Skip to content
Home » บทความ » กราฟของฟังก์ชันกำลังสอง

กราฟของฟังก์ชันกำลังสอง

กราฟของฟังก์ชันกำลังสอง

ฟังก์ชันกำลังสอง หรือที่เรียกกันว่า Quadratic Function คือฟังก์ชันที่สามารถเขียนให้อยู่ในรูปทั่วไปได้เป็น y = a x 2 + b x + c y = ax^2 + bx + c โดยที่ a a , b b , c c เป็นค่าคงที่ และที่สำคัญที่สุดคือค่า a a จะต้องไม่เท่ากับศูนย์ ( a 0 a neq 0 ) ครับ ถ้า a a เท่ากับศูนย์ ฟังก์ชันนี้ก็จะกลายเป็นฟังก์ชันเชิงเส้น (Linear Function) ทันที กราฟของฟังก์ชันกำลังสองจะมีลักษณะเป็นเส้นโค้งที่เรียกว่า พาราโบลา (Parabola) ซึ่งมีรูปทรงสมมาตรที่สวยงามมากๆ เลยครับ

องค์ประกอบสำคัญของกราฟพาราโบลา

การวาดและวิเคราะห์กราฟพาราโบลาได้อย่างแม่นยำ น้องๆ ต้องเข้าใจองค์ประกอบหลักๆ เหล่านี้ครับ

1. ทิศทางของกราฟ (Opening Direction)

ทิศทางของกราฟพาราโบลาจะขึ้นอยู่กับค่า a a ครับ

  • ถ้า 0″> a > 0 a > 0 กราฟจะหงายขึ้น (opens upwards) มีลักษณะเหมือนตัว U ภาษาพูดอาจจะเรียกว่า “พาราโบลาหงาย” ซึ่งจะมีจุดต่ำสุด (Minimum Point) ครับ
  • ถ้า <math data-latex="a a < 0 a < 0 กราฟจะคว่ำลง (opens downwards) มีลักษณะเหมือนตัว U กลับหัว ภาษาพูดอาจจะเรียกว่า “พาราโบลาคว่ำ” ซึ่งจะมีจุดสูงสุด (Maximum Point) ครับ

2. จุดยอด (Vertex)

จุดยอดคือจุดที่สำคัญที่สุดของพาราโบลาเลยครับ เพราะเป็นจุดต่ำสุดหรือสูงสุดของกราฟ ถ้าเรารู้พิกัดของจุดยอด เราก็จะสามารถวาดกราฟได้ง่ายขึ้นเยอะเลย จุดยอดสามารถหาได้จากสองรูปแบบของฟังก์ชันครับ

  • จากรูปแบบมาตรฐาน (Vertex Form): y = a ( x h ) 2 + k y = a(x-h)^2 + k

    ในรูปแบบนี้ จุดยอดของกราฟคือ ( h , k ) (h, k) ได้ทันทีครับ

  • จากรูปแบบทั่วไป (General Form): y = a x 2 + b x + c y = ax^2 + bx + c

    เราสามารถหาพิกัด h h ของจุดยอดได้จากสูตร h = b 2 a h = -frac{b}{2a} ส่วนพิกัด k k สามารถหาได้โดยการแทนค่า x = h x = h ลงในฟังก์ชัน หรือใช้สูตร k = 4 a c b 2 4 a k = frac{4ac – b^2}{4a} ครับ

3. แกนสมมาตร (Axis of Symmetry)

พาราโบลาเป็นกราฟที่มีความสมมาตรอย่างสมบูรณ์ครับ แกนสมมาตรคือเส้นตรงแนวดิ่งที่ลากผ่านจุดยอดพอดี ซึ่งจะแบ่งพาราโบลาออกเป็นสองซีกที่เหมือนกันทุกประการ สมการของแกนสมมาตรคือ x = h x = h หรือ x = b 2 a x = -frac{b}{2a} ครับ

4. จุดตัดแกน Y (Y-intercept)

จุดตัดแกน Y คือจุดที่กราฟตัดกับแกน Y ซึ่งเป็นจุดที่ค่า x = 0 x = 0 เสมอครับ ในการหาจุดนี้ เพียงแค่น้องๆ แทนค่า x = 0 x = 0 ลงในสมการ y = a x 2 + b x + c y = ax^2 + bx + c ก็จะได้ y = a ( 0 ) 2 + b ( 0 ) + c = c y = a(0)^2 + b(0) + c = c ครับ ดังนั้นจุดตัดแกน Y คือ ( 0 , c ) (0, c) ครับ

5. จุดตัดแกน X (X-intercepts)

จุดตัดแกน X คือจุดที่กราฟตัดกับแกน X ซึ่งเป็นจุดที่ค่า y = 0 y = 0 เสมอครับ ในการหาจุดนี้ เราจะต้องแก้สมการกำลังสอง a x 2 + b x + c = 0 ax^2 + bx + c = 0 โดยใช้สูตร x = b ± b 2 4 a c 2 a x = frac{-b pm sqrt{b^2 – 4ac}}{2a} ค่าในรูท b 2 4 a c b^2 – 4ac เรียกว่าตัวจำแนก (Discriminant) ซึ่งบอกจำนวนจุดตัดแกน X ได้ดังนี้ครับ

  • ถ้า 0″> b 2 4 a c > 0 b^2 – 4ac > 0 จะมี 2 จุดตัดแกน X ที่แตกต่างกัน
  • ถ้า b 2 4 a c = 0 b^2 – 4ac = 0 จะมี 1 จุดตัดแกน X (กราฟสัมผัสแกน X ที่จุดยอดพอดี)
  • ถ้า <math data-latex="b^2 – 4ac b 2 4 a c < 0 b^2 – 4ac < 0 จะไม่มีจุดตัดแกน X เลย (กราฟลอยอยู่เหนือหรือจมอยู่ใต้แกน X ทั้งหมด)

โดเมนและเรนจ์ของฟังก์ชันกำลังสอง

โดเมน (Domain) คือเซตของค่า x x ที่เป็นไปได้สำหรับฟังก์ชันนี้ครับ สำหรับฟังก์ชันกำลังสองแล้ว เราสามารถแทนค่า x x ด้วยจำนวนจริงใดๆ ก็ได้ครับ ดังนั้นโดเมนของฟังก์ชันกำลังสองคือจำนวนจริงทุกจำนวน หรือเขียนเป็นสัญลักษณ์ช่วงได้ว่า ( , ) (-infty, infty) ครับ

เรนจ์ (Range) คือเซตของค่า y y ที่เป็นไปได้สำหรับฟังก์ชันนี้ครับ เรนจ์จะขึ้นอยู่กับจุดยอดและทิศทางของกราฟครับ

  • ถ้ากราฟหงายขึ้น ( 0″> a > 0 a > 0 ) จุดยอดคือจุดต่ำสุด ค่า y y ที่เป็นไปได้จะเริ่มตั้งแต่ค่า k k (พิกัด y y ของจุดยอด) ขึ้นไปจนถึงอินฟินิตี้ เรนจ์คือ [ k , ) [k, infty) ครับ
  • ถ้ากราฟคว่ำลง (<math data-latex="a a < 0 a < 0 ) จุดยอดคือจุดสูงสุด ค่า y y ที่เป็นไปได้จะเริ่มตั้งแต่ลบอินฟินิตี้จนถึงค่า k k เรนจ์คือ ( , k ] (-infty, k] ครับ

ตัวอย่างการวาดกราฟของฟังก์ชันกำลังสอง

ลองมาดูตัวอย่างการวาดกราฟของฟังก์ชัน y = x 2 4 x + 3 y = x^2 – 4x + 3 ไปพร้อมๆ กับพี่กฤษณ์นะครับ

ขั้นตอนที่ 1: ระบุค่า a , b , c a, b, c

จากฟังก์ชัน y = x 2 4 x + 3 y = x^2 – 4x + 3 เราจะได้ a = 1 a = 1 , b = 4 b = -4 , c = 3 c = 3 ครับ

ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบทิศทางของกราฟ

เนื่องจาก a = 1 a = 1 ซึ่ง 0″> a > 0 a > 0 ดังนั้นกราฟจะเป็นพาราโบลาหงายขึ้น มีจุดต่ำสุดครับ

ขั้นตอนที่ 3: หาจุดยอด ( h , k ) (h, k)

หา h h : h = b 2 a = 4 2 ( 1 ) = 4 2 = 2 h = -frac{b}{2a} = -frac{-4}{2(1)} = frac{4}{2} = 2 ครับ

หา k k : แทน x = 2 x = 2 ลงในสมการ y = x 2 4 x + 3 y = x^2 – 4x + 3

k = ( 2 ) 2 4 ( 2 ) + 3 = 4 8 + 3 = 1 k = (2)^2 – 4(2) + 3 = 4 – 8 + 3 = -1

ดังนั้น จุดยอดคือ ( 2 , 1 ) (2, -1) ครับ

ขั้นตอนที่ 4: หาแกนสมมาตร

แกนสมมาตรคือ x = h x = h ดังนั้นแกนสมมาตรคือ x = 2 x = 2 ครับ

ขั้นตอนที่ 5: หาจุดตัดแกน Y

จุดตัดแกน Y คือ ( 0 , c ) (0, c) ซึ่งในที่นี้คือ ( 0 , 3 ) (0, 3) ครับ

ขั้นตอนที่ 6: หาจุดตัดแกน X

ให้ y = 0 y = 0 จะได้ x 2 4 x + 3 = 0 x^2 – 4x + 3 = 0

แยกตัวประกอบได้เป็น ( x 1 ) ( x 3 ) = 0 (x-1)(x-3) = 0

ดังนั้น x = 1 x = 1 หรือ x = 3 x = 3 ครับ

จุดตัดแกน X คือ ( 1 , 0 ) (1, 0) และ ( 3 , 0 ) (3, 0) ครับ

เมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้แล้ว น้องๆ ก็สามารถลงจุดต่างๆ บนระนาบพิกัดฉากและลากเส้นโค้งพาราโบลาผ่านจุดเหล่านั้นได้เลยครับ โดยให้พาราโบลาสมมาตรกับแกน x = 2 x = 2 ครับ

การประยุกต์ใช้ฟังก์ชันกำลังสอง

ฟังก์ชันกำลังสองและกราฟพาราโบลามีการนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงและในหลายๆ สาขาวิชาอย่างกว้างขวางเลยครับ เช่น

  • ฟิสิกส์: การเคลื่อนที่ของวัตถุภายใต้แรงโน้มถ่วง เช่น วิถีโคจรของลูกบอลที่ถูกโยนขึ้นไป (Projectile Motion) จะมีลักษณะเป็นพาราโบลา การคำนวณหาความสูงสูงสุดที่วัตถุจะขึ้นไปได้ หรือระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่ไปได้
  • วิศวกรรม: การออกแบบโครงสร้างสะพานแขวน สายเคเบิลของสะพานมักจะแขวนในลักษณะโค้งพาราโบลาเพื่อกระจายน้ำหนักให้สมดุล หรือการออกแบบจานรับสัญญาณดาวเทียม (Satellite Dish) และกระจกสะท้อนแสงของไฟหน้ารถ ซึ่งใช้หลักการสมบัติของพาราโบลาในการรวมหรือกระจายสัญญาณ/แสง
  • เศรษฐศาสตร์และการบริหารธุรกิจ: การหาจุดคุ้มทุน (Break-even Point) การวิเคราะห์หาผลกำไรสูงสุด หรือต้นทุนต่ำสุดในการผลิตสินค้า เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างราคาและปริมาณเป็นฟังก์ชันกำลังสอง
  • คณิตศาสตร์ขั้นสูง: เป็นพื้นฐานสำคัญในการศึกษาภาคตัดกรวย (Conic Sections) และการคำนวณแคลคูลัส เช่น การหาค่าสูงสุดต่ำสุดของฟังก์ชัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและเทคนิคทำข้อสอบ

น้องๆ หลายคนอาจจะเคยทำผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้เสียคะแนนไปอย่างน่าเสียดาย พี่กฤษณ์มีข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและเทคนิคดีๆ มาฝากครับ

  • ลืมตรวจสอบเครื่องหมาย: โดยเฉพาะในสูตร h = b 2 a h = -frac{b}{2a} และการแทนค่า x h x-h ในรูปมาตรฐาน สัญญาณลบสามารถทำให้พิกัดจุดยอดผิดเพี้ยนได้ง่ายๆ เลยครับ
  • สับสนระหว่าง h h และ k k : จำไว้เสมอว่า h h คือพิกัด x x ของจุดยอด และ k k คือพิกัด y y ของจุดยอด
  • การหาจุดตัดแกน X: ถ้าตัวจำแนก ( b 2 4 a c b^2 – 4ac ) มีค่าน้อยกว่าศูนย์ แสดงว่าไม่มีจุดตัดแกน X ครับ ไม่ต้องพยายามหาค่า x x ที่เป็นจำนวนจริงอีก
  • การแปลงจากรูปทั่วไปไปรูปมาตรฐาน: การจัดรูป y = a x 2 + b x + c y = ax^2 + bx + c ให้เป็น y = a ( x h ) 2 + k y = a(x-h)^2 + k โดยใช้การทำเป็นกำลังสองสมบูรณ์เป็นสิ่งสำคัญที่ควรฝึกฝนครับ เพราะบางครั้งโจทย์อาจถามหาจุดยอดโดยตรง แต่สมการมาในรูปทั่วไป

เทคนิคในการทำข้อสอบคือ การทำความเข้าใจพื้นฐานให้แม่นยำครับ ฝึกวาดกราฟจากฟังก์ชันต่างๆ บ่อยๆ และลองเปลี่ยนค่า a , b , c a, b, c เพื่อดูว่ากราฟเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จะช่วยให้น้องๆ มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

สรุปแล้วครับ กราฟของฟังก์ชันกำลังสองคือพาราโบลาที่มีจุดยอดเป็นจุดสำคัญที่สุด กำหนดทิศทางการหงายคว่ำด้วยค่า a a และมีแกนสมมาตรผ่านจุดยอดเสมอ จุดตัดแกน Y คือ ( 0 , c ) (0, c) ส่วนจุดตัดแกน X ต้องแก้สมการกำลังสองและพิจารณาจากค่าตัวจำแนกครับ โดเมนของฟังก์ชันกำลังสองคือจำนวนจริงทุกจำนวน และเรนจ์จะขึ้นอยู่กับพิกัด y y ของจุดยอดและทิศทางของกราฟครับ

การทำความเข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้จะช่วยให้น้องๆ สามารถนำไปต่อยอดในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์อื่นๆ ได้อย่างมั่นใจครับ ถ้าหากน้องๆ อยากจะเจาะลึกเนื้อหาคณิตศาสตร์ในหัวข้อนี้ หรือหัวข้ออื่นๆ เพิ่มเติม พี่กฤษณ์ก็พร้อมที่จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจคณิตศาสตร์ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิมครับ สามารถดูรายละเอียดคอร์สเรียนของพี่กฤษณ์ได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และการเรียนตัวต่อตัว ที่จะปรับให้เหมาะกับสไตล์การเรียนของน้องๆ ทุกคนเลยครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *