Skip to content
Home » บทความ » สมบัติการหารลงตัว

สมบัติการหารลงตัว

ทำความรู้จัก “การหารลงตัว” กันก่อนครับ

การหารลงตัว คือ การที่จำนวนเต็มจำนวนหนึ่งถูกหารด้วยจำนวนเต็มอีกจำนวนหนึ่งแล้วได้ผลลัพธ์เป็นจำนวนเต็ม โดยไม่มีเศษเหลือเลยครับ

เรามาดูความหมายทางคณิตศาสตร์กันบ้าง เราใช้สัญลักษณ์ a b เพื่อบ่งบอกว่า a หาร b ลงตัว

ในทางคณิตศาสตร์แล้ว หาก a และ b เป็นจำนวนเต็ม โดยที่ a 0 เราจะกล่าวว่า a หาร b ลงตัว ก็ต่อเมื่อ มีจำนวนเต็ม k ใดๆ ที่ทำให้ b = a k ครับ

ตัวอย่างเช่น 3 12 เพราะว่า 12 = 3 × 4 ซึ่ง 4 เป็นจำนวนเต็มครับ

แต่ถ้า 3 หาร 10 จะไม่ลงตัว เพราะ 10 = 3 × 3 + 1 มีเศษเหลือเป็น 1 นั่นเองครับ

สมบัติพื้นฐานของการหารลงตัว

การหารลงตัวมีสมบัติพื้นฐานหลายอย่างที่น้องๆ ควรทราบไว้ครับ

  1. สมบัติการสะท้อนกลับ (Reflexive Property): จำนวนเต็ม a ทุกตัว (ยกเว้น a = 0 ) ย่อมหารตัวเองลงตัวเสมอ นั่นคือ a a ครับ (เพราะ a = a × 1 )
  2. สมบัติการถ่ายทอด (Transitive Property): ถ้า a หาร b ลงตัว และ b หาร c ลงตัวแล้ว a ย่อมหาร c ลงตัวด้วยครับ

    เขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่า: ถ้า a b และ b c แล้ว a c

    ตัวอย่าง: 2 6 และ 6 18 เราจะเห็นว่า 2 18 จริงครับ

  3. สมบัติการรวมเชิงเส้น (Linear Combination Property): ถ้า a หาร b ลงตัว และ a หาร c ลงตัวแล้ว a จะหารผลรวมหรือผลต่างเชิงเส้นของ b และ c ลงตัวเสมอครับ

    เขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่า: ถ้า a b และ a c แล้ว a ( x b + y c ) สำหรับจำนวนเต็ม x , y ใดๆ

    ตัวอย่าง: 3 6 และ 3 9 ดังนั้น 3 จะหาร ( 2 × 6 + 1 × 9 ) = ( 12 + 9 ) = 21 ลงตัว ซึ่งก็จริงครับ

  4. การหารลงตัวของผลคูณ: ถ้า a หาร b ลงตัวแล้ว a จะหารผลคูณของ b กับจำนวนเต็มใดๆ ลงตัว

    เขียนเป็นสัญลักษณ์ได้ว่า: ถ้า a b แล้ว a ( b c ) สำหรับจำนวนเต็ม c ใดๆ

  5. การหาร 0 ลงตัว: จำนวนเต็ม a ทุกตัว (ยกเว้น a = 0 ) ย่อมหาร 0 ลงตัวเสมอ นั่นคือ a 0 ครับ (เพราะ 0 = a × 0 )

กฏการหารลงตัวที่ควรรู้

หัวใจสำคัญของการแก้ปัญหาเกี่ยวกับการหารลงตัวคือ “กฏการหารลงตัว” ครับ ซึ่งช่วยให้เราตรวจสอบได้ว่าจำนวนใดหารจำนวนหนึ่งลงตัวหรือไม่ โดยไม่ต้องทำการหารจริงๆ ให้เสียเวลา มาดูกันเลยครับ

  • หารด้วย 2 ลงตัว: จำนวนนั้นต้องเป็นเลขคู่ หรือมีหลักหน่วยเป็น 0 , 2 , 4 , 6 , 8 ครับ
    ตัวอย่าง: 548 หารด้วย 2 ลงตัว เพราะหลักหน่วยเป็น 8 ครับ
  • หารด้วย 3 ลงตัว: ผลรวมของเลขโดดทุกหลักของจำนวนนั้นต้องหารด้วย 3 ลงตัวครับ
    ตัวอย่าง: 732 ผลรวมเลขโดดคือ 7 + 3 + 2 = 12 ซึ่ง 12 หารด้วย 3 ลงตัว ดังนั้น 732 หารด้วย 3 ลงตัวครับ
  • หารด้วย 4 ลงตัว: จำนวนที่ประกอบขึ้นจากสองหลักสุดท้ายของจำนวนนั้นต้องหารด้วย 4 ลงตัวครับ
    ตัวอย่าง: 1236 สองหลักสุดท้ายคือ 36 ซึ่ง 36 หารด้วย 4 ลงตัว ดังนั้น 1236 หารด้วย 4 ลงตัวครับ
  • หารด้วย 5 ลงตัว: หลักหน่วยของจำนวนนั้นต้องเป็น 0 หรือ 5 ครับ
    ตัวอย่าง: 875 หารด้วย 5 ลงตัว เพราะหลักหน่วยเป็น 5 ครับ
  • หารด้วย 6 ลงตัว: จำนวนนั้นต้องหารด้วย 2 ลงตัว และหารด้วย 3 ลงตัว พร้อมกันครับ
    ตัวอย่าง: 732 : หลักหน่วยเป็น 2 (หาร 2 ลงตัว) และผลรวมเลขโดดคือ 12 (หาร 3 ลงตัว) ดังนั้น 732 หารด้วย 6 ลงตัวครับ
  • หารด้วย 8 : ลงตัว: จำนวนที่ประกอบขึ้นจากสามหลักสุดท้ายของจำนวนนั้นต้องหารด้วย 8 ลงตัว ครับ
    ตัวอย่าง: 51280 : สามหลักสุดท้ายคือ 280 . 280 ÷ 8 = 35 . ดังนั้น 51280 หารด้วย 8 ลงตัว ครับ
  • หารด้วย 9 : ลงตัว ผลรวมของเลขโดดทุกหลักของจำนวนนั้นต้องหารด้วย 9 ลงตัว ครับ
    ตัวอย่าง: 1539 : ผลรวมเลขโดดคือ 1 + 5 + 3 + 9 = 18 . ซึ่ง 18 หารด้วย 9 ลงตัว ดังนั้น 1539 หารด้วย 9 ลงตัว ครับ
  • หารด้วย 10 : ลงตัว หลักหน่วยของจำนวนนั้นต้องเป็น 0 . ครับ
    ตัวอย่าง: 2050 หารด้วย 10 ลงตัว เพราะหลักหน่วยเป็น 0 . ครับ
  • หารด้วย 11 : ลงตัว ผลต่างของผลรวมของเลขโดดในตำแหน่งคี่และผลรวมของเลขโดดในตำแหน่งคู่ ต้องเป็น 0 หารด้วย 11 ลงตัว (รวมถึงจำนวนเต็มลบที่หารด้วย 11 ลงตัว ) ครับ
    ตัวอย่าง: 121 : ตำแหน่งคี่ 1 + 1 = 2 . ตำแหน่งคู่ 2 . ผลต่าง 2 2 = 0 . ซึ่ง 0 หารด้วย 11 ลงตัว ดังนั้น 121 หารด้วย 11 ลงตัว ครับ
    อีกตัวอย่าง: 2354 : (ตำแหน่งคี่: 4 + 3 = 7 . ตำแหน่งคู่: 5 + 2 = 7 . ) ผลต่าง 7 7 = 0 . หารด้วย 11 ลงตัว ครับ
  • หารด้วย 12 : ลงตัว จำนวนนั้นต้องหารด้วย 3 ลงตัว และหารด้วย 4 ลงตัว พร้อมกันครับ (เนื่องจาก 3 และ 4 เป็นจำนวนเฉพาะสัมพัทธ์)
    ตัวอย่าง: 648 : ผลรวมเลขโดด 6 + 4 + 8 = 18 . หารด้วย 3 ลงตัว สองหลักสุดท้ายคือ 48 . หารด้วย 4 ลงตัว ดังนั้น 648 หารด้วย 12 ลงตัว ครับ

การประยุกต์ใช้สมบัติการหารลงตัวในการแก้ปัญหา

กฏการหารลงตัวไม่ได้มีไว้แค่ตรวจสอบเท่านั้นนะครับ แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้โจทย์ปัญหาที่ซับซ้อนได้หลายรูปแบบเลย

ตัวอย่างที่ 1: หาเลขโดดที่ไม่ทราบค่า

ถ้าจำนวน 4 A 56 หารด้วย 3 ลงตัว จงหาค่าของ A .

วิธีทำ: จากกฏการหารด้วย 3 ลงตัว ผลรวมของเลขโดดต้องหารด้วย 3 ลงตัว ครับ

ผลรวมเลขโดดคือ 4 + A + 5 + 6 = 15 + A .

เราต้องการให้ 15 + A หารด้วย 3 ลงตัว และ A เป็นเลขโดด (ตั้งแต่ 0 ถึง 9 )

เนื่องจาก 15 หารด้วย 3 ลงตัวอยู่แล้ว ดังนั้น A จะต้องหารด้วย 3 ลงตัวด้วย ครับ

ค่าของ A ที่ทำ ให้ A หารด้วย 3 ลงตัว ได้แก่ 0 , 3 , 6 , 9 .
ดังนั้น ค่าของ A ที่สามารถเป็นไปได้คือ 0 , 3 , 6 , 9 . ครับ

ตัวอย่างที่ 2: โจทย์ประยุกต์หลายเงื่อนไข

จงหาจำนวนที่น้อยที่สุดที่มากกว่า 1000 ซึ่งหารด้วย 2 , 3 และ 5 ลงตัว

วิธีทำ: การที่จำนวนหนึ่งหารด้วย 2 , 3 และ 5 ลงตัว หมายความว่าจำนวนนั้นจะต้องหารด้วย ค.ร.น. ของ 2 , 3 และ 5 ลงตัว

หา ค.ร.น. ของ 2 , 3 , 5 : เนื่องจากทั้งสามเป็นจำนวนเฉพาะ ค.ร.น. จึงเท่ากับผลคูณของทั้งสามจำนวน

ค.ร.น. ( 2 , 3 , 5 ) = 2 × 3 × 5 = 30

เราต้องการหาจำนวนที่น้อยที่สุดที่มากกว่า 1000 และหารด้วย 30 ลงตัว

นำ 1000 มาหารด้วย 30 :

1000 ÷ 30 = 33 เศษ 10

นั่นหมายความว่า 1000 = 30 × 33 + 10 ครับ

จำนวนที่หารด้วย 30 ลงตัว ที่ใกล้ 1000 ที่สุดคือ 30 × 33 = 990 .

แต่เราต้องการจำนวนที่มากกว่า 1000 . ดังนั้นจำนวนถัดไปที่หารด้วย 30 ลงตัว คือ 30 × 34 = 1020 .

ดังนั้น จำนวนที่น้อยที่สุดที่มากกว่า 1000 และหารด้วย 2 , 3 และ 5 ลงตัว คือ 1020 . ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้สมบัติการหารลงตัว

ถึงแม้สมบัติการหารลงตัวจะช่วยให้การแก้โจทย์ง่ายขึ้น แต่น้องๆ ก็อาจจะเจอข้อผิดพลาดเหล่านี้ได้บ่อยๆ ครับ

  • สับสนระหว่างจำนวนเฉพาะสัมพัทธ์ (Coprime) กับจำนวนประกอบ: น้องๆ มักจะจำกฏผิดว่า ถ้า N หารด้วย a ลงตัว และหารด้วย b ลงตัว แล้ว N จะหารด้วย a b ลงตัวเสมอ ซึ่งไม่จริงนะครับ กฏนี้จะใช้ได้ก็ต่อเมื่อ a และ b เป็นจำนวนเฉพาะสัมพัทธ์กันเท่านั้น (หรือ ห.ร.ม. ของ a และ b เท่ากับ 1 )
    ตัวอย่างเช่น 12 หารด้วย 2 ลงตัว และหารด้วย 4 ลงตัว แต่ 12 ไม่ได้หารด้วย 2 × 4 = 8 ลงตัว ครับ เพราะ 2 และ 4 ไม่เป็นจำนวนเฉพาะสัมพัทธ์กัน (ห.ร.ม. ของ 2 และ 4 คือ 2 )
  • ลืมตรวจสอบเงื่อนไขทั้งหมด: บางกฏการหารลงตัว เช่น การหารด้วย 6 หรือ 12 . ต้องตรวจสอบมากกว่าหนึ่งเงื่อนไขพร้อมกัน น้องๆ มักจะพลาดตรวจสอบไม่ครบ ทำให้ได้คำตอบที่ผิดพลาดไปครับ
  • ประมาทกับจำนวนน้อยๆ หรือเลข 0 : บางครั้งโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับเลขโดดเพียงหลักเดียว หรือมีการหารด้วย 0 . น้องๆ อาจจะละเลยเงื่อนไขพื้นฐานไป ตัวอย่างเช่น การหารด้วย 0 นั้นไม่มีนิยามในทางคณิตศาสตร์ครับ

    สรุปแนวคิดสำคัญ

    สมบัติการหารลงตัวเป็นพื้นฐานที่สำคัญในวิชาคณิตศาสตร์ที่ช่วยให้เราเข้าใจความสัมพันธ์ของจำนวนต่างๆ และแก้ปัญหาได้ง่ายขึ้น การท่องจำกฏต่างๆ เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการทำความเข้าใจ

    “ทำไม” กฏเหล่านั้นถึงเป็นจริง

    โดยเฉพาะกฏสำหรับ 3 , 9 และ 11 . จะช่วยให้น้องๆ พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ได้ดียิ่งขึ้น

    การฝึกฝนทำโจทย์หลากหลายรูปแบบ จะช่วยให้น้องๆ คุ้นเคยกับการประยุกต์ใช้สมบัติเหล่านี้ และสามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติในข้อสอบและในชีวิตประจำวันครับ

    ถ้าหากน้องๆ อยากเรียนรู้เรื่องสมบัติการหารลงตัวหรือหัวข้ออื่นๆ ทางคณิตศาสตร์อย่างลึกซึ้งและสนุกสนานไปพร้อมๆ กัน พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนคณิตศาสตร์ทั้งแบบสด แบบออนไลน์ และแบบตัวต่อตัวที่ออกแบบมาให้น้องๆ เข้าใจง่าย มีตัวอย่างประกอบ และมีเทคนิคดีๆ ในการทำข้อสอบครบถ้วนเลยครับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยนะครับ

    Join the conversation

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *