Skip to content
Home » บทความ » การหาจำนวนสมาชิกของเซตจากโจทย์ปัญหาที่มีหลายเงื่อนไข

การหาจำนวนสมาชิกของเซตจากโจทย์ปัญหาที่มีหลายเงื่อนไข

การหาจำนวนสมาชิกของเซตจากโจทย์ปัญหาที่มีหลายเงื่อนไข: หลักการและเทคนิคที่ต้องรู้

ในชีวิตประจำวันหรือแม้แต่ในโจทย์ข้อสอบ เรามักจะเจอสถานการณ์ที่ข้อมูลถูกแบ่งออกเป็นกลุ่มๆ โดยมีบางส่วนที่ทับซ้อนกันอยู่ การที่เราจะหาจำนวนสมาชิกที่ตรงตามเงื่อนไขบางอย่าง หรือจำนวนสมาชิกทั้งหมดที่ไม่ซับซ้อนกันเลยนั้น ต้องอาศัยความเข้าใจเรื่องเซตและการนับจำนวนสมาชิกของเซตให้ดีครับ หลักการที่สำคัญที่สุดที่เราจะใช้ในวันนี้คือ หลักการเพิ่มเข้า-ตัดออก (Inclusion-Exclusion Principle) และการใช้ แผนภาพเวนน์ (Venn Diagram) เข้ามาช่วยให้เรามองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นครับ

พื้นฐานของเซตที่เราต้องทบทวน

ก่อนที่เราจะไปลุยกับโจทย์ที่มีหลายเงื่อนไข พี่กฤษณ์ขอทบทวนพื้นฐานเกี่ยวกับเซตสักเล็กน้อยนะครับ

* เซต (Set): กลุ่มของสิ่งของหรือสมาชิกที่ชัดเจน
* สมาชิกของเซต (Element): สิ่งที่อยู่ในเซต
* จำนวนสมาชิกของเซต (Cardinality): จำนวนของสมาชิกทั้งหมดในเซต A|A| หมายถึงจำนวนสมาชิกของเซต A
* ยูเนียน (Union): การรวมสมาชิกทั้งหมดของสองเซตเข้าด้วยกัน เขียนแทนด้วย ABA cup B
* อินเตอร์เซกชัน (Intersection): สมาชิกที่อยู่ในทั้งสองเซต เขียนแทนด้วย ABA cap B
* คอมพลีเมนต์ (Complement): สมาชิกที่ไม่ได้อยู่ในเซตนั้นๆ แต่ยังอยู่ในเอกภพสัมพัทธ์ เขียนแทนด้วย AA’ หรือ AcA^c

หลักการเพิ่มเข้า-ตัดออก (Inclusion-Exclusion Principle)

หลักการนี้เป็นหัวใจสำคัญในการหาจำนวนสมาชิกของเซตที่มีการทับซ้อนกันครับ

สำหรับสองเซต

ถ้าเรามีเซต A และเซต B จำนวนสมาชิกของยูเนียนของทั้งสองเซต AB|A cup B| จะเท่ากับผลรวมของจำนวนสมาชิกของแต่ละเซต ลบด้วยจำนวนสมาชิกที่ซ้ำกัน (อินเตอร์เซกชัน) เพื่อไม่ให้เกิดการนับซ้ำครับ

A B = A + B A B |A cup B| = |A| + |B| – |A cap B|

สำหรับสามเซต

เมื่อมีสามเซต A, B, และ C สูตรจะซับซ้อนขึ้นเล็กน้อยครับ เราจะรวมจำนวนสมาชิกของแต่ละเซต จากนั้นลบส่วนที่ซ้ำกันของแต่ละคู่เซตที่ทับซ้อนกัน และสุดท้ายบวกกลับด้วยส่วนที่ทับซ้อนกันของทั้งสามเซต เพื่อแก้ไขการลบที่มากเกินไป

A B C = A + B + C A B A C B C + A B C |A cup B cup C| = |A| + |B| + |C| – |A cap B| – |A cap C| – |B cap C| + |A cap B cap C|

การใช้แผนภาพเวนน์ (Venn Diagram)

แผนภาพเวนน์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากในการช่วยให้น้องๆ เห็นภาพความสัมพันธ์และการทับซ้อนกันของเซตต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมี 2 หรือ 3 เซต การวาดแผนภาพเวนน์จะช่วยให้เราสามารถเติมข้อมูลลงไปในแต่ละส่วนของแผนภาพได้อย่างเป็นระบบ และสามารถหาจำนวนสมาชิกของส่วนที่เราต้องการได้ง่ายขึ้น

เทคนิคการเติมแผนภาพเวนน์:
1. วาดแผนภาพ: วาดวงกลมแทนเซตแต่ละเซต และให้มีการทับซ้อนกันตามจำนวนเซต
2. เริ่มจากส่วนกลางสุด: เติมข้อมูลของส่วนที่สมาชิกอยู่ร่วมกันในทุกๆ เซตก่อน (เช่น ABC|A cap B cap C|)
3. ขยับออกด้านนอก: เติมข้อมูลของส่วนที่สมาชิกอยู่ร่วมกันในสองเซต (เช่น AB|A cap B| แต่ต้องลบส่วนที่ทับซ้อนกับเซตที่สามออกไปแล้ว)
4. เติมส่วนที่เหลือ: เติมข้อมูลของส่วนที่สมาชิกอยู่ในเซตใดเซตหนึ่งเพียงอย่างเดียว
5. คำนวณส่วนนอกสุด: ถ้ามีเอกภพสัมพัทธ์ ให้หาจำนวนสมาชิกที่ไม่ได้อยู่ในเซตใดๆ เลย โดยการนำจำนวนสมาชิกทั้งหมดลบด้วยจำนวนสมาชิกในยูเนียน

ตัวอย่างโจทย์ปัญหาที่มีหลายเงื่อนไข

มาลองดูตัวอย่างโจทย์ปัญหากันครับ เพื่อให้น้องๆ เห็นภาพการประยุกต์ใช้หลักการและเทคนิคต่างๆ

โจทย์:
ในการสำรวจนักเรียน 100 คน เกี่ยวกับวิชาที่ชอบเรียน พบข้อมูลดังนี้
* มีนักเรียนชอบคณิตศาสตร์ (M) 60 คน
* มีนักเรียนชอบวิทยาศาสตร์ (S) 50 คน
* มีนักเรียนชอบภาษาอังกฤษ (E) 40 คน
* มีนักเรียนชอบคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ 25 คน
* มีนักเรียนชอบคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ 20 คน
* มีนักเรียนชอบวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ 15 คน
* มีนักเรียนชอบทั้งสามวิชา 10 คน

จงหา
1. จำนวนนักเรียนที่ชอบอย่างน้อยหนึ่งวิชา
2. จำนวนนักเรียนที่ชอบคณิตศาสตร์อย่างเดียว
3. จำนวนนักเรียนที่ชอบวิทยาศาสตร์หรือภาษาอังกฤษ แต่ไม่ชอบคณิตศาสตร์
4. จำนวนนักเรียนที่ไม่ชอบวิชาใดเลยจากสามวิชานี้

แนวคิดและวิธีทำ:

เราจะใช้วิธีการเติมแผนภาพเวนน์ก่อน เพื่อให้น้องๆ เข้าใจภาพรวมได้ง่ายขึ้นครับ

กำหนดให้
U=100|U| = 100 (นักเรียนทั้งหมด)
M=60|M| = 60
S=50|S| = 50
E=40|E| = 40
MS=25|M cap S| = 25
ME=20|M cap E| = 20
SE=15|S cap E| = 15
MSE=10|M cap S cap E| = 10

ขั้นตอนการเติมแผนภาพเวนน์:
1. ส่วนที่ชอบทั้งสามวิชา (MSEM cap S cap E): 10 คน
2. ส่วนที่ชอบคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์อย่างเดียว (ไม่ชอบภาษาอังกฤษ)
MSMSE=2510=15|M cap S| – |M cap S cap E| = 25 – 10 = 15 คน
3. ส่วนที่ชอบคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษอย่างเดียว
MEMSE=2010=10|M cap E| – |M cap S cap E| = 20 – 10 = 10 คน
4. ส่วนที่ชอบวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษอย่างเดียว
SEMSE=1510=5|S cap E| – |M cap S cap E| = 15 – 10 = 5 คน
5. ส่วนที่ชอบคณิตศาสตร์อย่างเดียว
M(MSMSE)(MEMSE)MSE|M| – (|M cap S| – |M cap S cap E|) – (|M cap E| – |M cap S cap E|) – |M cap S cap E|
=60151010=25= 60 – 15 – 10 – 10 = 25 คน
6. ส่วนที่ชอบวิทยาศาสตร์อย่างเดียว
S15510=5015510=20|S| – 15 – 5 – 10 = 50 – 15 – 5 – 10 = 20 คน
7. ส่วนที่ชอบภาษาอังกฤษอย่างเดียว
E10510=4010510=15|E| – 10 – 5 – 10 = 40 – 10 – 5 – 10 = 15 คน

ตอนนี้เรามีข้อมูลในแต่ละส่วนของแผนภาพเวนน์แล้วครับ

* M อย่างเดียว: 25
* S อย่างเดียว: 20
* E อย่างเดียว: 15
* M และ S อย่างเดียว: 15
* M และ E อย่างเดียว: 10
* S และ E อย่างเดียว: 5
* M และ S และ E: 10

ทีนี้มาตอบคำถามกันครับ

1. จำนวนนักเรียนที่ชอบอย่างน้อยหนึ่งวิชา (MSE|M cup S cup E|):
สามารถหาได้สองวิธีครับ
* วิธีที่ 1 (จากแผนภาพเวนน์): รวมทุกส่วนที่เราคำนวณไว้ในแผนภาพ
25+20+15+15+10+5+10=10025 + 20 + 15 + 15 + 10 + 5 + 10 = 100 คน
* วิธีที่ 2 (ใช้สูตร Inclusion-Exclusion):
M S E = M + S + E M S M E S E + M S E |M cup S cup E| = |M| + |S| + |E| – |M cap S| – |M cap E| – |S cap E| + |M cap S cap E|
=60+50+40252015+10= 60 + 50 + 40 – 25 – 20 – 15 + 10
=15060+10=100= 150 – 60 + 10 = 100 คน
คำตอบคือ 100 คน

2. จำนวนนักเรียนที่ชอบคณิตศาสตร์อย่างเดียว:
จากที่เราคำนวณไว้ในขั้นตอนการเติมแผนภาพเวนน์ คือ 25 คน

3. จำนวนนักเรียนที่ชอบวิทยาศาสตร์หรือภาษาอังกฤษ แต่ไม่ชอบคณิตศาสตร์:
หมายถึงส่วนของ (SE)M(S cup E) cap M’ ซึ่งก็คือการรวมส่วนที่ชอบ S อย่างเดียว, E อย่างเดียว และ S กับ E อย่างเดียวเข้าด้วยกัน
20+15+5=4020 + 15 + 5 = 40 คน
คำตอบคือ 40 คน

4. จำนวนนักเรียนที่ไม่ชอบวิชาใดเลยจากสามวิชานี้:
คือจำนวนนักเรียนทั้งหมด ลบด้วยจำนวนนักเรียนที่ชอบอย่างน้อยหนึ่งวิชา
UMSE=100100=0|U| – |M cup S cup E| = 100 – 100 = 0 คน
คำตอบคือ 0 คน (ในกรณีนี้ นักเรียนทุกคนชอบอย่างน้อยหนึ่งวิชา)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและสิ่งที่ต้องระวัง

  • การตีความคำศัพท์:
    • “ชอบ A และ B” (ABA cap B) หมายถึงชอบทั้งสองวิชา อาจจะชอบวิชาอื่นด้วยหรือไม่ก็ได้
    • “ชอบ A และ B เท่านั้น” หรือ “ชอบ A และ B อย่างเดียว” หมายถึง (AB)C(A cap B) cap C’ คือชอบแค่ A และ B ไม่ชอบ C (ต้องลบส่วนที่ชอบ C ออก)
    • “ชอบ A หรือ B” (ABA cup B) หมายถึงชอบ A อย่างเดียว หรือชอบ B อย่างเดียว หรือชอบทั้ง A และ B
    • “ชอบ A อย่างเดียว” หมายถึง ABCA cap B’ cap C’ (ไม่ชอบ B และไม่ชอบ C)
  • การนับซ้ำ: เวลาใช้สูตร Inclusion-Exclusion หากน้องๆ ลืมลบส่วนที่เป็นอินเตอร์เซกชันออกไป จะทำให้จำนวนสมาชิกถูกนับซ้ำและได้คำตอบผิดพลาดครับ
  • การลบเกินไป: ในทางกลับกัน หากลบมากเกินไป ก็จะทำให้คำตอบผิดพลาดเช่นกัน ซึ่งหลักการเพิ่มเข้า-ตัดออกจะช่วยแก้ไขปัญหานี้โดยการบวกส่วนอินเตอร์เซกชันของสามเซตกลับคืนมาครับ
  • ความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล: บางครั้งโจทย์อาจให้ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน ซึ่งทำให้ไม่สามารถสร้างแผนภาพเวนน์ที่ถูกต้องได้ หรือคำนวณแล้วได้ค่าติดลบ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในความเป็นจริง น้องๆ ต้องพิจารณาข้อมูลให้ดีก่อนเริ่มแก้ปัญหาครับ

เทคนิคการทำข้อสอบ

  • อ่านโจทย์ให้ละเอียด: เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องแยกแยะให้ออกว่าตัวเลขแต่ละตัวหมายถึงจำนวนสมาชิกของส่วนใดในแผนภาพ หรือเซตใดตามสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์
  • วาดแผนภาพเวนน์เสมอ: แม้ว่าบางข้อจะใช้สูตรได้โดยตรง การวาดแผนภาพเวนน์จะช่วยให้เห็นภาพและตรวจสอบความถูกต้องได้ดีกว่า โดยเฉพาะโจทย์ที่มี 3 เซตขึ้นไป
  • เริ่มจากส่วนที่ทับซ้อนกันมากที่สุด: นี่คือหัวใจของการเติมแผนภาพเวนน์ เริ่มจาก ABCA cap B cap C ก่อน แล้วค่อยขยับออกไปส่วนที่ทับซ้อนกันสองเซต และส่วนที่เป็นสมาชิกของเซตเดียว
  • ตรวจสอบคำตอบ: หลังจากคำนวณเสร็จแล้ว ควรลองทบทวนคำตอบอีกครั้งว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ เช่น จำนวนสมาชิกไม่ควรเป็นค่าติดลบ หรือเกินจากจำนวนสมาชิกทั้งหมดในเอกภพสัมพัทธ์

สรุปแนวคิดสำคัญ

การหาจำนวนสมาชิกของเซตจากโจทย์ปัญหาที่มีหลายเงื่อนไขนั้น เป็นทักษะที่สำคัญและใช้ได้จริงในการวิเคราะห์ข้อมูลและแก้ปัญหาต่างๆ น้องๆ สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง แผนภาพเวนน์ สำหรับการมองเห็นภาพและแก้ปัญหาแบบค่อยเป็นค่อยไป และ หลักการเพิ่มเข้า-ตัดออก สำหรับการคำนวณโดยตรง ซึ่งทั้งสองวิธีต่างก็มีจุดเด่นและเสริมซึ่งกันและกันครับ การฝึกฝนทำโจทย์หลากหลายรูปแบบจะช่วยให้น้องๆ เข้าใจและเชี่ยวชาญในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น

หากน้องๆ ต้องการที่จะเจาะลึกเนื้อหาคณิตศาสตร์เรื่องเซต หรือเรื่องอื่นๆ ให้เข้าใจอย่างถ่องแท้ พร้อมเทคนิคการทำข้อสอบที่จะช่วยให้น้องๆ ได้คะแนนดีขึ้น พี่กฤษณ์ก็มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และคอร์สตัวต่อตัว เพื่อให้เหมาะกับสไตล์การเรียนรู้ของน้องๆ ทุกคนเลยนะครับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *