Skip to content
Home » บทความ » ลูกควรทำโจทย์คณิตวันละกี่ข้อถึงจะเห็นผล

ลูกควรทำโจทย์คณิตวันละกี่ข้อถึงจะเห็นผล

ลูกควรทำโจทย์คณิตวันละกี่ข้อถึงจะเห็นผล

น้องๆ ครับ การเรียนคณิตศาสตร์นั้นไม่ใช่แค่การ “ทำโจทย์ให้เยอะที่สุด” หรือ “ทำโจทย์ให้ได้คำตอบถูก” เพียงอย่างเดียว แต่หัวใจสำคัญจริงๆ คือการ “เข้าใจแนวคิด” และ “เรียนรู้จากสิ่งที่ทำ” ซึ่งหมายความว่า จำนวนข้อไม่ใช่ตัวชี้วัดความสำเร็จเสมอไป แต่คุณภาพของการทำโจทย์แต่ละข้อต่างหากที่สำคัญกว่ามากครับ

ปัจจัยที่ส่งผลต่อจำนวนโจทย์ที่เหมาะสม

การจะบอกว่าน้องๆ ควรทำโจทย์วันละกี่ข้อนั้น ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ดังนี้ครับ

  • ระดับความรู้พื้นฐานและชั้นเรียน: น้องๆ ที่เพิ่งเริ่มต้นเรียนรู้แนวคิดใหม่ๆ หรืออยู่ในชั้นเรียนที่เน้นพื้นฐาน อาจจะใช้เวลาทำความเข้าใจแต่ละข้อมากขึ้น โจทย์ไม่กี่ข้อที่ทำอย่างลึกซึ้งจะดีกว่าโจทย์เยอะๆ ที่ทำแบบผ่านๆ ครับ ส่วนน้องๆ ที่เรียนในระดับสูงขึ้น และมีพื้นฐานที่แน่นแล้ว ก็อาจจะทำโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นและหลากหลายขึ้นได้ในจำนวนที่มากขึ้น
  • ความซับซ้อนของโจทย์: โจทย์ง่ายๆ ที่ใช้เวลาทำไม่นาน อาจจะทำได้จำนวนข้อที่มากกว่าโจทย์ยากๆ ที่ต้องใช้การวิเคราะห์หลายขั้นตอน การทำโจทย์ซับซ้อนเพียงไม่กี่ข้อด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ จะช่วยพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ได้ดีกว่าการทำโจทย์ง่ายๆ เป็นร้อยๆ ข้อครับ
  • เป้าหมายการเรียนรู้:
    • เพื่อทำความเข้าใจเนื้อหา: ในช่วงที่น้องๆ กำลังเรียนรู้บทเรียนใหม่ๆ ควรเน้นการทำโจทย์พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนนั้นๆ ให้แตกฉาน อาจจะเพียง 5-10 ข้อต่อวันก็เพียงพอแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าเข้าใจหลักการจริงๆ
    • เพื่อเตรียมสอบ: ถ้าเป็นการเตรียมสอบ อาจจะต้องเพิ่มจำนวนข้อและความหลากหลายของโจทย์มากขึ้น เพื่อให้คุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบ และจับเวลาในการทำข้อสอบจริงด้วย
    • เพื่อพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา: หากต้องการพัฒนาทักษะไปอีกขั้น อาจจะต้องลองทำโจทย์ที่ท้าทาย หรือโจทย์โอลิมปิก ซึ่งโจทย์ประเภทนี้อาจใช้เวลาทำนานเป็นชั่วโมงต่อข้อเลยก็ได้ครับ
  • เวลาที่มีในแต่ละวัน: น้องๆ แต่ละคนมีตารางเวลาที่แตกต่างกัน บางคนอาจมีเวลาว่าง 30 นาที บางคนอาจมี 1 ชั่วโมง การทำโจทย์ควรจะสอดคล้องกับเวลาที่มี ไม่ควรอัดแน่นจนเกินไปจนเครียดหรือเหนื่อยล้าครับ
  • สมาธิและความเหนื่อยล้า: คุณภาพของสมาธิสำคัญกว่าปริมาณเวลา การทำโจทย์ 30 นาทีอย่างมีสมาธิและเข้าใจ จะดีกว่าการทำ 2 ชั่วโมงแบบหมดแรงและไม่รู้เรื่องครับ

แนวคิดสำคัญ: “คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณ”

พี่กฤษณ์อยากให้น้องๆ จำแนวคิดนี้ไว้ให้ขึ้นใจเลยครับ คุณภาพสำคัญกว่าปริมาณเสมอ ในการทำโจทย์คณิตศาสตร์ การทำโจทย์อย่างมีคุณภาพหมายถึงอะไรบ้าง มาดูกันครับ

  • เข้าใจแนวคิดเบื้องหลัง: ก่อนเริ่มทำโจทย์ น้องๆ ควรจะทบทวนเนื้อหาและสูตรที่เกี่ยวข้องให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ ไม่ใช่แค่ท่องจำสูตร แต่ต้องเข้าใจว่าสูตรนั้นมาจากไหน และใช้เมื่อไหร่ เช่น การแก้สมการเชิงเส้นอย่างง่าย ถ้าเราเข้าใจว่าการย้ายข้างคือการทำสิ่งเดียวกันทั้งสองข้างของสมการ เราก็จะสามารถนำไปปรับใช้กับสมการที่ซับซ้อนขึ้นได้ครับ
  • วิเคราะห์โจทย์: อ่านโจทย์อย่างละเอียด ทำความเข้าใจว่าโจทย์ให้อะไรมาบ้าง (สิ่งที่กำหนดให้) และโจทย์ต้องการอะไร (สิ่งที่ต้องการหา) ลองวาดรูปหรือเขียนแผนภาพเพื่อช่วยให้เห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นครับ
  • แสดงวิธีทำอย่างละเอียด: ไม่ใช่แค่หาคำตอบให้ถูก แต่ต้องแสดงวิธีทำแต่ละขั้นตอนให้ชัดเจน เพื่อให้น้องๆ สามารถย้อนกลับมาทบทวนความคิดของตัวเองได้ และถ้าทำผิด ก็จะรู้ว่าผิดตรงขั้นตอนไหน เช่น

    ตัวอย่างโจทย์: จงแก้สมการ 2 x + 5 = 11 2x + 5 = 11

    วิธีทำที่ละเอียด:

    จากสมการ: 2 x + 5 = 11 2x + 5 = 11

    ลบ 5 ทั้งสองข้างของสมการ: 2 x + 5 5 = 11 5 2x + 5 – 5 = 11 – 5

    จะได้: 2 x = 6 2x = 6

    หาร 2 ทั้งสองข้างของสมการ: 2 x 2 = 6 2 frac{2x}{2} = frac{6}{2}

    ดังนั้น: x = 3 x = 3

  • ทบทวนข้อผิดพลาด: นี่คือหัวใจสำคัญของการเรียนรู้เลยครับ เมื่อทำโจทย์เสร็จแล้ว โดยเฉพาะข้อที่ทำผิด น้องๆ ต้องกลับมาดูว่าทำไมถึงผิด ผิดตรงขั้นตอนไหน ผิดเพราะความไม่เข้าใจแนวคิด หรือผิดเพราะสะเพร่า การเรียนรู้จากข้อผิดพลาดจะทำให้น้องๆ เก่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดครับ
  • ตัวอย่างโจทย์ประยุกต์:

    โจทย์: ในงานวันเด็ก มีส้มกับแอปเปิลรวมกัน 30 ผล ถ้าอัตราส่วนของจำนวนส้มต่อจำนวนแอปเปิลเป็น 2 : 3 2:3 จะมีส้มกี่ผล

    การวิเคราะห์:

    • สิ่งที่กำหนดให้: ส้ม + แอปเปิล = 30 ผล, ส้ม : แอปเปิล = 2 : 3
    • สิ่งที่ต้องการหา: จำนวนส้ม

    แนวคิด: อัตราส่วน 2 : 3 2:3 หมายความว่า ถ้าแบ่งผลไม้ทั้งหมดออกเป็น 5 ส่วนเท่าๆ กัน (คือ 2 + 3 2+3 ) ส้มจะมี 2 ส่วน และแอปเปิลจะมี 3 ส่วน

    วิธีทำ:

    ผลไม้ทั้งหมดมี 30 ผล

    อัตราส่วนส้มต่อแอปเปิลคือ 2 ต่อ 3

    รวมอัตราส่วนทั้งหมด 2 + 3 = 5 2+3 = 5 ส่วน

    ผลไม้ 1 ส่วน เท่ากับ 30 5 = 6 6 ผล

    ดังนั้น จำนวนส้ม = 2 × 6 = 12 2 times 6 = 12 ผล

    นี่คือการประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องอัตราส่วน ซึ่งต้องทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานก่อนจึงจะแก้โจทย์แบบนี้ได้ครับ

เทคนิคการทำโจทย์ให้ได้ผลดี

เพื่อให้การทำโจทย์ของน้องๆ มีประสิทธิภาพ พี่กฤษณ์มีเทคนิคดีๆ มาฝากครับ

  • แบ่งเวลาสั้นๆ แต่สม่ำเสมอ: แทนที่จะทำโจทย์รวดเดียว 2-3 ชั่วโมง ควรแบ่งเป็นช่วงสั้นๆ เช่น 30-60 นาทีต่อวัน อย่างสม่ำเสมอ การทำแบบนี้จะช่วยให้น้องๆ ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย และสมองก็พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้ดีกว่าครับ
  • ทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา: อย่าลืมทบทวนบทเรียนเก่าๆ ที่เคยเรียนไปแล้วบ้าง เพื่อให้ความรู้ไม่ขาดตอน และยังคงเข้าใจพื้นฐานที่แน่นหนาอยู่เสมอ
  • ทำโจทย์หลากหลายรูปแบบ: อย่าทำแต่โจทย์ประเภทเดียวซ้ำๆ ลองหาโจทย์จากแหล่งต่างๆ เช่น หนังสือเรียน ตำราเสริม อินเทอร์เน็ต เพื่อให้ได้เจอโจทย์ที่หลากหลายแนวทาง จะช่วยให้เราปรับตัวและแก้ปัญหาได้ดีขึ้น
  • จดบันทึกข้อผิดพลาด: เตรียมสมุดเล่มเล็กๆ ไว้เล่มหนึ่งสำหรับจดบันทึกข้อผิดพลาดที่พบบ่อย วิธีแก้ปัญหา หรือสูตรสำคัญที่มักจะลืม การทำแบบนี้จะช่วยให้น้องๆ ได้เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของตัวเองอย่างเป็นระบบครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำโจทย์

พี่กฤษณ์สังเกตเห็นข้อผิดพลาดเหล่านี้บ่อยครั้ง น้องๆ ลองเช็กดูนะครับว่าตัวเองเป็นแบบนี้บ้างหรือเปล่า

  • คิดแต่จะทำโจทย์เยอะๆ โดยไม่สนใจความเข้าใจ: ทำไปเรื่อยๆ โดยไม่เข้าใจพื้นฐานว่าทำไมต้องทำแบบนั้น พอเจอโจทย์พลิกแพลงนิดหน่อยก็ไปไม่เป็น
  • ไม่ทบทวนข้อผิดพลาด: ทำผิดแล้วก็ปล่อยผ่านไป ทำให้ทำผิดซ้ำซากในเรื่องเดิมๆ
  • ทำแต่โจทย์ง่ายๆ ซ้ำๆ: ไม่ได้พัฒนาทักษะการแก้ปัญหาที่ซับซ้อน ทำให้ไม่พร้อมสำหรับโจทย์ที่ท้าทายมากขึ้น
  • รอให้มีอารมณ์อยากทำก่อน: ขาดความสม่ำเสมอในการฝึกฝน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเรียนคณิตศาสตร์
  • ไม่จับเวลา: ในการเตรียมสอบ การไม่จับเวลาฝึกทำโจทย์จะทำให้น้องๆ ไม่รู้ว่าตัวเองใช้เวลาในการทำแต่ละข้อมากน้อยแค่ไหน และอาจจะทำข้อสอบไม่ทันในห้องสอบจริงครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

สุดท้ายนี้ครับ น้องๆ ครับ จำนวนข้อที่เหมาะสมที่สุดคือ “จำนวนที่น้องๆ สามารถทำได้ด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ และสามารถเรียนรู้จากมันได้ในแต่ละวันอย่างสม่ำเสมอ” ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับเพื่อนว่าเพื่อนทำได้กี่ข้อ สิ่งสำคัญคือความก้าวหน้าของตัวน้องๆ เอง

เริ่มต้นจากการทำโจทย์พื้นฐานให้แน่นก่อน วันละไม่กี่ข้อก็เพียงพอแล้วครับ ค่อยๆ เพิ่มความยากและจำนวนขึ้นเมื่อน้องๆ รู้สึกมั่นใจมากขึ้น การทำโจทย์คณิตศาสตร์เหมือนกับการออกกำลังกายครับ ถ้าเราหักโหมมากไป ร่างกายก็จะบาดเจ็บและท้อ แต่ถ้าทำอย่างสม่ำเสมอและพอดี ร่างกายก็จะแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ ครับ

พี่กฤษณ์หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ทุกคนนะครับ การเรียนคณิตศาสตร์เป็นเรื่องสนุกและท้าทาย ขอแค่น้องๆ เปิดใจและฝึกฝนอย่างมีคุณภาพ พี่กฤษณ์เชื่อว่าน้องๆ ทุกคนจะทำได้ดีแน่นอนครับ ถ้าใครรู้สึกว่าอยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม หรืออยากเรียนรู้เทคนิคการทำโจทย์ที่ละเอียดและเข้าใจง่าย ก็สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเรียนของพี่กฤษณ์ได้ในเว็บไซต์นี้เลยนะครับ มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และการเรียนตัวต่อตัวเลยครับ พี่กฤษณ์พร้อมดูแลน้องๆ ทุกคนให้เก่งคณิตศาสตร์ไปด้วยกันครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *