Skip to content
Home » บทความ » ถ้าไม่ถนัดคณิตจะเรียนวิศวะได้ไหม แนวทางปูพื้นฐานใหม่ให้ทันก่อนเข้ามหาวิทยาลัย

ถ้าไม่ถนัดคณิตจะเรียนวิศวะได้ไหม แนวทางปูพื้นฐานใหม่ให้ทันก่อนเข้ามหาวิทยาลัย

ถ้าไม่ถนัดคณิตจะเรียนวิศวะได้ไหม แนวทางปูพื้นฐานใหม่ให้ทันก่อนเข้ามหาวิทยาลัย

ก่อนอื่นเลย พี่กฤษณ์อยากจะบอกว่า “ได้ครับ” น้องๆ ที่ไม่ถนัดคณิตศาสตร์ก็สามารถเรียนวิศวกรรมศาสตร์ได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือ น้องๆ ต้องมีความตั้งใจจริงและพร้อมที่จะทุ่มเทเพื่อพัฒนาตัวเอง วิศวกรรมศาสตร์กับคณิตศาสตร์เป็นของคู่กันครับ เพราะคณิตศาสตร์คือภาษาที่ใช้ในการอธิบายปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ สร้างโมเดลจำลอง และแก้ปัญหาทางวิศวกรรม แต่การที่เราไม่ถนัด ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีศักยภาพที่จะเข้าใจมัน เพียงแต่เราอาจจะยังไม่เจอวิธีการเรียนรู้ที่ใช่ หรือยังไม่ได้รับการปูพื้นฐานที่แข็งแรงพอครับ

ทำไมคณิตศาสตร์จึงสำคัญในสายวิศวกรรม?

น้องๆ อาจจะสงสัยว่าทำไมคณิตศาสตร์ถึงจำเป็นขนาดนั้น พี่กฤษณ์ขออธิบายแบบง่ายๆ นะครับ

  • เครื่องมือในการแก้ปัญหา: วิศวกรต้องเผชิญหน้ากับปัญหาที่ซับซ้อนอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโครงสร้าง การคำนวณวงจรไฟฟ้า การวิเคราะห์ระบบกลไก หรือการพัฒนาซอฟต์แวร์ คณิตศาสตร์คือเครื่องมือหลักที่ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ปัญหา คาดการณ์ผลลัพธ์ และหาวิธีแก้ไขได้อย่างแม่นยำครับ
  • พื้นฐานของวิชาเฉพาะทาง: วิชาพื้นฐานหลายตัวในคณะวิศวะ ไม่ว่าจะเป็นฟิสิกส์ สถิติ หรือแม้กระทั่งวิชาเฉพาะสาขาอย่างกลศาสตร์ของไหล (Fluid Mechanics) หรือวงจรไฟฟ้า (Electric Circuits) ล้วนแล้วแต่ใช้หลักการทางคณิตศาสตร์ในระดับสูงเป็นพื้นฐานทั้งสิ้นครับ หากเรามีพื้นฐานคณิตศาสตร์ที่ดี เราก็จะสามารถทำความเข้าใจวิชาเหล่านี้ได้ง่ายขึ้นมาก
  • การคิดเชิงตรรกะและการวิเคราะห์: การเรียนคณิตศาสตร์ช่วยฝึกฝนให้น้องๆ มีทักษะการคิดที่เป็นระบบ มีเหตุผล และสามารถวิเคราะห์ปัญหาจากหลายๆ มุมมอง ซึ่งเป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับวิศวกรทุกคนครับ

จุดไหนที่น้องๆ มักจะพลาด หรือทำให้รู้สึกว่า “คณิตมันยากจัง”?

จากประสบการณ์ที่พี่กฤษณ์สอนน้องๆ มาหลายรุ่น จุดที่ทำให้น้องๆ รู้สึกท้อกับคณิตศาสตร์มักจะมาจากสาเหตุเหล่านี้ครับ

  • พื้นฐานไม่แน่น: หลายครั้งที่น้องๆ พยายามเรียนเรื่องที่ซับซ้อน แต่กลับไปลืมพื้นฐานง่ายๆ เช่น การแก้สมการ การจัดการกับเครื่องหมายบวก-ลบ หรือการจัดรูปสมการ ทำให้เมื่อเจอโจทย์ที่ต้องประยุกต์ ก็ทำไม่ได้ครับ
  • ท่องจำสูตรโดยไม่เข้าใจ: การท่องจำสูตรแบบนกแก้วนกขุนทองโดยไม่เข้าใจที่มาที่ไป ทำให้เมื่อเจอโจทย์พลิกแพลงนิดหน่อย ก็ไปไม่เป็นครับ
  • กลัวที่จะผิด: ความกลัวเป็นอุปสรรคสำคัญครับ บางคนกลัวที่จะเริ่มทำ กลัวว่าจะทำผิด ทำให้ไม่กล้าลงมือทำโจทย์เท่าที่ควร
  • ขาดการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ: คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องอาศัยการฝึกฝนซ้ำๆ เพื่อสร้างความคุ้นเคยและชำนาญ เหมือนกับการเล่นกีฬาครับ ถ้าไม่ซ้อมก็ไม่มีทางเก่งได้

แนวทางการปูพื้นฐานใหม่ให้แข็งแรงก่อนเข้ามหาวิทยาลัย

ไม่เป็นไรครับ ถ้าวันนี้เรายังไม่เก่ง ก็เริ่มสร้างพื้นฐานกันใหม่ได้ พี่กฤษณ์ขอแนะนำแนวทางที่น้องๆ สามารถนำไปปรับใช้ได้เลยครับ

1. กลับไปทบทวนพื้นฐานที่สำคัญที่สุด

น้องๆ ไม่ต้องอายที่จะกลับไปดูหนังสือคณิตศาสตร์ ม.ต้น หรือ ม.ปลาย ใหม่ทั้งหมดครับ เพราะนี่คือหัวใจสำคัญของการสร้างบ้านให้แข็งแรง พี่กฤษณ์แนะนำให้เน้นเรื่องเหล่านี้เป็นพิเศษ

  • พีชคณิต (Algebra): เรื่องนี้สำคัญมากครับ น้องๆ ต้องแม่นเรื่องการแก้สมการเชิงเส้น สมการกำลังสอง การจัดรูปสมการ การแยกตัวประกอบ เลขยกกำลัง และการดำเนินการกับพหุนามต่างๆ ลองดูตัวอย่างง่ายๆ ครับ การแก้สมการหาค่า x x จากสมการ 3 x + 5 = 11 3x + 5 = 11 ดูเหมือนง่าย แต่มันคือพื้นฐานของการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนในฟิสิกส์หรือวิศวกรรมเลยนะครับ
    3 x + 5 = 11 3x + 5 = 11
    3 x = 11 5 3x = 11 – 5
    3 x = 6 3x = 6
    x = 6 3 x = frac{6}{3}
    x = 2 x = 2
  • ฟังก์ชัน (Functions): เข้าใจแนวคิดของฟังก์ชัน โดเมน เรนจ์ และการวาดกราฟฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น ฟังก์ชันเชิงเส้น ฟังก์ชันกำลังสอง และฟังก์ชันตรีโกณมิติ ฟังก์ชันคือการเชื่อมโยงข้อมูล เป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างโมเดลทางวิศวกรรมครับ
  • ตรีโกณมิติ (Trigonometry): ทบทวนเรื่องอัตราส่วนตรีโกณมิติ (sin, cos, tan) เอกลักษณ์ตรีโกณมิติ และการประยุกต์ใช้ในการหาค่ามุมและด้านของรูปสามเหลี่ยม โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวกับเวกเตอร์และแรงในวิชาฟิสิกส์วิศวกรรม ตัวอย่างเช่น การแตกแรง F ออกเป็นองค์ประกอบในแนวแกน x x และ y y เมื่อแรงทำมุม θ theta กับแกน x x จะได้ F x = F cos θ F_x = F costheta และ F y = F sin θ F_y = F sintheta ซึ่งใช้บ่อยมากในวิชาสถิตยศาสตร์ครับ
    F x = F cos θ F_x = F costheta
    F y = F sin θ F_y = F sintheta
  • แคลคูลัสเบื้องต้น (Introduction to Calculus): แม้ว่าน้องๆ จะได้เรียนแคลคูลัสแบบเข้มข้นในมหาวิทยาลัย แต่การทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของลิมิต อนุพันธ์ (การหาอัตราการเปลี่ยนแปลง) และปริพันธ์ (การหาพื้นที่หรือผลรวม) จะช่วยให้น้องๆ ได้เปรียบมากครับ
    • อนุพันธ์ (Derivative): แทนอัตราการเปลี่ยนแปลง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรารู้ตำแหน่งของวัตถุ x ( t ) x(t) เทียบกับเวลา t t เราสามารถหาความเร็ว v ( t ) v(t) ได้จากการหาอนุพันธ์ของตำแหน่งเทียบกับเวลา นั่นคือ v ( t ) = d x d t v(t) = frac{dx}{dt}
      v ( t ) = d x d t v(t) = frac{dx}{dt}
    • ปริพันธ์ (Integral): เป็นการรวมสะสม หรือหาพื้นที่ใต้กราฟ ถ้าเรารู้ความเร็ว v ( t ) v(t) เราสามารถหาตำแหน่ง x ( t ) x(t) ได้จากการหาปริพันธ์ของความเร็วเทียบกับเวลา นั่นคือ x ( t ) = v ( t ) d t x(t) = int v(t) dt
      x ( t ) = v ( t ) d t x(t) = int v(t) dt

2. เปลี่ยนวิธีคิด เข้าใจมากกว่าท่องจำ

แทนที่จะจำสูตรเฉยๆ ลองตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ทำไมสูตรนี้ถึงเป็นแบบนี้” หรือ “สูตรนี้เอาไปใช้อะไรได้บ้าง” การทำความเข้าใจที่มาที่ไปของสูตร จะช่วยให้เราสามารถประยุกต์ใช้สูตรได้หลากหลายสถานการณ์มากขึ้น และยังทำให้เราจำสูตรได้โดยธรรมชาติอีกด้วยครับ

3. ลงมือทำโจทย์ให้เยอะที่สุด

คณิตศาสตร์เป็นวิชาทักษะครับ ทักษะจะพัฒนาได้ก็ต่อเมื่อเราลงมือทำซ้ำๆ เริ่มจากโจทย์ง่ายๆ ค่อยๆ เพิ่มระดับความยากขึ้นไปเรื่อยๆ อย่ากลัวที่จะทำผิดครับ การทำผิดคือการเรียนรู้ที่ดีที่สุด เพราะจะทำให้น้องๆ ได้เห็นข้อบกพร่องของตัวเองและแก้ไขให้ถูกต้อง

  • ฝึกทำโจทย์หลากหลายแนว: ไม่ใช่แค่โจทย์แบบฝึกหัดในตำรา แต่ลองหาโจทย์เก่าๆ ของมหาวิทยาลัย หรือโจทย์ที่ประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงมาลองทำดูครับ
  • จับเวลาทำโจทย์: เมื่อเริ่มคุ้นเคยแล้ว ลองจับเวลาทำโจทย์ เพื่อฝึกบริหารเวลาและสร้างความกดดันให้ตัวเอง เหมือนกำลังสอบจริงครับ

4. หาตัวช่วย อย่าเก็บความสงสัยไว้คนเดียว

ถ้าน้องๆ ติดตรงไหนหรือไม่เข้าใจ อย่าลังเลที่จะถามครับ

  • ถามครู อาจารย์ หรือติวเตอร์: พี่กฤษณ์และติวเตอร์คนอื่นๆ ยินดีที่จะช่วยเหลือน้องๆ เสมอครับ
  • หาเพื่อนติว: การรวมกลุ่มติวกับเพื่อนๆ ช่วยให้เราได้แลกเปลี่ยนความรู้ และบางครั้งเพื่อนก็อาจจะอธิบายในมุมที่เราเข้าใจได้ง่ายกว่าครับ
  • แหล่งข้อมูลออนไลน์: ปัจจุบันมีคอร์สเรียนออนไลน์ คลิปสอนฟรี และเว็บไซต์ดีๆ ที่มีแบบฝึกหัดให้เราได้เรียนรู้มากมายครับ

5. เชื่อมั่นในตัวเองและสม่ำเสมอ

การสร้างพื้นฐานใหม่ต้องใช้เวลาและความพยายามครับ อาจจะมีบางช่วงที่รู้สึกท้อแท้บ้าง แต่ขอให้น้องๆ อดทนและสม่ำเสมอในความตั้งใจ เชื่อมั่นว่าตัวเองทำได้ และมองเห็นความก้าวหน้าเล็กๆ น้อยๆ ในแต่ละวัน เพื่อเป็นกำลังใจให้เราเดินหน้าต่อไปครับ

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้คณิตศาสตร์ในงานวิศวกรรม

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น พี่กฤษณ์ขอยกตัวอย่างง่ายๆ ครับ สมมติว่าน้องๆ กำลังออกแบบระบบควบคุมการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์

  • ถ้าเราต้องการให้หุ่นยนต์เคลื่อนที่จากจุด A ไปจุด B โดยมีเส้นทางที่ซับซ้อน เราจะต้องใช้ ฟังก์ชัน เพื่ออธิบายตำแหน่งของหุ่นยนต์เทียบกับเวลา
  • หากเราต้องการหาความเร็วหรือความเร่งของหุ่นยนต์ ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง เราจะต้องใช้ อนุพันธ์ จากวิชาแคลคูลัส
  • ในทางกลับกัน ถ้าเรารู้ความเร่ง และต้องการหาตำแหน่ง หรือเส้นทางการเคลื่อนที่ทั้งหมด เราจะต้องใช้ ปริพันธ์
  • และเมื่อหุ่นยนต์ต้องเคลื่อนที่บนพื้นผิวเอียง หรือมีแรงภายนอกมากระทำ เราจะต้องใช้ ตรีโกณมิติ และ เวกเตอร์ ในการวิเคราะห์แรงเหล่านั้น

เห็นไหมครับว่าคณิตศาสตร์ทุกแขนงที่เราเรียนมา ล้วนถูกนำมาใช้แก้ปัญหาในงานวิศวกรรมทั้งสิ้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเตรียมตัว

  • รีบร้อนเกินไป: ข้ามขั้นตอนพื้นฐาน อยากจะไปเรียนเรื่องยากๆ เลย ซึ่งสุดท้ายจะทำให้เราไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้
  • ไม่อดทน: เห็นผลช้า ท้อแท้ เลิกล้มกลางคัน การเรียนรู้ต้องใช้เวลาครับ
  • พึ่งพาสูตรลัดมากเกินไป: สูตรลัดมีประโยชน์ในบางสถานการณ์ แต่ถ้าไม่เข้าใจหลักการพื้นฐานจะทำให้หลงทางได้ง่ายเมื่อเจอโจทย์ที่แตกต่าง
  • ไม่ทบทวนความผิดพลาดของตัวเอง: ทำโจทย์ผิดแล้วก็ผ่านไป ไม่ได้ย้อนกลับมาดูว่าผิดตรงไหน และทำไมถึงผิด ทำให้ทำผิดซ้ำซากครับ

สรุปนะครับน้องๆ การที่ไม่ถนัดคณิตศาสตร์ ไม่ใช่อุปสรรคที่ขัดขวางน้องๆ จากการเรียนวิศวกรรมศาสตร์ได้อย่างเด็ดขาดครับ แต่เป็นสิ่งที่ท้าทายให้น้องๆ ลุกขึ้นมาพัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นต่างหาก ความตั้งใจ ความพยายาม และการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้น้องๆ ประสบความสำเร็จได้แน่นอนครับ วิศวกรรมศาสตร์เป็นสาขาที่น่าตื่นเต้นและสร้างสรรค์ ถ้าใจน้องๆ รักที่จะเป็นวิศวกร ก็จงเดินหน้าไปให้สุดกำลังเลยครับ!

ถ้าน้องๆ ต้องการปูพื้นฐานคณิตศาสตร์ให้แน่นก่อนเข้ามหาวิทยาลัย หรือต้องการคำแนะนำเพิ่มเติมในการเตรียมตัว พี่กฤษณ์ยินดีช่วยเหลือน้องๆ ทุกคนนะครับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเรียนของพี่กฤษณ์ได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และคอร์สตัวต่อตัว เพื่อให้น้องๆ ได้เลือกรูปแบบการเรียนที่เหมาะสมกับตัวเองที่สุดครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *