Skip to content
Home » บทความ » ดาวิด ฮิลเบิร์ต นักคณิตศาสตร์ผู้ตั้งโจทย์ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของศตวรรษที่ยี่สิบ

ดาวิด ฮิลเบิร์ต นักคณิตศาสตร์ผู้ตั้งโจทย์ปัญหาที่ยิ่งใหญ่ของศตวรรษที่ยี่สิบ

ดาวิด ฮิลเบิร์ต: ผู้จุดประกายการวิจัยคณิตศาสตร์แห่งศตวรรษที่ 20

ดาวิด ฮิลเบิร์ต เป็นนักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันผู้ยิ่งใหญ่ เขาเกิดในปี ค.ศ. 1862 และเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1943 ตลอดชีวิตของฮิลเบิร์ต เขาได้สร้างผลงานสำคัญมากมายในหลากหลายสาขาของคณิตศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีจำนวน พีชคณิต เรขาคณิต ตรรกวิทยา และฟังก์ชันวิเคราะห์ครับ ฮิลเบิร์ตเป็นที่รู้จักในฐานะหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “Formalism” ซึ่งเป็นปรัชญาทางคณิตศาสตร์ที่เน้นการสร้างระบบสัจพจน์ที่สมบูรณ์และสอดคล้องกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ชื่อของฮิลเบิร์ตโด่งดังไปทั่วโลกและเป็นที่จดจำมาจนถึงทุกวันนี้ คือการนำเสนอ “ชุดโจทย์ปัญหา 23 ข้อ” ที่กรุงปารีส ในงานประชุมนานาชาตินักคณิตศาสตร์ (International Congress of Mathematicians) ปี ค.ศ. 1900 ครับ

โจทย์ปัญหาของฮิลเบิร์ต: แผนที่นำทางแห่งอนาคต

น้องๆ ลองนึกภาพดูนะครับว่าในช่วงรอยต่อของศตวรรษที่ 19 เข้าสู่ศตวรรษที่ 20 นั้น คณิตศาสตร์กำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ มีการค้นพบแนวคิดที่แปลกใหม่มากมาย แต่ก็ยังมีคำถามพื้นฐานอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีคำตอบ ฮิลเบิร์ตเล็งเห็นว่าการนำเสนอโจทย์ปัญหาที่ยังไม่ถูกแก้ไขและมีความสำคัญอย่างแท้จริง จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ทางคณิตศาสตร์ไปข้างหน้าได้อย่างมหาศาลครับ เขานำเสนอโจทย์เหล่านี้ราวกับเป็นการทำนายอนาคตว่านักคณิตศาสตร์จะต้องเผชิญกับอะไรบ้างในอีกหนึ่งร้อยปีข้างหน้า และเขาก็ทำนายได้แม่นยำอย่างเหลือเชื่อครับ

โจทย์ปัญหาของฮิลเบิร์ตมีทั้งหมด 23 ข้อ (แม้ว่าเขาจะนำเสนอเพียง 10 ข้อในงานประชุมวันนั้น และอีก 13 ข้อที่เหลือได้ถูกตีพิมพ์ในภายหลัง) ครอบคลุมเกือบทุกสาขาของคณิตศาสตร์ในยุคนั้นครับ บางข้อได้รับการแก้ไขแล้ว บางข้อได้รับการพิสูจน์แล้วว่าไม่สามารถแก้ไขได้ภายใต้ระบบสัจพจน์บางอย่าง และบางข้อก็ยังคงเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้ครับ เรามาลองดูตัวอย่างโจทย์บางข้อที่สำคัญและผลกระทบที่มันมีต่อโลกคณิตศาสตร์กันนะครับ

โจทย์ข้อที่ 1: สมมติฐานความต่อเนื่อง (The Continuum Hypothesis)

โจทย์ข้อนี้เกี่ยวข้องกับทฤษฎีเซตครับ น้องๆ อาจจะเคยเรียนเรื่องเซตในวิชาคณิตศาสตร์พื้นฐานมาบ้างแล้ว เซตคือกลุ่มของสมาชิกที่แน่นอน เช่น เซตของจำนวนนับ N = { 1 , 2 , 3 , } mathbb{N} = {1, 2, 3, ldots} หรือเซตของจำนวนจริง R mathbb{R} ครับ

นักคณิตศาสตร์อย่าง เกออร์ก คันทอร์ (Georg Cantor) ได้ศึกษาเรื่อง “ขนาด” ของเซตอนันต์ หรือที่เรียกว่า “คาร์ดินาลิตี” (Cardinality) ครับ คันทอร์พิสูจน์ว่าเซตของจำนวนนับนั้นมีคาร์ดินาลิตีที่เล็กกว่าเซตของจำนวนจริง น้องๆ อาจจะสงสัยว่าอนันต์มันมีขนาดต่างกันได้ด้วยหรือ? คำตอบคือได้ครับ! เซตของจำนวนนับสามารถจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งกับเซตของจำนวนตรรกยะได้ แสดงว่ามันมี “ขนาด” เท่ากัน แต่เซตของจำนวนจริงนั้นใหญ่กว่ามาก ไม่สามารถจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งกับจำนวนนับได้ครับ

สมมติฐานความต่อเนื่องถามว่า: “มีเซตใดๆ ที่มีคาร์ดินาลิตีอยู่ระหว่างเซตของจำนวนนับและเซตของจำนวนจริงหรือไม่?”
คันทอร์เชื่อว่าไม่มี แต่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ครับ

ผลลัพธ์ของโจทย์ข้อนี้เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากครับ นักคณิตศาสตร์ชื่อดังอย่าง เคิร์ท เกอเดล (Kurt Gödel) ได้พิสูจน์ในปี ค.ศ. 1940 ว่าสมมติฐานความต่อเนื่องนั้น “สอดคล้อง” กับสัจพจน์มาตรฐานของทฤษฎีเซต (ZFC) ครับ หมายความว่าถ้า ZFC สอดคล้องกัน การเพิ่มสมมติฐานนี้เข้าไปจะไม่ทำให้เกิดข้อขัดแย้งใดๆ ครับ ต่อมาในปี ค.ศ. 1963 พอล โคเฮน (Paul Cohen) ได้พิสูจน์ว่าสมมติฐานความต่อเนื่องนั้น “เป็นอิสระ” จากสัจพจน์ ZFC ครับ หมายความว่าเราไม่สามารถพิสูจน์หรือหักล้างสมมติฐานนี้ได้ด้วยสัจพจน์ ZFC เพียงอย่างเดียวครับ มันเป็นปัญหาที่ “ตัดสินไม่ได้” (undecidable) ครับ นี่แสดงให้เห็นถึงขีดจำกัดของระบบสัจพจน์ในคณิตศาสตร์เลยนะครับ

โจทย์ข้อที่ 2: ความสอดคล้องของสัจพจน์ทางคณิตศาสตร์ (The Consistency of Arithmetic Axioms)

โจทย์ข้อนี้ถามว่า: “สัจพจน์ของเลขคณิต (หมายถึงเลขคณิตพื้นฐานของจำนวนเต็ม) มีความสอดคล้องกันหรือไม่?”
ความหมายของคำว่า “สอดคล้องกัน” คือ ไม่มีทางที่จะพิสูจน์ได้ทั้งประพจน์ P และประพจน์ไม่ P (¬P) ได้จากสัจพจน์เหล่านี้ครับ ฮิลเบิร์ตเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าคณิตศาสตร์ทุกสาขาจะต้องสามารถสร้างขึ้นบนรากฐานที่มั่นคงและสอดคล้องกันได้

โจทย์ข้อนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับ “โครงการของฮิลเบิร์ต” (Hilbert’s Program) ซึ่งมีเป้าหมายที่จะสร้างระบบสัจพจน์ที่สมบูรณ์และสอดคล้องกันสำหรับคณิตศาสตร์ทั้งหมดครับ แต่โครงการนี้ก็ถูกสั่นคลอนอย่างรุนแรงอีกครั้งโดย เกอเดล ในปี ค.ศ. 1931 ครับ เกอเดลได้พิสูจน์ทฤษฎีบทความไม่สมบูรณ์ของเกอเดล (Gödel’s Incompleteness Theorems) ครับ

ทฤษฎีบทความไม่สมบูรณ์ข้อแรกของเกอเดลกล่าวว่า: ในระบบสัจพจน์ที่สอดคล้องและมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสร้างเลขคณิตพื้นฐานได้ จะมีประพจน์บางอย่างที่เราไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จภายในระบบนั้นครับ
และทฤษฎีบทความไม่สมบูรณ์ข้อที่สองกล่าวว่า: ระบบสัจพจน์ที่สอดคล้องและมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสร้างเลขคณิตพื้นฐานได้ จะไม่สามารถพิสูจน์ความสอดคล้องของตัวมันเองได้ครับ

ผลลัพธ์เหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าตกใจและปฏิวัติวงการคณิตศาสตร์และตรรกวิทยาอย่างมากครับ มันแสดงให้เห็นว่าแม้แต่วิชาคณิตศาสตร์ที่ดูเหมือนมั่นคงที่สุด ก็ยังมีข้อจำกัดและไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่ฮิลเบิร์ตคาดหวังไว้ครับ

โจทย์ข้อที่ 10: การหาคำตอบสำหรับสมการไดโอแฟนไทน์ (The Solvability of Diophantine Equations)

โจทย์ข้อนี้ถามว่า: “มีกระบวนวิธีทั่วไป (หรืออัลกอริทึม) ที่สามารถตัดสินได้หรือไม่ว่าสมการไดโอแฟนไทน์ใดๆ มีคำตอบเป็นจำนวนเต็มหรือไม่?”
สมการไดโอแฟนไทน์ (Diophantine Equation) คือสมการพหุนามที่มีตัวแปรหลายตัว และเราต้องการหาคำตอบที่เป็นจำนวนเต็มเท่านั้นครับ

ตัวอย่างสมการไดโอแฟนไทน์ที่น้องๆ คุ้นเคยกันดีคือสมการของทฤษฎีบทพีทาโกรัสครับ:
x 2 + y 2 = z 2 x^2 + y^2 = z^2
คำตอบเป็นจำนวนเต็มเช่น ( 3 , 4 , 5 ) (3, 4, 5) หรือ ( 5 , 12 , 13 ) (5, 12, 13) ครับ เราเรียกชุดตัวเลขเหล่านี้ว่า “สามสิ่งอันดับพีทาโกรัส” ครับ

อีกตัวอย่างหนึ่งคือสมการของแฟร์มาต์สุดท้าย (Fermat’s Last Theorem) ซึ่งกล่าวว่าไม่มีคำตอบที่เป็นจำนวนเต็มบวก x , y , z x, y, z สำหรับสมการ
x n + y n = z n x^n + y^n = z^n
เมื่อ 2″> n > 2 n > 2 ครับ โจทย์นี้ได้รับการพิสูจน์โดย แอนดรูว์ ไวลส์ (Andrew Wiles) ในปี ค.ศ. 1994 ครับ

สำหรับโจทย์ข้อที่ 10 ของฮิลเบิร์ตนั้น คำตอบก็คือ “ไม่มี” กระบวนวิธีทั่วไปเช่นนั้นครับ ในปี ค.ศ. 1970 ยูริ มาติยาเซวิช (Yuri Matiyasevich) ได้พิสูจน์ทฤษฎีบทของมาติยาเซวิช (Matiyasevich’s Theorem) ซึ่งเป็นการยืนยันสิ่งที่นักคณิตศาสตร์หลายคนสงสัยว่าไม่มีอัลกอริทึมทั่วไปที่จะมาแก้ปัญหานี้ได้ครับ การพิสูจน์นี้อาศัยแนวคิดจากตรรกวิทยาและทฤษฎีการคำนวณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวคิดเรื่องฟังก์ชันที่คำนวณได้ (computable functions) และปัญหาการหยุด (halting problem) ของเครื่องจักรทัวริง (Turing machine) ครับ

ผลกระทบและมรดกของโจทย์ปัญหาของฮิลเบิร์ต

โจทย์ปัญหาของฮิลเบิร์ตไม่ได้เป็นเพียงแค่รายการของปัญหาที่ยังไม่ถูกแก้ไขเท่านั้นครับ แต่มันคือวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนที่นำพานักคณิตศาสตร์รุ่นต่อๆ มาให้มุ่งมั่นค้นคว้าและพัฒนาสาขาคณิตศาสตร์ใหม่ๆ ที่อาจไม่เคยมีใครคิดถึงมาก่อนครับ

สิ่งที่พี่กฤษณ์อยากให้น้องๆ ได้เรียนรู้จากเรื่องนี้คือ

  • ความสำคัญของการตั้งคำถามที่ถูกต้อง: บางครั้งการตั้งคำถามที่ชัดเจนและสำคัญกว่าการมีคำตอบที่สมบูรณ์แบบเสียอีกครับ โจทย์ของฮิลเบิร์ตจุดประกายให้เกิดการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่มากมาย
  • ธรรมชาติของการพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์: การแก้ปัญหาเหล่านี้ทำให้เราเข้าใจขีดจำกัดของการพิสูจน์ ความสอดคล้อง และความสมบูรณ์ของระบบสัจพจน์ต่างๆ มากขึ้นครับ
  • ความเชื่อมโยงระหว่างสาขาคณิตศาสตร์: โจทย์แต่ละข้อไม่ได้จำกัดอยู่แค่สาขาใดสาขาหนึ่ง แต่เป็นการรวมเอาแนวคิดจากหลายแขนงมาประยุกต์ใช้ในการหาคำตอบครับ

โจทย์เหล่านี้ผลักดันให้เกิดการพัฒนาในสาขาต่างๆ เช่น ทฤษฎีเซต ตรรกวิทยา ทฤษฎีการคำนวณ และทฤษฎีจำนวนครับ แม้บางข้อจะพิสูจน์แล้วว่า “ตัดสินไม่ได้” หรือ “ไม่มีอัลกอริทึม” แต่นั่นก็ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ครับ แต่มันคือการค้นพบที่สำคัญที่บอกให้เรารู้ว่าขีดจำกัดของคณิตศาสตร์และตรรกะคืออะไรครับ มันทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของความรู้และข้อจำกัดของกระบวนการคิดของเรามากขึ้นครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

ดาวิด ฮิลเบิร์ต คือนักคณิตศาสตร์ผู้มองการณ์ไกลที่ได้มอบ “แผนที่แห่งอนาคต” ให้แก่วงการคณิตศาสตร์ผ่านชุดโจทย์ปัญหา 23 ข้อของเขาครับ ปัญหาเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการกระตุ้นการวิจัย การพัฒนาแนวคิดใหม่ๆ และการทำความเข้าใจธรรมชาติพื้นฐานของคณิตศาสตร์ครับ การที่บางปัญหาพิสูจน์แล้วว่าตัดสินไม่ได้หรือไม่มีอัลกอริทึม ก็ไม่ได้หมายความว่ามันไร้ค่าครับ แต่มันกลับช่วยขยายขอบเขตความเข้าใจของเราเกี่ยวกับข้อจำกัดของคณิตศาสตร์และตรรกวิทยาให้กว้างขวางยิ่งขึ้นไปอีกครับ สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าคณิตศาสตร์ไม่ใช่แค่การหาคำตอบ แต่คือการทำความเข้าใจธรรมชาติของปัญหาและความเป็นไปได้ของคำตอบต่างหากครับ

สำหรับน้องๆ ที่สนใจเรื่องราวเชิงลึกของคณิตศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นทฤษฎีเซต ตรรกวิทยา หรือแม้แต่การแก้สมการต่างๆ ที่ซับซ้อน พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สสอนทั้งแบบสด แบบออนไลน์ และแบบตัวต่อตัว ที่จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจแนวคิดยากๆ ได้อย่างกระจ่างแจ้ง พร้อมเทคนิคการแก้ปัญหาที่หลากหลายครับ น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยนะครับ พี่กฤษณ์พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางสำรวจโลกคณิตศาสตร์อันกว้างใหญ่ของน้องๆ ครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *