชันตรีโกณมิติ}(text{มุม}) = text{ค่าคงที่} หรืออยู่ในรูปที่สามารถแยกตัวประกอบได้ เทคนิคที่ใช้บ่อยคือ

  • ใช้เอกลักษณ์ตรีโกณมิติ: เพื่อเปลี่ยนฟังก์ชันให้เป็นชนิดเดียวกันทั้งหมด เช่น ถ้ามีทั้ง sin sin และ cos cos ในสมการพหุนามกำลังสอง อาจเปลี่ยน sin 2 θ sin^2 theta เป็น 1 cos 2 θ 1-cos^2 theta เพื่อให้เหลือแค่ฟังก์ชัน cos cos อย่างเดียวครับ
  • การแยกตัวประกอบ: ถ้าสมการอยู่ในรูปกำลังสอง เช่น 2 sin 2 x 3 sin x + 1 = 0 2sin^2 x – 3sin x + 1 = 0 ให้มอง sin x sin x เป็นตัวแปร A A แล้วแยกตัวประกอบเป็น ( 2 A 1 ) ( A 1 ) = 0 (2A-1)(A-1)=0 ครับ

ขั้นตอนที่ 2: หาค่ามุมหลัก (Principal Values)

เมื่อจัดรูปได้เป็น ฟังก์ชันตรีโกณมิติ ( มุม ) = ค่าคงที่ text{ฟังก์ชันตรีโกณมิติ}(text{มุม}) = text{ค่าคงที่} แล้ว ให้หามุมในรอบแรก (ปกติคือ 0 0 ถึง 2 π 2pi หรือ 0 ° 0^circ ถึง 360 ° 360^circ ) ที่ทำให้สมการเป็นจริง โดยพิจารณาจาก

  • ค่าสัมบูรณ์ของฟังก์ชัน: เช่น ถ้า sin x = 1 2 sin x = -frac{1}{2} ให้พิจารณาก่อนว่ามุมที่ทำให้ sin x = 1 2 sin x = frac{1}{2} คืออะไร ซึ่งก็คือ π 6 frac{pi}{6}
  • เครื่องหมายในควอดรันต์: จากตัวอย่างข้างต้น sin x = 1 2 sin x = -frac{1}{2} ฟังก์ชัน sin sin จะเป็นลบในควอดรันต์ที่ 3 และ 4 ดังนั้น มุมที่ต้องการคือ π + π 6 = 7 π 6 pi + frac{pi}{6} = frac{7pi}{6} และ 2 π π 6 = 11 π 6 2pi – frac{pi}{6} = frac{11pi}{6} ครับ

ขั้นตอนที่ 3: หามุมทั้งหมดในขอบเขตที่กำหนด

เนื่องจากฟังก์ชันตรีโกณมิติเป็นฟังก์ชันคาบ คำตอบจึงมีหลายค่า และอาจมีเป็นอนันต์ถ้าไม่ได้กำหนดช่วง น้องๆ ต้องใช้สูตรทั่วไปในการหาคำตอบทั้งหมด โดยให้ n n เป็นจำนวนเต็มใดๆ (…, -2, -1, 0, 1, 2, …)

  • สำหรับ sin θ = k sin theta = k และ csc θ = k csc theta = k : θ = n π + ( 1 ) n α theta = npi + (-1)^n alpha เมื่อ α alpha คือมุมหลักใน [ π 2 , π 2 ] [-frac{pi}{2}, frac{pi}{2}] (หรือ [ 90 ° , 90 ° ] [-90^circ, 90^circ] )
  • สำหรับ cos θ = k cos theta = k และ sec θ = k sec theta = k : θ = 2 n π ± α theta = 2npi pm alpha เมื่อ α alpha คือมุมหลักใน [ 0 , π ] [0, pi] (หรือ [ 0 ° , 180 ° ] [0^circ, 180^circ] )
  • สำหรับ tan θ = k tan theta = k และ cot θ = k cot theta = k : θ = n π + α theta = npi + alpha เมื่อ α alpha คือมุมหลักใน ( π 2 , π 2 ) (-frac{pi}{2}, frac{pi}{2}) (หรือ ( 90 ° , 90 ° ) (-90^circ, 90^circ) )

จากนั้นจึงแทนค่า n n ด้วยจำนวนเต็มต่างๆ เพื่อหาคำตอบที่อยู่ในช่วงที่โจทย์กำหนดครับ

ขั้นตอนที่ 4: ตรวจสอบคำตอบ (ถ้าจำเป็น)

ขั้นตอนนี้สำคัญมากหากน้องๆ มีการดำเนินการที่อาจทำให้เกิดคำตอบปลอม (extraneous solutions) เช่น การยกกำลังสองทั้งสองข้างของสมการ หรือการหารด้วยตัวแปรที่อาจเป็นศูนย์ได้ การแทนค่าคำตอบที่ได้กลับเข้าไปในสมการตั้งต้นจะช่วยยืนยันว่าคำตอบนั้นถูกต้องครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (และวิธีหลีกเลี่ยง)

พี่กฤษณ์สังเกตเห็นข้อผิดพลาดเหล่านี้บ่อยครั้งครับ น้องๆ ลองตรวจสอบตัวเองดูนะครับ:

  • ลืมพิจารณาควอดรันต์อื่นๆ: เช่น sin x = 1 2 sin x = frac{1}{2} น้องๆ มักจะนึกถึงแค่ x = π 6 x = frac{pi}{6} แต่อย่าลืมว่าในควอดรันต์ที่ 2 ฟังก์ชัน sin sin ก็เป็นบวกเช่นกัน นั่นคือ π π 6 = 5 π 6 pi – frac{pi}{6} = frac{5pi}{6} ด้วยครับ
  • ลืมบวกคาบของฟังก์ชัน: ถ้าโจทย์ไม่ได้กำหนดช่วงของคำตอบ หรือช่วงที่กำหนดกว้างกว่า 2 π 2pi (หรือ 360 ° 360^circ ) น้องๆ ต้องใช้สูตรทั่วไปในขั้นตอนที่ 3 เพื่อให้ได้คำตอบครบถ้วนนะครับ
  • หารด้วยตัวแปรที่มีค่าเป็นศูนย์: เช่น การหารด้วย cos x cos x เพื่อเปลี่ยนไปเป็น tan x tan x ถ้า cos x = 0 cos x = 0 คำตอบเหล่านั้นจะหายไป ทำให้ได้คำตอบไม่ครบถ้วนครับ ทางที่ดีคือแยกตัวประกอบหรือย้ายข้างไปเท่ากับศูนย์ก่อนเสมอครับ
  • ใช้เอกลักษณ์ผิดพลาด: ทบทวนเอกลักษณ์ให้แม่นยำอยู่เสมอ จะช่วยประหยัดเวลาและป้องกันข้อผิดพลาดได้มากครับ
  • ไม่ตรวจสอบคำตอบ: โดยเฉพาะเมื่อมีการยกกำลังสอง การตรวจคำตอบจะช่วยให้แน่ใจว่าไม่มีคำตอบปลอมหลงเข้ามาครับ

ตัวอย่างโจทย์

มาลองดูตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีทำกันครับ

ตัวอย่างที่ 1: จงหาเซตคำตอบของสมการ 2 sin x 1 = 0 2sin x – 1 = 0 เมื่อ <math data-latex="0 le x 0 x < 2 π 0 le x < 2pi

วิธีทำ:

  1. จัดรูปสมการ:
    2 sin x 1 = 0 2sin x – 1 = 0
    2 sin x = 1 2sin x = 1
    sin x = 1 2 sin x = frac{1}{2}
  2. หาค่ามุมหลัก:
    เราทราบว่า sin π 6 = 1 2 sin frac{pi}{6} = frac{1}{2}
    เนื่องจาก sin x sin x เป็นบวกในควอดรันต์ที่ 1 และ 2
    ดังนั้น มุมในรอบแรกคือ x = π 6 x = frac{pi}{6} (ควอดรันต์ 1) และ x = π π 6 = 5 π 6 x = pi – frac{pi}{6} = frac{5pi}{6} (ควอดรันต์ 2)
  3. หามุมทั้งหมดในขอบเขต:
    ช่วงที่กำหนดคือ <math data-latex="0 le x 0 x < 2 π 0 le x < 2pi คำตอบที่ได้ในข้อ 2 อยู่ในช่วงนี้แล้ว จึงมีเพียงสองค่านี้ครับ
  4. ตรวจสอบคำตอบ: ไม่มีการดำเนินการที่อาจทำให้เกิดคำตอบปลอม ดังนั้นไม่ต้องตรวจสอบครับ

เซตคำตอบของสมการคือ { π 6 , 5 π 6 } left{ frac{pi}{6}, frac{5pi}{6} right} ครับ

ตัวอย่างที่ 2: จงหาเซตคำตอบของสมการ 2 cos 2 x cos x 1 = 0 2cos^2 x – cos x – 1 = 0 เมื่อ <math data-latex="0^circ le x 0 ° x < 360 ° 0^circ le x < 360^circ

วิธีทำ:

  1. จัดรูปสมการ:
    มอง cos x cos x เป็นตัวแปร A A จะได้ 2 A 2 A 1 = 0 2A^2 – A – 1 = 0
    แยกตัวประกอบได้เป็น ( 2 A + 1 ) ( A 1 ) = 0 (2A+1)(A-1) = 0
    แทน A = cos x A = cos x กลับคืน จะได้ ( 2 cos x + 1 ) ( cos x 1 ) = 0 (2cos x + 1)(cos x – 1) = 0
    ดังนั้น 2 cos x + 1 = 0 2cos x + 1 = 0 หรือ cos x 1 = 0 cos x – 1 = 0
    แยกเป็น 2 กรณี:
    กรณีที่ 1: cos x = 1 2 cos x = -frac{1}{2}
    กรณีที่ 2: cos x = 1 cos x = 1
  2. หาค่ามุมหลักและหามุมทั้งหมดในขอบเขต: (ช่วง <math data-latex="0^circ le x 0 ° x < 360 ° 0^circ le x < 360^circ )
    กรณีที่ 1: cos x = 1 2 cos x = -frac{1}{2}
    มุมที่ cos x = 1 2 cos x = frac{1}{2} คือ 60 ° 60^circ
    เนื่องจาก cos x cos x เป็นลบในควอดรันต์ที่ 2 และ 3
    ดังนั้น x = 180 ° 60 ° = 120 ° x = 180^circ – 60^circ = 120^circ และ x = 180 ° + 60 ° = 240 ° x = 180^circ + 60^circ = 240^circ
    กรณีที่ 2: cos x = 1 cos x = 1
    มุมที่ cos x = 1 cos x = 1 คือ 0 ° 0^circ (และ 360 ° 360^circ แต่ไม่รวมในขอบเขตที่กำหนด)
    ดังนั้น x = 0 ° x = 0^circ

เซตคำตอบของสมการคือ { 0 ° , 120 ° , 240 ° } left{ 0^circ, 120^circ, 240^circ right} ครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

การแก้สมการตรีโกณมิติให้ประสบความสำเร็จและไม่หลงทาง หัวใจสำคัญคือการทำความเข้าใจ

วงกลมหนึ่งหน่วยและเอกลักษณ์ตรีโกณมิติ

อย่างลึกซึ้ง และการทำตาม

4 ขั้นตอนที่เป็นระบบ

ได้แก่ การจัดรูปสมการให้ง่ายที่สุด, การหามุมหลัก, การใช้สูตรทั่วไปของคาบเพื่อหาคำตอบทั้งหมดในขอบเขต และการตรวจสอบคำตอบเสมอเมื่อมีการดำเนินการที่อาจทำให้เกิดคำตอบปลอมครับ

พี่กฤษณ์หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ในการทำความเข้าใจสมการตรีโกณมิตินะครับ การฝึกฝนทำโจทย์บ่อยๆ จะทำให้น้องๆ แม่นยำและแก้โจทย์ได้อย่างคล่องแคล่วมากขึ้นครับ หากน้องๆ อยากเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างเจาะลึก หรือมีข้อสงสัยตรงไหนที่อยากให้พี่กฤษณ์ช่วยแนะนำเป็นพิเศษ ก็สามารถดูรายละเอียดคอร์สเรียนของพี่กฤษณ์ได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และคอร์สตัวต่อตัวให้เลือกหลากหลายรูปแบบเลยครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *