Skip to content
Home » บทความ » นิเสธของประพจน์

นิเสธของประพจน์

นิเสธของประพจน์: หัวใจของการคิดตรงข้าม

ก่อนที่เราจะไปรู้จักกับนิเสธของประพจน์นั้น เรามาทบทวนกันสั้นๆ ก่อนนะครับว่า ประพจน์ คืออะไร

ประพจน์ (Proposition) คือ ประโยคหรือข้อความที่สามารถบอกค่าความจริงได้ว่าเป็นจริง (True, T) หรือเป็นเท็จ (False, F) อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น โดยไม่อยู่ในรูปคำถาม คำสั่ง หรืออุทาน เช่น “กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย” เป็นประพจน์ที่เป็นจริง หรือ ” 2+2=52 + 2 = 5 ” เป็นประพจน์ที่เป็นเท็จ

เมื่อน้องๆ เข้าใจความหมายของประพจน์แล้ว เราก็พร้อมที่จะเข้าสู่เรื่องของ นิเสธ กันแล้วครับ

นิเสธคืออะไร และสัญลักษณ์ของมัน

นิเสธของประพจน์ (Negation of a Proposition) คือ การเปลี่ยนค่าความจริงของประพจน์นั้นให้ตรงข้ามกับค่าความจริงเดิม ถ้าประพจน์เดิมเป็นจริง นิเสธของมันจะเป็นเท็จ และถ้าประพจน์เดิมเป็นเท็จ นิเสธของมันจะเป็นจริง

เรามักจะใช้คำว่า “ไม่จริงที่ว่า…” หรือ “ไม่ใช่ว่า…” นำหน้าประพจน์เดิมเพื่อสร้างนิเสธครับ

สัญลักษณ์ที่ใช้แทนนิเสธของประพจน์ PP คือ ¬Pneg P (อ่านว่า “นิเสธของ P” หรือ “ไม่ P”) หรือบางตำราอาจจะใช้สัญลักษณ์ ∼Psim P แทนก็ได้ครับ

ลองดูตารางค่าความจริงของนิเสธกันนะครับ:

PP ¬Pneg P
T F
F T

ตัวอย่างง่ายๆ ครับ:

  • ประพจน์ PP: “ประเทศไทยตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย” (เป็นจริง)
  • นิเสธของ PP (¬Pneg P): “ไม่จริงที่ว่าประเทศไทยตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย” หรือ “ประเทศไทยไม่ได้ตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย” (เป็นเท็จ)
  • ประพจน์ QQ: “ปลาบินได้” (เป็นเท็จ)
  • นิเสธของ QQ (¬Qneg Q): “ไม่จริงที่ว่าปลาบินได้” หรือ “ปลาบินไม่ได้” (เป็นจริง)

หลักการหานิเสธของประพจน์ที่ซับซ้อนขึ้น

คราวนี้เรามาดูนิเสธของประพจน์เชิงประกอบ หรือประพจน์ที่เกิดจากการเชื่อมประพจน์ย่อยๆ ด้วยตัวเชื่อมต่างๆ กันบ้างนะครับ

นิเสธของการเชื่อมด้วย “และ” (P∧QP land Q)

นิเสธของประพจน์ P∧QP land Q คือ ¬(P∧Q)neg (P land Q) ซึ่งสมมูลกับ ¬P∨¬Qneg P lor neg Q ครับ นี่คือกฎข้อแรกของเดอมอร์แกน (De Morgan’s Laws) นั่นเอง

ตัวอย่าง:

  • ประพจน์: “พี่กฤษณ์เป็นผู้ชาย และ เก่งคณิตศาสตร์”
  • นิเสธ: “พี่กฤษณ์ไม่เป็นผู้ชาย หรือ พี่กฤษณ์ไม่เก่งคณิตศาสตร์”

นิเสธของการเชื่อมด้วย “หรือ” (P∨QP lor Q)

นิเสธของประพจน์ P∨QP lor Q คือ ¬(P∨Q)neg (P lor Q) ซึ่งสมมูลกับ ¬P∧¬Qneg P land neg Q ครับ นี่คือกฎข้อที่สองของเดอมอร์แกน

ตัวอย่าง:

  • ประพจน์: “ฉันจะไปเที่ยวทะเล หรือ ฉันจะไปเที่ยวภูเขา”
  • นิเสธ: “ฉันจะไม่ไปเที่ยวทะเล และ ฉันจะไม่ไปเที่ยวภูเขา”

นิเสธของประพจน์ “ถ้า…แล้ว…” (P→QP to Q)

ประพจน์ P→QP to Q จะเป็นเท็จเพียงกรณีเดียวเท่านั้น คือเมื่อ PP เป็นจริง และ QQ เป็นเท็จ ดังนั้น นิเสธของประพจน์นี้คือ ¬(P→Q)≡P∧¬Qneg (P to Q) equiv P land neg Q ครับ

ตัวอย่าง:

  • ประพจน์: “ถ้าฝนตก แล้วถนนเปียก”
  • นิเสธ: “ฝนตก แต่ถนนไม่เปียก” (หรือ “ฝนตก และ ถนนไม่เปียก”)

นิเสธของประพจน์ “ก็ต่อเมื่อ” (P↔QP leftrightarrow Q)

ประพจน์ P↔QP leftrightarrow Q จะเป็นจริงเมื่อ PP และ QQ มีค่าความจริงเหมือนกัน (T กับ T หรือ F กับ F) ดังนั้น นิเสธของมันจะจริงเมื่อ PP และ QQ มีค่าความจริงต่างกันครับ

นิเสธของ P↔QP leftrightarrow Q คือ ¬(P↔Q)neg (P leftrightarrow Q) ซึ่งสมมูลกับ (P∧¬Q)∨(¬P∧Q)(P land neg Q) lor (neg P land Q) หรือ P↔¬QP leftrightarrow neg Q หรือ ¬P↔Qneg P leftrightarrow Q ก็ได้ครับ

ตัวอย่าง:

  • ประพจน์: “ฉันจะสอบผ่าน ก็ต่อเมื่อ ฉันขยันอ่านหนังสือ”
  • นิเสธ: “ฉันจะสอบผ่าน ก็ต่อเมื่อ ฉันไม่ขยันอ่านหนังสือ” หรือ “ฉันไม่สอบผ่าน ก็ต่อเมื่อ ฉันขยันอ่านหนังสือ”
  • อีกแบบคือ “ฉันสอบผ่านแต่ไม่ขยันอ่านหนังสือ หรือ ฉันไม่สอบผ่านแต่ขยันอ่านหนังสือ”

นิเสธของตัวบ่งปริมาณ (Quantifiers)

ตัวบ่งปริมาณเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญในการหานิเสธนะครับ น้องๆ คงเคยได้ยินคำว่า “สำหรับทุกๆ” หรือ “มีบางตัว” กันมาบ้างแล้ว

ตัวบ่งปริมาณ มี 2 ชนิดหลักๆ คือ

  • สำหรับทุกๆ ค่า (For All): สัญลักษณ์ ∀xforall x หมายถึง “สำหรับทุกๆ ค่าของ xx“
  • มีบางค่า (There Exists): สัญลักษณ์ ∃xexists x หมายถึง “มีบางค่าของ xx” หรือ “มี xx อย่างน้อยหนึ่งตัว”

หลักการหานิเสธของตัวบ่งปริมาณคือ การเปลี่ยนตัวบ่งปริมาณไปเป็นตรงข้าม และหานิเสธของประโยคเปิดนั้นๆ ด้วย

  • นิเสธของ ¬∀x[P(x)]neg forall x [P(x)] คือ ∃x[¬P(x)]exists x [neg P(x)]
  • นิเสธของ ¬∃x[P(x)]neg exists x [P(x)] คือ ∀x[¬P(x)]forall x [neg P(x)]

ตัวอย่าง:

  • ประพจน์: “ 0]”>∀x[x>0]forall x [x > 0]” (สำหรับจำนวนจริง xx ทุกตัว, xx มากกว่า 00)
  • นิเสธ: “ 0)]”>∃x[¬(x>0)]exists x [neg (x > 0)]” ซึ่งคือ “∃x[x≤0]exists x [x le 0]” (มีจำนวนจริง xx บางตัว ที่ xx น้อยกว่าหรือเท่ากับ 00)
  • ประพจน์: “∃x[x2=4]exists x [x^2 = 4]” (มีจำนวนจริง xx บางตัว ที่ x2=4x^2 = 4)
  • นิเสธ: “∀x[¬(x2=4)]forall x [neg (x^2 = 4)]” ซึ่งคือ “∀x[x2≠4]forall x [x^2 ne 4]” (สำหรับจำนวนจริง xx ทุกตัว, x2≠4x^2 ne 4)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการหานิเสธ

พี่กฤษณ์สังเกตเห็นว่าน้องๆ มักจะพลาดในจุดเหล่านี้เวลาหานิเสธครับ ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง:

  • ลืมเปลี่ยนตัวเชื่อม (และ/หรือ): นี่คือข้อผิดพลาดคลาสสิกเลยครับ! น้องๆ มักจะจำได้ว่าต้องใส่นิเสธเข้าไปในประพจน์ย่อย แต่ลืมที่จะเปลี่ยนตัวเชื่อมจาก “และ” เป็น “หรือ” หรือจาก “หรือ” เป็น “และ” ตามกฎของเดอมอร์แกน เช่น นิเสธของ P∧QP land Q ไม่ใช่ ¬P∧¬Qneg P land neg Q นะครับ แต่ต้องเป็น ¬P∨¬Qneg P lor neg Q
  • สับสนกับการเปลี่ยนเครื่องหมายในอสมการ: นิเสธของ 5″>x>5x > 5 คือ x≤5x le 5 (น้อยกว่าหรือเท่ากับ) ไม่ใช่ <math data-latex="x x<5x < 5 (น้อยกว่า) เพราะว่าถ้า x=5x = 5 ประพจน์เดิม 5″>x>5x > 5 จะเป็นเท็จ และนิเสธของมันต้องเป็นจริง ซึ่ง x≤5x le 5 สามารถเป็นจริงได้เมื่อ x=5x = 5 ครับ ต้องระวังจุดเล็กๆ นี้ให้ดี
  • ลืมเปลี่ยนตัวบ่งปริมาณ: อีกหนึ่งจุดที่พลาดบ่อยคือเมื่อหานิเสธของประพจน์ที่มีตัวบ่งปริมาณ น้องๆ มักจะลืมเปลี่ยน ∀forall เป็น ∃exists หรือกลับกันครับ ต้องจำให้ขึ้นใจว่าการหานิเสธต้องเปลี่ยนทั้งตัวบ่งปริมาณและตัวประโยคเปิด
  • รีบคิด ทำให้ผิดพลาดในขั้นตอนย่อยๆ: บางครั้งประพจน์อาจจะซับซ้อน มีการเชื่อมหลายชั้น น้องๆ ควรค่อยๆ หานิเสธทีละส่วนจากนอกเข้าใน หรือค่อยๆ แปลงทีละตัวเชื่อมเพื่อลดความผิดพลาดครับ

เทคนิคและแนวคิดสำคัญในการทำข้อสอบ

เพื่อให้น้องๆ สามารถทำข้อสอบเกี่ยวกับนิเสธของประพจน์ได้อย่างแม่นยำ พี่กฤษณ์มีเทคนิคดีๆ มาฝากครับ:

  • ทำความเข้าใจความหมายของประพจน์เดิมให้ถ่องแท้: ก่อนจะหานิเสธใดๆ ให้อ่านและทำความเข้าใจประพจน์ที่โจทย์ให้มาก่อนว่าหมายความว่าอย่างไร มีค่าความจริงเป็นอะไร เพื่อเป็นพื้นฐานในการเปลี่ยนค่าความจริงให้ตรงข้าม
  • ใช้กฎของเดอมอร์แกนให้คล่องแคล่ว: นี่คือกุญแจสำคัญในการหานิเสธของประพจน์เชิงประกอบเลยครับ ¬(P∧Q)≡¬P∨¬Qneg (P land Q) equiv neg P lor neg Q และ ¬(P∨Q)≡¬P∧¬Qneg (P lor Q) equiv neg P land neg Q ท่องไว้ให้ขึ้นใจเลยครับ
  • ระวังนิเสธของ “ถ้า…แล้ว…”: อย่างที่พี่กฤษณ์บอกไป นิเสธของ P→QP to Q คือ P∧¬QP land neg Q ไม่ใช่ ¬P→¬Qneg P to neg Q หรือ Q→PQ to P นะครับ!
  • ฝึกเปลี่ยนเครื่องหมายอสมการให้ถูกต้อง: == เป็น ≠ne, ≠ne เป็น ==, “>>> เป็น ≤le, ≥ge เป็น <math data-latex="<<, <math data-latex="<< เป็น ≥ge, ≤le เป็น “>>>
  • คิดย้อนกลับเพื่อตรวจสอบ: หลังจากหานิเสธได้แล้ว ลองคิดดูว่าถ้าประพจน์เดิมเป็นจริง นิเสธเป็นเท็จไหม? หรือถ้าประพจน์เดิมเป็นเท็จ นิเสธเป็นจริงไหม? การตรวจสอบแบบนี้จะช่วยให้น้องๆ มั่นใจในคำตอบมากขึ้นครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

นิเสธของประพจน์เป็นเรื่องพื้นฐานแต่สำคัญในตรรกศาสตร์ การหานิเสธไม่ใช่แค่การเติมคำว่า “ไม่” ลงไปในประโยค แต่เป็นการเปลี่ยนค่าความจริงของประพจน์นั้นให้ตรงกันข้ามอย่างเป็นระบบ และมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการใช้กฎของเดอมอร์แกนในการหานิเสธของประพจน์เชิงประกอบ หรือการเปลี่ยนตัวบ่งปริมาณพร้อมกับหานิเสธของประโยคเปิด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนเพื่อให้เกิดความชำนาญครับ

ความเข้าใจในเรื่องนิเสธนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจแนวคิดทางคณิตศาสตร์อื่นๆ ที่ซับซ้อนขึ้นได้ง่ายขึ้น และยังเป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์ประโยคต่างๆ ในชีวิตประจำวันด้วยครับ

หากน้องๆ อยากเจาะลึกเนื้อหาตรรกศาสตร์ หรือต้องการฝึกโจทย์ที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้น เพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือเพิ่มเกรดที่โรงเรียน พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนคณิตศาสตร์ที่ครอบคลุม ทั้งคอร์สสดที่สตูดิโอ คอร์สออนไลน์ที่น้องๆ สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือแม้แต่คอร์สเรียนตัวต่อตัวที่ปรับเนื้อหาให้เหมาะกับน้องๆ เป็นพิเศษครับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเรียนได้ที่เว็บไซต์ของพี่กฤษณ์ได้เลยนะครับ พี่กฤษณ์พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้น้องๆ เก่งคณิตศาสตร์อย่างมั่นใจครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *