Skip to content
Home » บทความ » ลำดับและอนุกรม อ่านอย่างไรให้เห็นแพทเทิร์นเร็วขึ้น

ลำดับและอนุกรม อ่านอย่างไรให้เห็นแพทเทิร์นเร็วขึ้น

ลำดับและอนุกรม อ่านอย่างไรให้เห็นแพทเทิร์นเร็วขึ้น

วิชาคณิตศาสตร์นั้นเต็มไปด้วยความสวยงามของแพทเทิร์นและตรรกะ ลำดับและอนุกรมก็เป็นหนึ่งในนั้นครับ การที่เราสามารถมองเห็นรูปแบบหรือ “แพทเทิร์น” ได้อย่างรวดเร็ว ไม่ได้ช่วยแค่ให้เราทำโจทย์ได้เร็วขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เราเข้าใจหลักการพื้นฐานของคณิตศาสตร์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วย ลองนึกภาพดูสิครับ เวลาที่น้องๆ เจอตัวเลขเป็นชุดยาวๆ ถ้ามองเห็นแพทเทิร์นปุ๊บ ความรู้สึกเหมือนเจอทางออกในเขาวงกตเลยใช่ไหมครับ

ทำความรู้จักกับลำดับและอนุกรมเบื้องต้น

ก่อนอื่น เรามาทบทวนความหมายของลำดับและอนุกรมกันก่อนครับ

ลำดับ (Sequence) คือ ชุดของตัวเลขหรือพจน์ที่เรียงกันตามกฎเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมีลำดับที่ชัดเจน เช่น พจน์ที่ 1, พจน์ที่ 2, พจน์ที่ 3 ไปเรื่อยๆ เรามักจะใช้สัญลักษณ์ a n a_n แทนพจน์ที่ n n ของลำดับครับ

อนุกรม (Series) คือ ผลบวกของพจน์ต่างๆ ในลำดับนั้นๆ ครับ ถ้าเรามีลำดับ a 1 , a 2 , a 3 , , a n a_1, a_2, a_3, dots, a_n อนุกรมของลำดับนี้ก็คือ a 1 + a 2 + a 3 + + a n a_1 + a_2 + a_3 + dots + a_n ซึ่งเรามักจะใช้สัญลักษณ์ S n S_n แทนผลบวกของ n n พจน์แรกครับ

ประเภทของลำดับและอนุกรมที่พบบ่อย

1. ลำดับเลขคณิต (Arithmetic Sequence)

คือลำดับที่ผลต่างของพจน์ที่อยู่ติดกันมีค่าคงที่เสมอ เราเรียกผลต่างนี้ว่า ผลต่างร่วม (Common Difference) ใช้สัญลักษณ์ d d ครับ

  • สูตรหาพจน์ที่ n n คือ a n = a 1 + ( n 1 ) d a_n = a_1 + (n-1)d
  • สูตรหาผลบวก n n พจน์แรก (อนุกรมเลขคณิต) คือ S n = n 2 ( a 1 + a n ) S_n = frac{n}{2}(a_1 + a_n) หรือ S n = n 2 ( 2 a 1 + ( n 1 ) d ) S_n = frac{n}{2}(2a_1 + (n-1)d)

ตัวอย่าง: 2, 5, 8, 11, … (ผลต่างร่วมคือ 3)

2. ลำดับเรขาคณิต (Geometric Sequence)

คือลำดับที่อัตราส่วนของพจน์ที่อยู่ติดกันมีค่าคงที่เสมอ เราเรียกอัตราส่วนนี้ว่า อัตราส่วนร่วม (Common Ratio) ใช้สัญลักษณ์ r r ครับ

  • สูตรหาพจน์ที่ n n คือ a n = a 1 r n 1 a_n = a_1 r^{n-1}
  • สูตรหาผลบวก n n พจน์แรก (อนุกรมเรขาคณิต) คือ S n = a 1 ( 1 r n ) 1 r S_n = frac{a_1(1-r^n)}{1-r} เมื่อ r 1 r neq 1

ตัวอย่าง: 3, 6, 12, 24, … (อัตราส่วนร่วมคือ 2)

เทคนิคเด็ด! อ่านอย่างไรให้เห็นแพทเทิร์นเร็วขึ้น

น้องๆ ครับ การจะมองเห็นแพทเทิร์นได้เร็วขึ้นนั้น อาศัยการฝึกฝนและเทคนิคบางอย่างที่พี่กฤษณ์จะมาแนะนำดังนี้ครับ

1. สังเกตผลต่างหรือผลหารระหว่างพจน์ที่อยู่ติดกัน

นี่คือจุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดครับ

  • ลองหาผลต่าง: นำพจน์ที่ a n + 1 a_{n+1} ลบด้วย a n a_n ถ้าผลต่างคงที่ ก็คือลำดับเลขคณิตทันทีครับ
  • ลองหาอัตราส่วน: นำพจน์ที่ a n + 1 a_{n+1} หารด้วย a n a_n ถ้าอัตราส่วนคงที่ ก็คือลำดับเรขาคณิตครับ
  • ผลต่างของผลต่าง (Second Difference): ถ้าน้องๆ ลองหาผลต่างแล้วไม่คงที่ ให้ลองหาผลต่างของผลต่างนั้นอีกทีครับ ถ้าผลต่างชั้นที่สองคงที่ แสดงว่าลำดับนั้นน่าจะเป็นลำดับพหุนามดีกรีสอง (Quadratic Sequence) ซึ่งพจน์ทั่วไปจะอยู่ในรูป a n = A n 2 + B n + C a_n = An^2 + Bn + C ครับ

2. มองหาความสัมพันธ์กับลำดับที่ (n)

หลายๆ ครั้ง แพทเทิร์นจะซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์ระหว่างค่าของพจน์นั้นๆ กับลำดับที่ของมัน (คือตัว n n นั่นเองครับ) เช่น

  • ถ้าพจน์ทั่วไปเป็น a n = 2 n + 1 a_n = 2n+1 ลำดับคือ 3, 5, 7, 9, … (ซึ่งก็คือลำดับเลขคณิตนั่นแหละครับ)
  • ถ้าพจน์ทั่วไปเป็น a n = n 2 a_n = n^2 ลำดับคือ 1, 4, 9, 16, … (ลำดับของกำลังสอง)
  • ถ้าพจน์ทั่วไปเป็น a n = ( 1 ) n n a_n = (-1)^n cdot n ลำดับคือ -1, 2, -3, 4, … (ลำดับสลับเครื่องหมาย)

3. มองหาพจน์พิเศษ หรือ ลำดับที่มีชื่อเฉพาะ

บางครั้งลำดับอาจจะเป็นลำดับพิเศษที่เราคุ้นเคยอยู่แล้วครับ

  • ลำดับฟีโบนัชชี (Fibonacci Sequence): 1, 1, 2, 3, 5, 8, … (พจน์ถัดไปคือผลบวกของสองพจน์ก่อนหน้า)
  • ลำดับของกำลังสอง/กำลังสาม: 1, 4, 9, 16, … หรือ 1, 8, 27, 64, …
  • ลำดับที่เกิดจากการคูณด้วยค่าคงที่ หรือยกกำลัง: เช่น 2, 4, 8, 16, … (ซึ่งก็คือลำดับเรขาคณิต)

4. ลองแยกพิจารณาแพทเทิร์นย่อย

บางลำดับอาจจะซับซ้อนกว่านั้น อาจจะเป็นการผสมผสานกันของหลายๆ แพทเทิร์น เช่น ลำดับ 1, 1, 2, 3, 4, 5, 8, 7, … น้องๆ อาจจะลองดูพจน์คี่และพจน์คู่แยกกันดูครับ

  • พจน์คี่: 1, 2, 4, 8, … (ลำดับเรขาคณิต)
  • พจน์คู่: 1, 3, 5, 7, … (ลำดับเลขคณิต)

เมื่อเราเห็นแพทเทิร์นย่อยแบบนี้ ก็จะสามารถหาพจน์ทั่วไปของลำดับที่ซับซ้อนได้ง่ายขึ้นครับ

5. ใช้การประมาณค่าหรือมองแนวโน้ม

ถ้าตัวเลขมีค่ามากๆ หรือเป็นทศนิยม ลองดูแนวโน้มว่ามันเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร เพิ่มขึ้นแบบเร็วมาก (อาจจะเป็นยกกำลัง) หรือเพิ่มขึ้นแบบคงที่ (เลขคณิต) การประมาณค่าจะช่วยให้เราจำกัดขอบเขตของประเภทลำดับที่น่าจะเป็นไปได้ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการหาแพทเทิร์น

พี่กฤษณ์ขอเตือนน้องๆ ไว้ก่อนเลยว่า บางครั้งเราก็พลาดได้ง่ายๆ ครับ มาดูกันว่าข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง จะได้หลีกเลี่ยงกันนะ

  • ด่วนสรุปจากแค่ 2-3 พจน์แรก: บางลำดับ 2-3 พจน์แรกอาจจะดูเหมือนเลขคณิตหรือเรขาคณิต แต่พจน์ถัดๆ ไปอาจจะแตกต่างออกไปเสมอ ควรตรวจสอบกับพจน์ที่ 4-5 ด้วยเสมอครับ
  • สับสนระหว่างลำดับกับอนุกรม: อย่าลืมว่าลำดับคือชุดของตัวเลข แต่อนุกรมคือผลบวกของตัวเลขเหล่านั้น การใช้สูตรผิดประเภทจะทำให้คำตอบผิดทันทีครับ
  • คำนวณผิดพลาด: เป็นข้อผิดพลาดพื้นฐานที่พบได้บ่อยที่สุดเลยครับ โดยเฉพาะตอนหาผลต่างหรืออัตราส่วน ควรตรวจสอบการคำนวณให้รอบคอบ
  • มองข้ามลำดับพิเศษ: บางครั้งลำดับที่ให้มาอาจจะเป็นลำดับฟีโบนัชชี ลำดับฮาร์มอนิก หรือลำดับที่มีแพทเทิร์นเฉพาะตัวที่ซ่อนอยู่ หากเราไม่คุ้นเคย ก็อาจจะหาแพทเทิร์นไม่เจอครับ

ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีคิด

เพื่อให้น้องๆ เห็นภาพชัดเจนขึ้น พี่กฤษณ์มีตัวอย่างโจทย์ให้ลองคิดตามครับ

ตัวอย่างที่ 1: จงหาพจน์ทั่วไปของลำดับ 1, 4, 7, 10, …

วิธีคิด:

  1. ลองหาผลต่างของพจน์ที่อยู่ติดกัน:
    • 4 1 = 3 4 – 1 = 3
    • 7 4 = 3 7 – 4 = 3
    • 10 7 = 3 10 – 7 = 3
  2. จะเห็นว่าผลต่างคงที่คือ d = 3 d=3 ดังนั้น นี่คือลำดับเลขคณิต
  3. พจน์แรกคือ a 1 = 1 a_1 = 1
  4. ใช้สูตร a n = a 1 + ( n 1 ) d a_n = a_1 + (n-1)d
  5. แทนค่า: a n = 1 + ( n 1 ) 3 a_n = 1 + (n-1)3
  6. กระจายเทอม: a n = 1 + 3 n 3 a_n = 1 + 3n – 3
  7. ดังนั้น พจน์ทั่วไปคือ a n = 3 n 2 a_n = 3n – 2 ครับ

ตัวอย่างที่ 2: จงหาพจน์ทั่วไปของลำดับ 1, 2, 4, 8, …

วิธีคิด:

  1. ลองหาผลต่าง: 2-1=1, 4-2=2, 8-4=4 (ไม่คงที่)
  2. ลองหาอัตราส่วนของพจน์ที่อยู่ติดกัน:
    • 2 1 = 2 frac{2}{1} = 2
    • 4 2 = 2 frac{4}{2} = 2
    • 8 4 = 2 frac{8}{4} = 2
  3. จะเห็นว่าอัตราส่วนคงที่คือ r = 2 r=2 ดังนั้น นี่คือลำดับเรขาคณิต
  4. พจน์แรกคือ a 1 = 1 a_1 = 1
  5. ใช้สูตร a n = a 1 r n 1 a_n = a_1 r^{n-1}
  6. แทนค่า: a n = 1 2 n 1 a_n = 1 cdot 2^{n-1}
  7. ดังนั้น พจน์ทั่วไปคือ a n = 2 n 1 a_n = 2^{n-1} ครับ

ตัวอย่างที่ 3: จงหาพจน์ทั่วไปของลำดับ 1, 3, 7, 13, 21, …

วิธีคิด:

  1. ลองหาผลต่างชั้นที่ 1:
    • 3 1 = 2 3 – 1 = 2
    • 7 3 = 4 7 – 3 = 4
    • 13 7 = 6 13 – 7 = 6
    • 21 13 = 8 21 – 13 = 8
  2. ผลต่างชั้นที่ 1 คือ 2, 4, 6, 8, … ซึ่งไม่คงที่
  3. ลองหาผลต่างชั้นที่ 2:
    • 4 2 = 2 4 – 2 = 2
    • 6 4 = 2 6 – 4 = 2
    • 8 6 = 2 8 – 6 = 2
  4. ผลต่างชั้นที่ 2 คงที่คือ 2 ดังนั้น นี่คือลำดับพหุนามดีกรีสอง a n = A n 2 + B n + C a_n = An^2 + Bn + C
  5. เราทราบว่า 2 A = ผลต่างชั้นที่ 2 2A = text{ผลต่างชั้นที่ 2} ดังนั้น 2 A = 2 A = 1 2A = 2 Rightarrow A = 1
  6. และ 3 A + B = พจน์แรกของผลต่างชั้นที่ 1 3A+B = text{พจน์แรกของผลต่างชั้นที่ 1} ดังนั้น 3 ( 1 ) + B = 2 B = 1 3(1) + B = 2 Rightarrow B = -1
  7. และ A + B + C = พจน์แรกของลำดับ A+B+C = text{พจน์แรกของลำดับ} ดังนั้น 1 + ( 1 ) + C = 1 C = 1 1 + (-1) + C = 1 Rightarrow C = 1
  8. ดังนั้น พจน์ทั่วไปคือ a n = 1 n 2 + ( 1 ) n + 1 a_n = 1n^2 + (-1)n + 1 หรือ a n = n 2 n + 1 a_n = n^2 – n + 1 ครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

น้องๆ จะเห็นนะครับว่าการจะมองเห็นแพทเทิร์นของลำดับและอนุกรมได้เร็วขึ้นนั้น ไม่ใช่เรื่องของโชคช่วย แต่เป็นเรื่องของการฝึกฝนอย่างเป็นระบบและมีเทคนิคที่ดี

  • เริ่มต้นด้วยการหาผลต่างและอัตราส่วนเสมอ: นี่คือกุญแจสำคัญสู่ลำดับพื้นฐาน
  • ถ้าไม่เจอ ลองหาผลต่างชั้นที่สอง: อาจจะเป็นลำดับพหุนาม
  • มองหาความสัมพันธ์กับลำดับที่: ลองคิดในรูปของ f ( n ) f(n)
  • ไม่ด่วนสรุป: ตรวจสอบกับหลายๆ พจน์เสมอ
  • หมั่นฝึกฝน: ยิ่งทำโจทย์มากเท่าไร เราก็จะยิ่งมองเห็นแพทเทิร์นได้เร็วขึ้นเท่านั้นครับ

การเรียนรู้คณิตศาสตร์ก็เหมือนการผจญภัยครับ ยิ่งเรามีเครื่องมือและเทคนิคที่ดีมากเท่าไร การผจญภัยของเราก็จะราบรื่นและสนุกขึ้นเท่านั้นครับ

พี่กฤษณ์หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ที่กำลังศึกษาเรื่องลำดับและอนุกรมนะครับ การมองเห็นแพทเทิร์นได้เร็วขึ้นจะทำให้น้องๆ ทำข้อสอบได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอนครับ สำหรับน้องๆ คนไหนที่อยากเรียนรู้เทคนิคการคิดเลขเร็ว เทคนิคการทำโจทย์ยากๆ หรืออยากเสริมความเข้าใจในบทเรียนคณิตศาสตร์ให้แน่นปึ้กยิ่งขึ้น พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนคณิตศาสตร์ที่หลากหลายรูปแบบให้น้องๆ ได้เลือกตามความเหมาะสมเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสดที่ได้เจอกับพี่กฤษณ์และเพื่อนๆ คอร์สออนไลน์ที่สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือแม้แต่คอร์สตัวต่อตัวที่พี่กฤษณ์จะดูแลน้องๆ อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเรียนและข้อมูลอื่นๆ ได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *