Skip to content
Home » บทความ » สูตรกำลังสองมาจากไหน วิธีพิสูจน์สมการ ax^2 + bx + c = 0 แบบไม่ต้องท่องจำ

สูตรกำลังสองมาจากไหน วิธีพิสูจน์สมการ ax^2 + bx + c = 0 แบบไม่ต้องท่องจำ

สูตรกำลังสองมาจากไหน: พิสูจน์สมการ ax2 + bx + c = 0 แบบไม่ต้องท่องจำ

ก่อนที่เราจะไปลงลึกถึงการพิสูจน์ พี่กฤษณ์อยากให้น้องๆ ทบทวนแนวคิดพื้นฐานบางอย่างที่จำเป็นกันก่อนนะครับ ซึ่งหลักๆ เลยก็คือเรื่องของการแยกตัวประกอบพหุนาม (Factoring Polynomials) และที่สำคัญที่สุดคือเทคนิค “การทำเป็นกำลังสองสมบูรณ์” (Completing the Square) ครับ

ทำไมต้องเรียนรู้ที่มาของสูตรกำลังสอง?

หลายคนอาจจะคิดว่า แค่จำสูตรไปใช้ก็พอแล้วนี่นา? ทำไมต้องเสียเวลามานั่งพิสูจน์ด้วย? พี่กฤษณ์ขอบอกเลยว่า การที่เราเข้าใจที่มาของสูตรมีประโยชน์มากมายเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น:

  • ลดการท่องจำ: เมื่อเราเข้าใจกระบวนการ เราจะสามารถสร้างสูตรขึ้นมาเองได้แม้จะลืมสูตรไปแล้วก็ตามครับ
  • เพิ่มความเข้าใจ: การเข้าใจที่มาทำให้เราเห็นความเชื่อมโยงของแนวคิดคณิตศาสตร์ต่างๆ และทำให้เรามองปัญหาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  • แก้ปัญหาที่ซับซ้อน: บางครั้งโจทย์ที่ซับซ้อนอาจจะไม่ได้ให้รูปแบบที่ตรงกับสูตรเป๊ะๆ การเข้าใจที่มาจะช่วยให้เราปรับใช้แนวคิดในการแก้ปัญหาได้ครับ
  • เสริมสร้างทักษะการคิดวิเคราะห์: การพิสูจน์คือการฝึกคิดอย่างเป็นระบบและมีเหตุผลครับ

เอาล่ะครับ เมื่อเห็นประโยชน์แล้ว เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า!

สมการกำลังสองทั่วไป

สมการกำลังสองที่เราจะพิสูจน์คือสมการในรูปทั่วไปที่น้องๆ คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วครับ นั่นคือ

a x 2 + b x + c = 0 ax^2 + bx + c = 0

โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ a 0 a neq 0 เสมอครับ เพราะถ้า a = 0 a=0 สมการก็จะกลายเป็น b x + c = 0 bx + c = 0 ซึ่งเป็นสมการเชิงเส้นธรรมดาไปเลยครับ

ขั้นตอนการพิสูจน์โดยวิธีทำเป็นกำลังสองสมบูรณ์

หัวใจของการพิสูจน์นี้คือการจัดรูปสมการให้เป็นกำลังสองสมบูรณ์ เพื่อที่เราจะสามารถถอดรากที่สองและหาค่า x x ได้ง่ายๆ ครับ

ขั้นตอนที่ 1: กำจัดสัมประสิทธิ์ a a หน้า x 2 x^2

เริ่มต้นจากการนำ a a ซึ่งไม่เท่ากับศูนย์ ไปหารตลอดทั้งสมการครับ เพื่อให้สัมประสิทธิ์หน้า x 2 x^2 กลายเป็น 1

a x 2 a + b x a + c a = 0 a frac{ax^2}{a} + frac{bx}{a} + frac{c}{a} = frac{0}{a}

ซึ่งจะได้เป็น

x 2 + b a x + c a = 0 x^2 + frac{b}{a}x + frac{c}{a} = 0

ขั้นตอนที่ 2: ย้ายพจน์ที่เป็นค่าคงที่ไปอีกข้างหนึ่งของสมการ

เราจะย้าย c a frac{c}{a} ไปฝั่งขวาของสมการครับ

x 2 + b a x = c a x^2 + frac{b}{a}x = -frac{c}{a}

ขั้นตอนที่ 3: ทำเป็นกำลังสองสมบูรณ์

นี่คือหัวใจสำคัญครับ! จำสูตรกำลังสองสมบูรณ์ ( A + B ) 2 = A 2 + 2 A B + B 2 (A+B)^2 = A^2 + 2AB + B^2 หรือ ( A B ) 2 = A 2 2 A B + B 2 (A-B)^2 = A^2 – 2AB + B^2 ได้ไหมครับ?

เรามี x 2 + b a x x^2 + frac{b}{a}x ถ้าเราให้ A = x A=x พจน์กลางคือ 2 A B 2AB จะต้องเท่ากับ b a x frac{b}{a}x ครับ

นั่นหมายความว่า 2 x B = b a x 2xB = frac{b}{a}x ดังนั้น B = b 2 a B = frac{b}{2a} ครับ

เราจึงต้องบวกพจน์ B 2 B^2 เข้าไปทั้งสองข้างของสมการ ซึ่งก็คือ ( b 2 a ) 2 left(frac{b}{2a}right)^2 นั่นเองครับ

x 2 + b a x + ( b 2 a ) 2 = c a + ( b 2 a ) 2 x^2 + frac{b}{a}x + left(frac{b}{2a}right)^2 = -frac{c}{a} + left(frac{b}{2a}right)^2

ตอนนี้ฝั่งซ้ายมือก็เป็นกำลังสองสมบูรณ์แล้วครับ เราสามารถยุบมันได้เป็น

( x + b 2 a ) 2 = c a + b 2 4 a 2 left(x + frac{b}{2a}right)^2 = -frac{c}{a} + frac{b^2}{4a^2}

ขั้นตอนที่ 4: รวมพจน์ฝั่งขวามือให้เป็นเศษส่วนเดียว

เราจะทำส่วนให้เท่ากันครับ โดยหา ครน. ของ a a และ 4 a 2 4a^2 ซึ่งก็คือ 4 a 2 4a^2 นั่นเองครับ

( x + b 2 a ) 2 = c a 4 a 4 a + b 2 4 a 2 left(x + frac{b}{2a}right)^2 = -frac{c}{a} cdot frac{4a}{4a} + frac{b^2}{4a^2}
( x + b 2 a ) 2 = 4 a c 4 a 2 + b 2 4 a 2 left(x + frac{b}{2a}right)^2 = -frac{4ac}{4a^2} + frac{b^2}{4a^2}

จัดเรียงพจน์ใหม่ เพื่อให้ดูเป็นระเบียบขึ้นครับ

( x + b 2 a ) 2 = b 2 4 a c 4 a 2 left(x + frac{b}{2a}right)^2 = frac{b^2 – 4ac}{4a^2}

ขั้นตอนที่ 5: ถอดรากที่สองทั้งสองข้าง

เมื่อเราถอดรากที่สอง สิ่งสำคัญที่ห้ามลืมเด็ดขาดเลยคือเครื่องหมาย ± pm (บวกหรือลบ) ครับ เพราะทั้งค่าบวกและค่าลบเมื่อยกกำลังสองแล้วจะได้ค่าเดียวกันเสมอ

x + b 2 a = ± b 2 4 a c 4 a 2 x + frac{b}{2a} = pmsqrt{frac{b^2 – 4ac}{4a^2}}

เรารู้ว่า 4 a 2 = 2 a sqrt{4a^2} = 2a (ถ้า 0″> a > 0 a > 0 หรือ 2 a -2a ถ้า <math data-latex="a a < 0 a < 0 แต่โดยรวมแล้วก็คือ 2 | a | 2|a| ซึ่งจะครอบคลุมในเครื่องหมาย ± pm อยู่แล้วครับ) ดังนั้นเราสามารถแยกถอดรากออกมาได้ครับ

x + b 2 a = ± b 2 4 a c 2 a x + frac{b}{2a} = pmfrac{sqrt{b^2 – 4ac}}{2a}

ขั้นตอนที่ 6: ย้ายพจน์ b 2 a frac{b}{2a} ไปอีกข้างหนึ่ง เพื่อหาค่า x x

x = b 2 a ± b 2 4 a c 2 a x = -frac{b}{2a} pmfrac{sqrt{b^2 – 4ac}}{2a}

เนื่องจากส่วนเท่ากันแล้ว เราจึงสามารถรวมเป็นเศษส่วนเดียวกันได้ครับ

x = b ± b 2 4 a c 2 a x = frac{-b pm sqrt{b^2 – 4ac}}{2a}

และนี่คือที่มาของ “สูตรกำลังสอง” ที่เราใช้กันอย่างแพร่หลายนั่นเองครับ! เป็นไงบ้างครับ ไม่ยากอย่างที่คิดเลยใช่ไหม? แค่ไล่ตามขั้นตอนอย่างมีเหตุผล น้องๆ ก็จะเข้าใจมันได้อย่างลึกซึ้งแล้วครับ

ส่วนประกอบสำคัญของสูตร: ตัวเลือกคำตอบและดิสคริมิแนนต์ (Discriminant)

จากสูตร x = b ± b 2 4 a c 2 a x = frac{-b pm sqrt{b^2 – 4ac}}{2a} จะเห็นว่ามีเครื่องหมาย ± pm ซึ่งหมายความว่าเราจะมีคำตอบของ x x อยู่สองค่าเสมอในกรณีทั่วไป นั่นคือ

x 1 = b + b 2 4 a c 2 a x_1 = frac{-b + sqrt{b^2 – 4ac}}{2a}

และ

x 2 = b b 2 4 a c 2 a x_2 = frac{-b – sqrt{b^2 – 4ac}}{2a}

ส่วนที่อยู่ใต้เครื่องหมายรากที่สองคือ b 2 4 a c b^2 – 4ac เราเรียกมันว่า “ดิสคริมิแนนต์” (Discriminant) หรือตัวบ่งชี้ ซึ่งเรามักจะใช้สัญลักษณ์ Δ Delta (เดลต้า) แทนครับ

เจ้าดิสคริมิแนนต์ตัวนี้มีความสำคัญมากๆ ครับ เพราะมันจะบอกเราได้ว่าคำตอบของสมการกำลังสองของเราจะเป็นอย่างไร:

  • ถ้า 0″> Δ > 0 Delta > 0 (เป็นบวก) จะมีคำตอบเป็นจำนวนจริง 2 ค่าที่แตกต่างกัน
    x = b ± ค่าบวก 2 a x = frac{-b pm text{ค่าบวก}}{2a}
  • ถ้า Δ = 0 Delta = 0 (เป็นศูนย์) จะมีคำตอบเป็นจำนวนจริง 1 ค่า หรือ 2 ค่าที่เท่ากัน
    x = b ± 0 2 a = b 2 a x = frac{-b pm 0}{2a} = frac{-b}{2a}
  • ถ้า <math data-latex="Delta Δ < 0 Delta < 0 (เป็นลบ) จะไม่มีคำตอบเป็นจำนวนจริง แต่จะมีคำตอบเป็นจำนวนเชิงซ้อน 2 ค่าที่แตกต่างกัน
    x = b ± ค่าลบ 2 a x = frac{-b pm sqrt{text{ค่าลบ}}}{2a}

ตัวอย่างการนำไปใช้

ลองมาดูตัวอย่างการใช้สูตรนี้กันสักหน่อยนะครับ สมมติว่าเรามีสมการ 2 x 2 + 5 x 3 = 0 2x^2 + 5x – 3 = 0

ขั้นแรก เราต้องหาค่า a , b , c a, b, c ก่อนครับ

  • a = 2 a = 2
  • b = 5 b = 5
  • c = 3 c = -3

จากนั้นก็แทนค่าลงในสูตร x = b ± b 2 4 a c 2 a x = frac{-b pm sqrt{b^2 – 4ac}}{2a} ได้เลยครับ

x = 5 ± 5 2 4 ( 2 ) ( 3 ) 2 ( 2 ) x = frac{-5 pm sqrt{5^2 – 4(2)(-3)}}{2(2)}
x = 5 ± 25 ( 24 ) 4 x = frac{-5 pm sqrt{25 – (-24)}}{4}
x = 5 ± 25 + 24 4 x = frac{-5 pm sqrt{25 + 24}}{4}
x = 5 ± 49 4 x = frac{-5 pm sqrt{49}}{4}
x = 5 ± 7 4 x = frac{-5 pm 7}{4}

แยกเป็นสองกรณีครับ:

x 1 = 5 + 7 4 = 2 4 = 1 2 x_1 = frac{-5 + 7}{4} = frac{2}{4} = frac{1}{2}

และ

x 2 = 5 7 4 = 12 4 = 3 x_2 = frac{-5 – 7}{4} = frac{-12}{4} = -3

ดังนั้น คำตอบของสมการ 2 x 2 + 5 x 3 = 0 2x^2 + 5x – 3 = 0 คือ x = 1 2 x = frac{1}{2} และ x = 3 x = -3 ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ในการใช้และพิสูจน์สูตรกำลังสอง น้องๆ มักจะเจอข้อผิดพลาดเหล่านี้ครับ:

  • ลืมเครื่องหมาย ± pm : ทำให้ได้คำตอบไม่ครบ (ได้แค่ค่าเดียว)
  • คำนวณ b 2 4 a c b^2 – 4ac ผิด: ต้องระวังเครื่องหมายลบ โดยเฉพาะเวลา c c เป็นค่าลบ
  • หารผิด: บางครั้งน้องๆ อาจจะนำ 2 a 2a ไปหารแค่พจน์หลัง b 2 4 a c sqrt{b^2-4ac} เท่านั้น แต่ต้องหารพจน์ b -b ด้วยครับ
  • จัดรูปสมการไม่ถูกต้อง: ต้องมั่นใจว่าสมการอยู่ในรูป a x 2 + b x + c = 0 ax^2 + bx + c = 0 ก่อนนำค่า a , b , c a, b, c ไปใช้

การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันและวิทยาศาสตร์

สมการกำลังสองไม่ได้มีแค่ในหนังสือเรียนเท่านั้นนะครับ แต่มันถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลายสาขาวิชาและในชีวิตจริงมากมายเลยครับ เช่น:

  • ฟิสิกส์: ในเรื่องของการเคลื่อนที่แบบโปรเจกไทล์ (Projectile Motion) เช่น การคำนวณวิถีของลูกบอลที่ถูกเตะออกไป หรือการเคลื่อนที่ของจรวด
  • วิศวกรรม: การออกแบบสะพาน โครงสร้างอาคาร การคำนวณแรงต่างๆ หรือแม้แต่การออกแบบเลนส์และกระจก
  • เศรษฐศาสตร์: การคำนวณหาจุดคุ้มทุน (Break-even Point) การหาค่าสูงสุดหรือต่ำสุดของผลกำไร
  • ชีววิทยา: การคำนวณการเติบโตของประชากร หรือการแพร่กระจายของเชื้อโรค

เห็นไหมครับว่าคณิตศาสตร์ไม่ได้เป็นเรื่องไกลตัวเลย การเข้าใจรากฐานอย่างสมการกำลังสองจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

วันนี้พี่กฤษณ์พาน้องๆ ท่องโลกคณิตศาสตร์ไปกับที่มาของสูตรกำลังสองกันแล้วนะครับ สิ่งสำคัญที่อยากให้น้องๆ ได้รับกลับไปคือ:

  1. สูตรกำลังสอง x = b ± b 2 4 a c 2 a x = frac{-b pm sqrt{b^2 – 4ac}}{2a} มาจากการจัดรูปสมการ a x 2 + b x + c = 0 ax^2 + bx + c = 0 โดยวิธี “การทำเป็นกำลังสองสมบูรณ์”
  2. การเข้าใจที่มาช่วยให้เราไม่ต้องท่องจำ และสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเองเมื่อลืมสูตรไปแล้ว
  3. ค่าดิสคริมิแนนต์ Δ = b 2 4 a c Delta = b^2 – 4ac เป็นตัวบอกลักษณะของคำตอบของสมการ (จำนวนจริง 2 ค่า, 1 ค่า, หรือจำนวนเชิงซ้อน)
  4. สมการกำลังสองและสูตรนี้มีประโยชน์อย่างกว้างขวางในหลากหลายสาขาวิชา ทั้งวิทยาศาสตร์ วิศวกรรม และเศรษฐศาสตร์

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจเรื่องสมการกำลังสองได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นนะครับ การเรียนคณิตศาสตร์ไม่ใช่แค่การท่องจำสูตร แต่เป็นการเข้าใจแนวคิดและเหตุผลเบื้องหลัง พี่กฤษณ์เชื่อว่าถ้าน้องๆ ฝึกคิดตามและทำความเข้าใจไปทีละขั้นตอน จะไม่มีอะไรยากเกินไปแน่นอนครับ

ถ้าน้องๆ อยากเจาะลึกคณิตศาสตร์ในหัวข้ออื่นๆ หรืออยากเรียนรู้เทคนิคการทำโจทย์แบบละเอียด พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนทั้งแบบสด ออนไลน์ และตัวต่อตัวให้น้องๆ ได้เลือกตามความสะดวกเลยนะครับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ พี่กฤษณ์พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้น้องๆ ประสบความสำเร็จในทุกการสอบเลยครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *