Skip to content
Home » บทความ » การจำแนกรูปแบบของภาคตัดกรวยจากสมการมาตรฐาน

การจำแนกรูปแบบของภาคตัดกรวยจากสมการมาตรฐาน

เริ่มต้นทำความเข้าใจภาคตัดกรวย

ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการจำแนกรูปแบบ พี่กฤษณ์อยากให้น้องๆ ทบทวนกันสักนิดว่าภาคตัดกรวยคืออะไรครับ ภาคตัดกรวย หรือ Conic Sections คือเส้นโค้งที่ได้จากการตัดระนาบกับกรวยกลมสองชั้นด้วยมุมที่แตกต่างกันครับ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็มีอยู่ 4 ชนิดหลักๆ ที่น้องๆ คุ้นเคยกันดี ได้แก่ วงกลม พาราโบลา วงรี และไฮเพอร์โบลา

สิ่งสำคัญที่เราต้องรู้คือ ภาคตัดกรวยทุกรูปแบบสามารถเขียนแทนได้ด้วยสมการกำลังสองทั่วไปในรูป

A x 2 + B x y + C y 2 + D x + E y + F = 0 Ax^2 + Bxy + Cy^2 + Dx + Ey + F = 0

โดยที่ A, B, C ไม่เป็นศูนย์พร้อมกันครับ สำหรับบทความนี้ เราจะเน้นไปที่สมการมาตรฐานที่ไม่มีเทอม x y xy (นั่นคือ B=0) ซึ่งเป็นรูปแบบที่เรามักจะเจอและสามารถจำแนกได้ง่ายกว่าครับ

รูปแบบมาตรฐานของสมการภาคตัดกรวย

มาดูสมการมาตรฐานของแต่ละรูปแบบกันนะครับ การรู้รูปแบบเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจได้ว่าแต่ละชนิดมีลักษณะเด่นอย่างไร และค่าต่างๆ ในสมการหมายถึงอะไรบ้าง

  • วงกลม (Circle)
    ( x h ) 2 + ( y k ) 2 = r 2 (x-h)^2 + (y-k)^2 = r^2
    มีจุดศูนย์กลางที่ ( h , k ) (h, k) และรัศมี r r ครับ
  • พาราโบลา (Parabola)
    ( x h ) 2 = 4 c ( y k ) (x-h)^2 = 4c(y-k) (เปิดขึ้น/ลง) หรือ ( y k ) 2 = 4 c ( x h ) (y-k)^2 = 4c(x-h) (เปิดซ้าย/ขวา)
    มีจุดยอดที่ ( h , k ) (h, k) และค่า c c บอกระยะจากจุดยอดไปยังโฟกัสและเส้นไดเรกตริกซ์ครับ
  • วงรี (Ellipse)
    ( x h ) 2 a 2 + ( y k ) 2 b 2 = 1 frac{(x-h)^2}{a^2} + frac{(y-k)^2}{b^2} = 1
    มีจุดศูนย์กลางที่ ( h , k ) (h, k) ครับ โดยที่ a a และ b b คือความยาวครึ่งแกนเอกและครึ่งแกนโทครับ (โดยทั่วไป a b a ne b แต่ถ้า a = b a=b จะกลายเป็นวงกลมครับ)
  • ไฮเพอร์โบลา (Hyperbola)
    ( x h ) 2 a 2 ( y k ) 2 b 2 = 1 frac{(x-h)^2}{a^2} – frac{(y-k)^2}{b^2} = 1 (เปิดซ้าย/ขวา) หรือ ( y k ) 2 b 2 ( x h ) 2 a 2 = 1 frac{(y-k)^2}{b^2} – frac{(x-h)^2}{a^2} = 1 (เปิดขึ้น/ลง)
    มีจุดศูนย์กลางที่ ( h , k ) (h, k) และค่า a a และ b b เกี่ยวข้องกับความยาวครึ่งแกนตามขวางและครึ่งแกนสังยุคครับ

เทคนิคการจำแนกรูปแบบจากสมการมาตรฐาน

คราวนี้มาถึงหัวใจสำคัญแล้วครับน้องๆ การจำแนกรูปแบบของภาคตัดกรวยจากสมการมาตรฐาน A x 2 + C y 2 + D x + E y + F = 0 Ax^2 + Cy^2 + Dx + Ey + F = 0 (กรณีที่ B = 0 B=0 ) เราจะพิจารณาจากเครื่องหมายและค่าสัมประสิทธิ์ของเทอม x 2 x^2 และ y 2 y^2 นั่นคือค่า A และ C ครับ

  • กรณีที่ 1: วงกลม (Circle)
    เราจะรู้ว่าเป็นวงกลมเมื่อสัมประสิทธิ์ของ x 2 x^2 และ y 2 y^2 มีค่าเท่ากันและมีเครื่องหมายเดียวกัน (โดยทั่วไปคือเป็นบวก) นั่นคือ A = C 0 A = C ne 0 ครับ

    ข้อควรระวัง: ถ้าหลังจากจัดรูปแล้ว r 2 = 0 r^2 = 0 วงกลมจะลดรูปเป็นจุด (Point) หรือถ้ารัศมีเป็นค่าลบ <math data-latex="r^2



    r
    2

    <
    0

    r^2 < 0

    สมการจะไม่มีกราฟเป็นเซตว่าง (Empty Set) ครับ

  • กรณีที่ 2: พาราโบลา (Parabola)
    พาราโบลาจะมีเทอมกำลังสองเพียงเทอมเดียวเท่านั้นครับ นั่นคือ A = 0 A=0 แต่ C 0 C ne 0 (พาราโบลาเปิดซ้าย/ขวา) หรือ C = 0 C=0 แต่ A 0 A ne 0 (พาราโบลาเปิดขึ้น/ลง) ครับ
  • กรณีที่ 3: วงรี (Ellipse)
    วงรีจะมีสัมประสิทธิ์ของ x 2 x^2 และ y 2 y^2 มีเครื่องหมายเดียวกันแต่มีค่าไม่เท่ากันครับ นั่นคือ A C A ne C และ 0″> A C > 0 A cdot C > 0 ครับ

    ข้อควรระวัง: เช่นเดียวกับวงกลม วงรีอาจลดรูปเป็นจุด (Point) หรือเซตว่าง (Empty Set) ได้ ขึ้นอยู่กับค่าคงที่ในสมการหลังการจัดรูปครับ

  • กรณีที่ 4: ไฮเพอร์โบลา (Hyperbola)
    ไฮเพอร์โบลาจะมีสัมประสิทธิ์ของ x 2 x^2 และ y 2 y^2 มีเครื่องหมายต่างกัน นั่นคือ <math data-latex="A cdot C


    A

    C
    <
    0

    A cdot C < 0

    ครับ

    ข้อควรระวัง: ไฮเพอร์โบลาสามารถลดรูปเป็นเส้นตรงตัดกันสองเส้น (Two Intersecting Lines) ได้ครับ

การจำแนกรูปแบบจากสมการทั่วไปกำลังสอง (กรณีมีเทอม x y xy )

สำหรับน้องๆ ที่อยากศึกษาลึกลงไปอีก หากเจอสมการกำลังสองทั่วไปในรูป A x 2 + B x y + C y 2 + D x + E y + F = 0 Ax^2 + Bxy + Cy^2 + Dx + Ey + F = 0 ที่มีเทอม x y xy (นั่นคือ B 0 B ne 0 ) เราจะใช้ค่าดิสคริมิแนนต์ (Discriminant) B 2 4 A C B^2 – 4AC ในการจำแนกครับ

  • ถ้า <math data-latex="B^2 – 4AC



    B
    2


    4
    A
    C
    <
    0

    B^2 – 4AC < 0

    เป็น วงรี (หรือวงกลม ถ้า B = 0 B=0 และ A = C A=C ) รวมถึงกรณีลดรูป เช่น จุด หรือเซตว่าง
  • ถ้า B 2 4 A C = 0 B^2 – 4AC = 0 เป็น พาราโบลา รวมถึงกรณีลดรูป เช่น เส้นตรงขนานกันสองเส้น, เส้นตรงหนึ่งเส้น, หรือเซตว่าง
  • ถ้า 0″> B 2 4 A C > 0 B^2 – 4AC > 0 เป็น ไฮเพอร์โบลา รวมถึงกรณีลดรูป เช่น เส้นตรงตัดกันสองเส้น

สำหรับในระดับชั้นเรียนส่วนใหญ่ น้องๆ มักจะเจอสมการที่ B = 0 B=0 ทำให้การพิจารณา B 2 4 A C B^2 – 4AC กลายเป็นการพิจารณาแค่ 4 A C -4AC ซึ่งก็สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่เราดูเครื่องหมายของ A และ C ข้างต้นนั่นเองครับ

ตัวอย่างการจำแนกรูปแบบ

มาลองดูตัวอย่างกันเลยนะครับ จะได้เข้าใจการนำไปใช้จริงครับ

ตัวอย่างที่ 1: 3 x 2 + 3 y 2 6 x + 12 y 15 = 0 3x^2 + 3y^2 – 6x + 12y – 15 = 0

ในสมการนี้ เรามี A = 3 A=3 และ C = 3 C=3 ครับ สัมประสิทธิ์ของ x 2 x^2 และ y 2 y^2 มีค่าเท่ากันและเป็นบวก ( A = C A=C ) ดังนั้นสมการนี้เป็นวงกลมครับ

ตัวอย่างที่ 2: y 2 8 x 4 y + 20 = 0 y^2 – 8x – 4y + 20 = 0

ในสมการนี้ มีเพียงเทอม y 2 y^2 ที่เป็นกำลังสอง ( A = 0 A=0 และ C = 1 C=1 ) ดังนั้นสมการนี้เป็นพาราโบลาครับ

ตัวอย่างที่ 3: 4 x 2 + 9 y 2 + 16 x 18 y 11 = 0 4x^2 + 9y^2 + 16x – 18y – 11 = 0

ในสมการนี้ เรามี A = 4 A=4 และ C = 9 C=9 ครับ สัมประสิทธิ์ของ x 2 x^2 และ y 2 y^2 มีเครื่องหมายเดียวกัน (เป็นบวก) แต่มีค่าไม่เท่ากัน ( A C A ne C ) ดังนั้นสมการนี้เป็นวงรีครับ

ตัวอย่างที่ 4: x 2 2 y 2 + 4 x + 4 y 6 = 0 x^2 – 2y^2 + 4x + 4y – 6 = 0

ในสมการนี้ เรามี A = 1 A=1 และ C = 2 C=-2 ครับ สัมประสิทธิ์ของ x 2 x^2 และ y 2 y^2 มีเครื่องหมายต่างกัน (<math data-latex="A cdot C


A

C
<
0

A cdot C < 0

) ดังนั้นสมการนี้เป็นไฮเพอร์โบลาครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการจำแนก

น้องๆ หลายคนอาจจะพลาดจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้จำแนกผิดได้ พี่กฤษณ์เลยรวบรวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมาให้ดูกันครับ

  • ไม่จัดรูปสมการให้เรียบร้อยก่อน: บางครั้งสมการอาจจะยังไม่ถูกจัดอยู่ในรูปทั่วไปหรือมีตัวเลขคูณอยู่ น้องๆ ควรย้ายข้างหรือหารตลอดด้วยตัวเลขที่เหมาะสมก่อนเสมอ เพื่อให้สัมประสิทธิ์ A และ C ชัดเจนครับ
  • ลืมพิจารณากรณีลดรูป (Degenerate Cases): เช่น วงกลม/วงรีลดรูปเป็นจุด หรือไฮเพอร์โบลาลดรูปเป็นเส้นตรงตัดกันสองเส้น กรณีเหล่านี้ต้องจัดรูปสมการกำลังสองสมบูรณ์เพื่อดูว่าฝั่งขวาของสมการเป็น 0 0 หรือค่าติดลบหรือไม่ครับ
  • เข้าใจผิดเรื่องเครื่องหมาย: ต้องระวังเครื่องหมายของ A และ C ให้ดีนะครับ พลาดแค่นิดเดียวก็จำแนกผิดเป็นอีกชนิดได้เลย

สรุปแนวคิดสำคัญ

การจำแนกรูปแบบภาคตัดกรวยจากสมการมาตรฐานนั้นไม่ยากเลยครับน้องๆ เพียงแค่น้องๆ จำหลักการง่ายๆ คือ

  • ถ้าสัมประสิทธิ์ของ x 2 x^2 และ y 2 y^2 เท่ากันและมีเครื่องหมายเดียวกัน นั่นคือ วงกลม ครับ
  • ถ้ามีเทอมกำลังสองเพียงเทอมเดียว นั่นคือ พาราโบลา ครับ
  • ถ้าสัมประสิทธิ์ของ x 2 x^2 และ y 2 y^2 เครื่องหมายเดียวกันแต่ค่าไม่เท่ากัน นั่นคือ วงรี ครับ
  • ถ้าสัมประสิทธิ์ของ x 2 x^2 และ y 2 y^2 เครื่องหมายต่างกัน นั่นคือ ไฮเพอร์โบลา ครับ

และอย่าลืมพิจารณากรณีลดรูปหรือกรณีที่มีเทอม x y xy ด้วยนะครับ จะช่วยให้น้องๆ แม่นยำมากขึ้น

พี่กฤษณ์หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ในการทำความเข้าใจและจำแนกภาคตัดกรวยได้ง่ายขึ้นนะครับ ถ้าหากน้องๆ อยากเรียนรู้เพิ่มเติม หรือต้องการเทคนิคการทำโจทย์ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งในส่วนของภาคตัดกรวยหรือเรื่องอื่นๆ ในวิชาคณิตศาสตร์ พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนหลากหลายรูปแบบให้น้องๆ ได้เลือกตามความถนัดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสด คอร์สออนไลน์ หรือจะเรียนตัวต่อตัวก็ได้ครับ น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยนะครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *