Skip to content
Home » บทความ » บลาส ปาสกาล ผู้วางรากฐานความน่าจะเป็นและสามเหลี่ยมปาสกาล

บลาส ปาสกาล ผู้วางรากฐานความน่าจะเป็นและสามเหลี่ยมปาสกาล

บลาส ปาสกาล ผู้วางรากฐานความน่าจะเป็นและสามเหลี่ยมปาสกาล

บลาส ปาสกาล (Blaise Pascal) เป็นอัจฉริยะชาวฝรั่งเศสที่เกิดในศตวรรษที่ 17 (ค.ศ. 1623-1662) เขาเป็นนักคณิตศาสตร์ นักฟิสิกส์ นักประดิษฐ์ นักปรัชญา และนักศาสนศาสตร์ เรียกว่าเป็นนักคิดที่รอบด้านอย่างแท้จริงเลยครับ ปาสกาลแสดงความอัจฉริยะตั้งแต่เด็ก เขามีส่วนร่วมในการพัฒนากลไกเครื่องคิดเลขเครื่องแรกๆ ของโลกที่เรียกว่า “ปาสกาลลีน” (Pascaline) ซึ่งเป็นพื้นฐานของเครื่องคิดเลขในยุคต่อมา นอกจากนี้ เขายังมีผลงานสำคัญในสาขาฟิสิกส์เกี่ยวกับเรื่องของความดันของของไหล ซึ่งนำไปสู่การตั้งชื่อหน่วยวัดความดันว่า “ปาสกาล” เพื่อเป็นเกียรติแก่เขา แต่สำหรับโลกของคณิตศาสตร์แล้ว ผลงานที่โดดเด่นและมีอิทธิพลอย่างมหาศาลคือการวางรากฐานของทฤษฎีความน่าจะเป็นและสามเหลี่ยมปาสกาลที่เราจะมาดูกันอย่างละเอียดในวันนี้ครับ

จุดเริ่มต้นของความน่าจะเป็น: การพนันและเพื่อนซี้

เรื่องราวของความน่าจะเป็นเริ่มต้นขึ้นอย่างน่าสนใจ ไม่ได้มาจากโจทย์ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ซับซ้อน แต่มาจากปัญหาในการเล่นการพนันครับ น้องๆ อาจจะสงสัยว่าการพนันเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ได้อย่างไร ก็ต้องบอกว่าเกี่ยวข้องอย่างมากเลยครับ ในช่วงกลางศตวรรษที่ 17 เพื่อนของปาสกาลคนหนึ่งชื่อ เชอวาลิเยร์ เดอ เมเร (Chevalier de Méré) ซึ่งเป็นนักพนันตัวยง ได้ถามปาสกาลเกี่ยวกับปัญหาที่เรียกว่า “ปัญหาการแบ่งเงินเดิมพัน” (Problem of Points) ปัญหานี้คือ ถ้าการแข่งขันเกมพนันต้องหยุดลงก่อนที่จะรู้ผลผู้ชนะ ผู้เล่นแต่ละคนควรจะแบ่งเงินเดิมพันกันอย่างไรจึงจะยุติธรรมที่สุด ปาสกาลเห็นว่าปัญหานี้ซับซ้อนและน่าสนใจ เขาจึงปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับนักคณิตศาสตร์ชื่อดังอีกคนในยุคนั้น คือ ปีแยร์ เดอ แฟร์มา (Pierre de Fermat)

การโต้ตอบกันทางจดหมายระหว่างปาสกาลและแฟร์มานี่เองครับที่กลายเป็นการถือกำเนิดของทฤษฎีความน่าจะเป็นยุคใหม่ พวกเขาร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดของการแข่งขันที่ยังไม่จบ เพื่อคำนวณโอกาสที่ผู้เล่นแต่ละคนจะชนะหากเกมดำเนินต่อไป และใช้โอกาสนั้นมาตัดสินใจแบ่งเงินเดิมพันอย่างยุติธรรม แนวคิดนี้เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้โลกได้รู้จักกับการวิเคราะห์ความไม่แน่นอนทางคณิตศาสตร์ครับ

พื้นฐานของความน่าจะเป็นที่เราเรียนกันในปัจจุบันก็มาจากแนวคิดนี้ครับ โดยที่เราจะสนใจ “เหตุการณ์” (Event) ที่เราต้องการศึกษา และ “ปริภูมิตัวอย่าง” (Sample Space) ซึ่งก็คือผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดของการทดลองสุ่มนั้นๆ ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ E ใดๆ เขียนแทนด้วย P(E)P(E) จะหาได้จากสูตร:
P(E)=n(E)n(S)P(E) = frac{n(E)}{n(S)}
โดยที่ n(E)n(E) คือ จำนวนผลลัพธ์ของเหตุการณ์ที่เราสนใจ และ n(S)n(S) คือ จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดในปริภูมิตัวอย่างครับ

ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การโยนเหรียญ 1 ครั้ง
ปริภูมิตัวอย่าง S={หัว,ก้อย}S = {หัว, ก้อย} ดังนั้น n(S)=2n(S) = 2
ถ้าเหตุการณ์ EE คือ “ได้หัว” จะได้ E={หัว}E = {หัว} ดังนั้น n(E)=1n(E) = 1
ความน่าจะเป็นที่จะได้หัวคือ P(E)=12P(E) = frac{1}{2} ครับ

สามเหลี่ยมปาสกาล: อัญมณีแห่งคณิตศาสตร์เชิงการจัด

อีกหนึ่งผลงานชิ้นเอกของปาสกาลที่เกี่ยวพันกับความน่าจะเป็นและคณิตศาสตร์เชิงการจัดอย่างใกล้ชิด คือ “สามเหลี่ยมปาสกาล” (Pascal’s Triangle) แม้ว่ารูปแบบของสามเหลี่ยมนี้จะถูกค้นพบในวัฒนธรรมอื่นมาก่อนหน้านี้ (เช่น ในอินเดีย จีน และเปอร์เซีย) แต่เป็นปาสกาลนี่เองครับที่รวบรวมและศึกษาคุณสมบัติของมันอย่างเป็นระบบในงานเขียนของเขาชื่อ “Traité du triangle arithmétique” (Treatise on the Arithmetical Triangle) ในปี 1653

สามเหลี่ยมปาสกาลเป็นรูปแบบของตัวเลขที่จัดเรียงเป็นรูปสามเหลี่ยม โดยมีวิธีการสร้างง่ายๆ ดังนี้ครับ

แถวที่ 0: 1

แถวที่ 1: 1 1

แถวที่ 2: 1 2 1

แถวที่ 3: 1 3 3 1

แถวที่ 4: 1 4 6 4 1

แถวที่ 5: 1 5 10 10 5 1

และต่อไปเรื่อยๆ

หลักการคือ ทุกแถวจะเริ่มต้นและลงท้ายด้วยเลข 1 ส่วนตัวเลขที่อยู่ตรงกลางหาได้จากการบวกตัวเลขสองตัวที่อยู่ข้างบนของมันในแถวก่อนหน้าครับ เช่น ในแถวที่ 4 เลข 6 มาจาก 3+33+3 จากแถวที่ 3 นั่นเอง

ตัวเลขในสามเหลี่ยมปาสกาลมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับ “สัมประสิทธิ์ทวินาม” (Binomial Coefficients) หรือการจัดหมู่ (Combinations) (nk)binom{n}{k} ซึ่งหมายถึง จำนวนวิธีในการเลือกของ kk ชิ้นจากของทั้งหมด nn ชิ้น โดยไม่คำนึงถึงลำดับครับ
โดยที่ (nk)binom{n}{k} = frac{n!}{k!(n-k)!} ครับ

ลองสังเกตดูนะครับ
แถวที่ 0 (n=0): (00)=1binom{0}{0} = 1
แถวที่ 1 (n=1): (10)=1,(11)=1binom{1}{0} = 1, binom{1}{1} = 1
แถวที่ 2 (n=2): (20)=1,(21)=2,(22)=1binom{2}{0} = 1, binom{2}{1} = 2, binom{2}{2} = 1
ตัวเลขในแต่ละแถวของสามเหลี่ยมปาสกาลคือสัมประสิทธิ์ของการกระจายทวินาม (x+y)n(x+y)^n นั่นเองครับ
เช่น
(x+y)0=1(x+y)^0 = 1 (แถวที่ 0)
(x+y)1=1x+1y(x+y)^1 = 1x + 1y (แถวที่ 1)
(x+y)2=1x2+2xy+1y2(x+y)^2 = 1x^2 + 2xy + 1y^2 (แถวที่ 2)
(x+y)3=1x3+3x2y+3xy2+1y3(x+y)^3 = 1x^3 + 3x^2y + 3xy^2 + 1y^3 (แถวที่ 3)

ความสัมพันธ์นี้มีประโยชน์อย่างมากในการหาจำนวนวิธีจัดหมู่ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการคำนวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ที่ซับซ้อนขึ้น เช่น การโยนเหรียญ nn ครั้ง โอกาสที่จะได้หัว kk ครั้ง คือ สัมประสิทธิ์ในแถวที่ nn ตำแหน่งที่ kk ของสามเหลี่ยมปาสกาล หารด้วยผลรวมของตัวเลขทั้งหมดในแถวที่ nn ซึ่งก็คือ 2n2^n นั่นเองครับ

การประยุกต์ใช้สามเหลี่ยมปาสกาลและแนวคิดความน่าจะเป็นในข้อสอบ

น้องๆ จะได้เจอแนวคิดของปาสกาลทั้งในเรื่องความน่าจะเป็นและสามเหลี่ยมปาสกาลในข้อสอบอยู่เสมอเลยครับ ทั้งในบทความทั่วไป สถิติ และการหาค่าสัมประสิทธิ์ของพหุนาม

เทคนิคทำข้อสอบและจุดสำคัญที่ควรรู้:

  • สามเหลี่ยมปาสกาลมีความสมมาตร: ตัวเลขทางซ้ายและขวาของจุดกึ่งกลางจะเหมือนกัน
  • ผลรวมของตัวเลขในแต่ละแถวที่ nn คือ 2n2^n ซึ่งเป็นจำนวนผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ทั้งหมดของการทดลองสุ่มที่ซ้ำกัน nn ครั้ง โดยแต่ละครั้งมี 2 ผลลัพธ์ (เช่น โยนเหรียญ)
  • ในการหาจำนวนวิธีจัดหมู่ (nk)binom{n}{k} เราสามารถใช้สามเหลี่ยมปาสกาลเพื่อหาค่าได้อย่างรวดเร็ว โดย nn คือแถวที่ (เริ่มต้นจากแถวที่ 0) และ kk คือตำแหน่งที่ (เริ่มต้นจากตำแหน่งที่ 0)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำโจทย์:

  • นับปริภูมิตัวอย่างผิด: บางครั้งน้องๆ อาจจะสับสนในการนับจำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดที่เป็นไปได้ เช่น การโยนลูกเต๋าสองลูก ผลลัพธ์คือ 6×6=366 times 6 = 36 ไม่ใช่ 6+6=126+6 = 12 ครับ
  • สับสนระหว่างการเรียงสับเปลี่ยน (Permutations) กับการจัดหมู่ (Combinations): ถ้าลำดับมีความสำคัญ ต้องใช้ Permutation แต่ถ้าลำดับไม่มีผล ก็ใช้ Combination ครับ (ซึ่งตรงกับตัวเลขในสามเหลี่ยมปาสกาล)
  • ใช้สูตรกระจายทวินามผิด: ต้องจำให้แม่นว่า (x+y)n=k=0n(nk)xnkyk(x+y)^n = sum_{k=0}^{n} binom{n}{k} x^{n-k} y^k ครับ

ตัวอย่างโจทย์:

ตัวอย่างที่ 1: ความน่าจะเป็นพื้นฐาน
ในกล่องมีลูกบอลสีแดง 3 ลูก สีน้ำเงิน 2 ลูก และสีเขียว 5 ลูก สุ่มหยิบลูกบอลมา 1 ลูก ความน่าจะเป็นที่จะหยิบได้ลูกบอลสีแดงคือเท่าไร?
วิธีทำ:
จำนวนลูกบอลทั้งหมด n(S)=3+2+5=10n(S) = 3 + 2 + 5 = 10 ลูก
จำนวนลูกบอลสีแดง n(E)=3n(E) = 3 ลูก
ความน่าจะเป็นที่จะหยิบได้ลูกบอลสีแดงคือ P(E)=n(E)n(S)=310P(E) = frac{n(E)}{n(S)} = frac{3}{10} ครับ

ตัวอย่างที่ 2: สามเหลี่ยมปาสกาลและทวินาม
จงหาสัมประสิทธิ์ของ x2y3x^2y^3 ในการกระจาย (x+y)5(x+y)^5
วิธีทำ:
เราสามารถใช้สามเหลี่ยมปาสกาลแถวที่ 5 ซึ่งคือ 1, 5, 10, 10, 5, 1
พจน์ทั่วไปของการกระจาย (x+y)n(x+y)^n คือ (nk)xnkykbinom{n}{k} x^{n-k} y^k
ในกรณีนี้ n=5n=5 และเราต้องการ y3y^3 ดังนั้น k=3k=3
สัมประสิทธิ์คือ (53)=5!3!(53)!=5!3!2!=5×42×1=10binom{5}{3} = frac{5!}{3!(5-3)!} = frac{5!}{3!2!} = frac{5 times 4}{2 times 1} = 10
หรือดูจากสามเหลี่ยมปาสกาลแถวที่ 5 ตำแหน่งที่ 3 (นับจาก 0) ก็คือ 10 ครับ

ตัวอย่างที่ 3: ความน่าจะเป็นกับการจัดหมู่
ในการโยนเหรียญ 4 ครั้ง จงหาความน่าจะเป็นที่จะได้หัว 2 ครั้ง
วิธีทำ:
จำนวนผลลัพธ์ทั้งหมดในการโยนเหรียญ 4 ครั้งคือ 24=162^4 = 16 (n(S)=16n(S)=16)
จำนวนวิธีที่จะได้หัว 2 ครั้งจากการโยน 4 ครั้ง คือ (42)binom{4}{2}
จากสามเหลี่ยมปาสกาลแถวที่ 4 คือ 1, 4, 6, 4, 1
ตำแหน่งที่ 2 (นับจาก 0) คือ 6 ดังนั้น (42)=6binom{4}{2} = 6 (n(E)=6n(E)=6)
ความน่าจะเป็นที่จะได้หัว 2 ครั้งคือ P(E)=616=38P(E) = frac{6}{16} = frac{3}{8} ครับ

มุมมองเชิงวิเคราะห์และมรดกของปาสกาล

บลาส ปาสกาล ไม่เพียงแต่ให้เราเห็นความสวยงามของตัวเลขในสามเหลี่ยมปาสกาลและวิธีการคำนวณความน่าจะเป็นเท่านั้น แต่เขายังได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่เราคิดเกี่ยวกับ “ความไม่แน่นอน” จากเดิมที่มองว่าเป็นสิ่งที่เราควบคุมไม่ได้และเป็นเรื่องของโชคชะตา ปาสกาลได้แสดงให้เห็นว่าเราสามารถวิเคราะห์และทำความเข้าใจความไม่แน่นอนเหล่านั้นได้ด้วยเครื่องมือทางคณิตศาสตร์ครับ แนวคิดนี้ได้ปูทางไปสู่การพัฒนาวิชาสถิติ การเงิน การประกันภัย การพยากรณ์อากาศ ไปจนถึงวิทยาการข้อมูล และปัญญาประดิษฐ์ในปัจจุบัน ซึ่งล้วนแล้วแต่ใช้หลักการของความน่าจะเป็นในการตัดสินใจและคาดการณ์สิ่งต่างๆ นั่นเองครับ ผลงานของปาสกาลจึงเป็นมรดกทางปัญญาที่ทรงคุณค่าและยังคงเป็นรากฐานสำคัญของวิทยาการสมัยใหม่อย่างไม่เสื่อมคลายครับ

สรุปแล้ว บลาส ปาสกาล คือนักคิดผู้ยิ่งใหญ่ที่มอบของขวัญล้ำค่าให้กับโลกคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ผ่านการวางรากฐานทฤษฎีความน่าจะเป็นและสามเหลี่ยมปาสกาลที่เต็มไปด้วยคุณสมบัติอันน่าทึ่ง แนวคิดเหล่านี้ไม่เพียงปรากฏในตำราเรียน แต่ยังแทรกซึมอยู่ในทุกแง่มุมของการวิเคราะห์และการตัดสินใจในชีวิตประจำวันของเราครับ

เป็นยังไงบ้างครับน้องๆ พอจะเห็นความสำคัญของ บลาส ปาสกาล และความน่ารักของสามเหลี่ยมปาสกาลมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ เรื่องความน่าจะเป็นและคณิตศาสตร์เชิงการจัดเป็นหัวข้อที่สนุกและออกสอบบ่อย ถ้าใครสนใจอยากจะเจาะลึก ฝึกโจทย์ หรือมีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเรื่องอื่นๆ ในคณิตศาสตร์ พี่กฤษณ์ก็พร้อมที่จะเป็นผู้ช่วยให้น้องๆ เข้าใจเนื้อหาได้อย่างลึกซึ้งและทำคะแนนได้ดีขึ้นนะครับ สามารถดูรายละเอียดคอร์สเรียนของพี่กฤษณ์ได้เลยในเว็บไซต์นี้ มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และคอร์สตัวต่อตัว เพื่อให้เหมาะกับสไตล์การเรียนของน้องๆ ทุกคนเลยครับ แล้วเจอกันใหม่บทความหน้าครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *