Skip to content
Home » บทความ » ทำไม sin^2 x + cos^2 x ต้องเท่ากับ 1 พิสูจน์จากวงกลมหนึ่งหน่วยแบบละเอียด

ทำไม sin^2 x + cos^2 x ต้องเท่ากับ 1 พิสูจน์จากวงกลมหนึ่งหน่วยแบบละเอียด

ทำไม sin2 x + cos2 x ต้องเท่ากับ 1: การพิสูจน์จากวงกลมหนึ่งหน่วย

สมการ sin 2 x + cos 2 x = 1 sin^2 x + cos^2 x = 1 หรือที่บางครั้งเราเขียนเป็น sin 2 θ + cos 2 θ = 1 sin^2 theta + cos^2 theta = 1 (จะใช้ตัวแปร x x หรือ θ theta ก็ได้เหมือนกันครับ หมายถึงมุม) เป็นเอกลักษณ์ตรีโกณมิติพื้นฐานที่สำคัญที่สุดเลยก็ว่าได้ครับ น้องๆ อาจจะเคยใช้มาแล้วในการแก้สมการ หรือหาสูตรต่างๆ แต่เคยสงสัยไหมครับว่ามันมาได้ยังไง? วันนี้พี่กฤษณ์จะพาน้องๆ ไปพิสูจน์กันอย่างละเอียดโดยใช้วงกลมหนึ่งหน่วย (Unit Circle) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำความเข้าใจตรีโกณมิติครับ

แนวคิดพื้นฐานที่ต้องรู้ก่อนเริ่มพิสูจน์

ก่อนที่เราจะเริ่มพิสูจน์ พี่กฤษณ์ขอทบทวนแนวคิดสำคัญสองเรื่องก่อนนะครับ

1. วงกลมหนึ่งหน่วย (Unit Circle)

วงกลมหนึ่งหน่วย คือวงกลมที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่จุดกำเนิด ( 0 , 0 ) (0,0) บนระนาบพิกัดฉาก และมีรัศมียาว 1 1 หน่วยครับ วงกลมนี้มีความพิเศษตรงที่มันช่วยให้เรานิยามฟังก์ชันตรีโกณมิติ sin sin , cos cos , tan tan และอื่นๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมครับ

2. การนิยาม sin และ cos บนวงกลมหนึ่งหน่วย

เมื่อเรามีจุด P ( x , y ) P(x,y) ใดๆ บนเส้นรอบวงของวงกลมหนึ่งหน่วย และเราลากเส้นจากจุดกำเนิด ( 0 , 0 ) (0,0) ไปยังจุด P P ให้เส้นนี้ทำมุม θ theta กับแกน X ด้านบวก (วัดทวนเข็มนาฬิกา) เราสามารถนิยามฟังก์ชันตรีโกณมิติได้ดังนี้ครับ

  • ค่า x x -coordinate ของจุด P P คือค่า cos θ cos theta
  • ค่า y y -coordinate ของจุด P P คือค่า sin θ sin theta

ดังนั้น จุด P P บนวงกลมหนึ่งหน่วย จึงมีพิกัดเป็น ( cos θ , sin θ ) (cos theta, sin theta) เสมอครับ

3. ทฤษฎีบทพีทาโกรัส (Pythagorean Theorem)

ทฤษฎีบทพีทาโกรัสเป็นหัวใจหลักในการพิสูจน์ครั้งนี้ครับ น้องๆ จำกันได้ใช่ไหมครับว่าสำหรับรูปสามเหลี่ยมมุมฉากใดๆ ความสัมพันธ์ระหว่างด้านทั้งสามคือ “กำลังสองของความยาวด้านตรงข้ามมุมฉาก เท่ากับผลบวกของกำลังสองของความยาวด้านประกอบมุมฉาก” เขียนเป็นสูตรได้ว่า a 2 + b 2 = c 2 a^2 + b^2 = c^2 โดยที่ a a และ b b เป็นความยาวด้านประกอบมุมฉาก และ c c เป็นความยาวด้านตรงข้ามมุมฉากครับ

การพิสูจน์ sin 2 x + cos 2 x = 1 sin^2 x + cos^2 x = 1

มาถึงขั้นตอนการพิสูจน์จริงกันแล้วครับ

  1. วาดวงกลมหนึ่งหน่วย: เริ่มต้นด้วยการวาดวงกลมหนึ่งหน่วยบนระนาบพิกัดฉาก โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ ( 0 , 0 ) (0,0) และรัศมี 1 1 หน่วย
  2. กำหนดจุด P บนวงกลม: เลือกจุด P ( x , y ) P(x,y) ใดๆ บนเส้นรอบวงของวงกลมหนึ่งหน่วย
  3. สร้างสามเหลี่ยมมุมฉาก: ลากเส้นจากจุด P P ตั้งฉากกับแกน X ไปยังจุด Q ( x , 0 ) Q(x,0) เราจะได้รูปสามเหลี่ยมมุมฉาก O P Q OPQ โดยที่ O O คือจุดกำเนิด ( 0 , 0 ) (0,0)
  4. ระบุด้านของสามเหลี่ยม:

    • ด้าน O Q OQ เป็นด้านประกอบมุมฉาก มีความยาวเท่ากับค่า x x -coordinate ของจุด P P (หรือระยะทางจากจุดกำเนิดไปตามแกน X)
    • ด้าน P Q PQ เป็นด้านประกอบมุมฉาก มีความยาวเท่ากับค่า y y -coordinate ของจุด P P (หรือระยะทางจากแกน X ไปยังจุด P P )
    • ด้าน O P OP เป็นด้านตรงข้ามมุมฉาก ซึ่งก็คือรัศมีของวงกลมหนึ่งหน่วย ดังนั้นความยาวของ O P OP เท่ากับ 1 1 หน่วย
  5. ประยุกต์ใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัส: สำหรับสามเหลี่ยมมุมฉาก O P Q OPQ เราจะได้ความสัมพันธ์ดังนี้ครับ

    ( O Q ) 2 + ( P Q ) 2 = ( O P ) 2 (OQ)^2 + (PQ)^2 = (OP)^2

  6. แทนค่าจากพิกัดและนิยามตรีโกณมิติ:

    • ความยาวด้าน O Q OQ คือค่า x x -coordinate ของจุด P P ซึ่งเท่ากับ cos θ cos theta (หรือ cos x cos x ถ้าใช้อักษร x x แทนมุม)
    • ความยาวด้าน P Q PQ คือค่า y y -coordinate ของจุด P P ซึ่งเท่ากับ sin θ sin theta (หรือ sin x sin x ถ้าใช้อักษร x x แทนมุม)
    • ความยาวด้าน O P OP คือรัศมีของวงกลมหนึ่งหน่วย ซึ่งเท่ากับ 1 1

    ดังนั้น เราสามารถแทนค่าเหล่านี้ลงในสมการพีทาโกรัสได้เป็น:

    ( cos θ ) 2 + ( sin θ ) 2 = 1 2 (cos theta)^2 + (sin theta)^2 = 1^2

  7. สรุป: จัดรูปสมการใหม่ เราจะได้ว่า:

    cos 2 θ + sin 2 θ = 1 cos^2 theta + sin^2 theta = 1

    นี่แหละครับคือที่มาของเอกลักษณ์ sin 2 x + cos 2 x = 1 sin^2 x + cos^2 x = 1 พิสูจน์ได้จากวงกลมหนึ่งหน่วยและทฤษฎีบทพีทาโกรัสนั่นเองครับ

ความสำคัญและการประยุกต์ใช้

เอกลักษณ์ sin 2 x + cos 2 x = 1 sin^2 x + cos^2 x = 1 เป็นเหมือน “หัวใจ” ของตรีโกณมิติเลยก็ว่าได้ครับ เพราะมันถูกนำไปใช้ในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • การหาค่าตรีโกณมิติ: หากเรารู้ค่า sin x sin x เราสามารถหาค่า cos x cos x ได้ทันที และในทางกลับกันครับ
  • การสร้างเอกลักษณ์อื่นๆ: เอกลักษณ์นี้เป็นพื้นฐานในการสร้างเอกลักษณ์ตรีโกณมิติอื่นๆ อีกมากมาย เช่น เมื่อนำ cos 2 x cos^2 x ไปหารตลอด จะได้ tan 2 x + 1 = sec 2 x tan^2 x + 1 = sec^2 x และเมื่อนำ sin 2 x sin^2 x ไปหารตลอด จะได้ 1 + cot 2 x = csc 2 x 1 + cot^2 x = csc^2 x ครับ
  • การแก้สมการตรีโกณมิติ: ช่วยลดความซับซ้อนของสมการและทำให้หามุมที่ต้องการได้ง่ายขึ้น
  • การประยุกต์ใช้ในฟิสิกส์และวิศวกรรม: มีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์คลื่น การเคลื่อนที่แบบวงกลม การคำนวณเวกเตอร์ และอื่นๆ อีกมากมายครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและเทคนิคทำข้อสอบ

น้องๆ หลายคนอาจจะเคยทำผิดพลาดเกี่ยวกับเอกลักษณ์นี้ พี่กฤษณ์มีข้อควรระวังและเทคนิคมาฝากครับ

  • สับสนระหว่าง sin x 2 sin x^2 กับ sin 2 x sin^2 x : พึงระลึกเสมอว่า sin 2 x sin^2 x หมายถึง ( sin x ) 2 (sin x)^2 คือเอาค่า sin x sin x มายกกำลังสอง ไม่ใช่เอา x x ไปยกกำลังสองก่อนแล้วค่อยหาค่า sin sin ครับ
  • การลืมเครื่องหมาย ± pm เมื่อถอดรากที่สอง: เมื่อเราใช้เอกลักษณ์นี้ในการหาค่า เช่น cos x = ± 1 sin 2 x cos x = pm sqrt{1 – sin^2 x} อย่าลืมพิจารณาเครื่องหมาย ± pm ด้วยนะครับว่าค่า sin sin หรือ cos cos ที่เราหาอยู่ในจตุภาคใด (Quadrant) เพราะเครื่องหมายจะเปลี่ยนไปตามจตุภาคครับ
  • การจดจำโดยการเข้าใจ: แทนที่จะจำแค่สูตร sin 2 x + cos 2 x = 1 sin^2 x + cos^2 x = 1 ให้เข้าใจที่มาจากการพิสูจน์ด้วยวงกลมหนึ่งหน่วยและพีทาโกรัสครับ เมื่อเข้าใจหลักการแล้ว จะไม่มีทางลืม และสามารถประยุกต์ใช้ได้อย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์ครับ

ตัวอย่างโจทย์และการประยุกต์ใช้

มาลองดูตัวอย่างโจทย์ง่ายๆ ที่ใช้เอกลักษณ์นี้กันนะครับ

ตัวอย่างที่ 1: กำหนดให้ sin x = 3 5 sin x = frac{3}{5} และ x x อยู่ในจตุภาคที่ 1 จงหาค่า cos x cos x

วิธีทำ:

จากเอกลักษณ์ sin 2 x + cos 2 x = 1 sin^2 x + cos^2 x = 1 ครับ เราสามารถแทนค่า sin x = 3 5 sin x = frac{3}{5} ลงไปได้เลย

( 3 5 ) 2 + cos 2 x = 1 left(frac{3}{5}right)^2 + cos^2 x = 1

9 25 + cos 2 x = 1 frac{9}{25} + cos^2 x = 1

ย้ายข้างเพื่อหาค่า cos 2 x cos^2 x :

cos 2 x = 1 9 25 cos^2 x = 1 – frac{9}{25}

cos 2 x = 25 9 25 cos^2 x = frac{25-9}{25}

cos 2 x = 16 25 cos^2 x = frac{16}{25}

ถอดรากที่สอง:

cos x = ± 16 25 cos x = pm sqrt{frac{16}{25}}

cos x = ± 4 5 cos x = pm frac{4}{5}

เนื่องจากโจทย์บอกว่า x x อยู่ในจตุภาคที่ 1 ซึ่งค่า cos x cos x เป็นบวก ดังนั้น cos x = 4 5 cos x = frac{4}{5} ครับ

ตัวอย่างที่ 2: จงทำให้พจน์ 1 cos 2 θ sin θ frac{1 – cos^2 theta}{sin theta} อยู่ในรูปอย่างง่าย (เมื่อ sin θ 0 sin theta neq 0 )

วิธีทำ:

จากเอกลักษณ์ sin 2 θ + cos 2 θ = 1 sin^2 theta + cos^2 theta = 1 เราสามารถย้ายข้าง cos 2 θ cos^2 theta ไปอีกฝั่งได้เป็น sin 2 θ = 1 cos 2 θ sin^2 theta = 1 – cos^2 theta ครับ

จากนั้นนำไปแทนในพจน์ที่เราต้องการทำให้ง่ายขึ้น:

1 cos 2 θ sin θ = sin 2 θ sin θ frac{1 – cos^2 theta}{sin theta} = frac{sin^2 theta}{sin theta}

เมื่อเราตัดทอน sin θ sin theta ที่ไม่เป็นศูนย์ทั้งเศษและส่วน เราจะได้:

sin θ sin theta

พจน์นี้จึงอยู่ในรูปอย่างง่ายได้เป็น sin θ sin theta ครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

หัวใจสำคัญของการพิสูจน์เอกลักษณ์ sin 2 x + cos 2 x = 1 sin^2 x + cos^2 x = 1 คือการเชื่อมโยงแนวคิดของวงกลมหนึ่งหน่วยเข้ากับทฤษฎีบทพีทาโกรัสครับ

  • วงกลมหนึ่งหน่วยช่วยให้เรานิยาม cos θ cos theta เป็นพิกัด x x และ sin θ sin theta เป็นพิกัด y y ของจุดบนเส้นรอบวง ซึ่งมีรัศมีเป็น 1 1
  • จากนั้นเราใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัส x 2 + y 2 = r 2 x^2 + y^2 = r^2 ในบริบทของสามเหลี่ยมมุมฉากที่เกิดขึ้นบนวงกลมหนึ่งหน่วย โดยที่ r = 1 r=1
  • เมื่อแทนค่า x = cos θ x = cos theta และ y = sin θ y = sin theta เข้าไปในสมการพีทาโกรัส ก็จะได้ cos 2 θ + sin 2 θ = 1 2 cos^2 theta + sin^2 theta = 1^2 หรือ sin 2 θ + cos 2 θ = 1 sin^2 theta + cos^2 theta = 1 นั่นเองครับ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจที่มาของเอกลักษณ์ตรีโกณมิติพื้นฐานนี้ได้อย่างลึกซึ้งมากขึ้นนะครับ การเข้าใจถึงรากฐานจะทำให้น้องๆ จดจำสูตรได้แม่นยำ และนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างคล่องแคล่วครับ

หากน้องๆ ต้องการศึกษาเพิ่มเติม หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ในหัวข้ออื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ตรีโกณมิติ แคลคูลัส หรือเนื้อหาอื่นๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ พี่กฤษณ์มีทั้งคอร์สเรียนสด คอร์สเรียนออนไลน์ และคอร์สตัวต่อตัว เพื่อให้น้องๆ ได้เลือกรูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดครับ แล้วมาเรียนรู้คณิตศาสตร์สนุกๆ ด้วยกันนะครับ!

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *