นิเสธของประพจน์: หัวใจของการคิดตรงข้าม
ก่อนที่เราจะไปรู้จักกับนิเสธของประพจน์นั้น เรามาทบทวนกันสั้นๆ ก่อนนะครับว่า ประพจน์ คืออะไร
ประพจน์ (Proposition) คือ ประโยคหรือข้อความที่สามารถบอกค่าความจริงได้ว่าเป็นจริง (True, T) หรือเป็นเท็จ (False, F) อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น โดยไม่อยู่ในรูปคำถาม คำสั่ง หรืออุทาน เช่น “กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย” เป็นประพจน์ที่เป็นจริง หรือ ” ” เป็นประพจน์ที่เป็นเท็จ
เมื่อน้องๆ เข้าใจความหมายของประพจน์แล้ว เราก็พร้อมที่จะเข้าสู่เรื่องของ นิเสธ กันแล้วครับ
นิเสธคืออะไร และสัญลักษณ์ของมัน
นิเสธของประพจน์ (Negation of a Proposition) คือ การเปลี่ยนค่าความจริงของประพจน์นั้นให้ตรงข้ามกับค่าความจริงเดิม ถ้าประพจน์เดิมเป็นจริง นิเสธของมันจะเป็นเท็จ และถ้าประพจน์เดิมเป็นเท็จ นิเสธของมันจะเป็นจริง
เรามักจะใช้คำว่า “ไม่จริงที่ว่า…” หรือ “ไม่ใช่ว่า…” นำหน้าประพจน์เดิมเพื่อสร้างนิเสธครับ
สัญลักษณ์ที่ใช้แทนนิเสธของประพจน์ คือ (อ่านว่า “นิเสธของ P” หรือ “ไม่ P”) หรือบางตำราอาจจะใช้สัญลักษณ์ แทนก็ได้ครับ
ลองดูตารางค่าความจริงของนิเสธกันนะครับ:
| T | F |
| F | T |
ตัวอย่างง่ายๆ ครับ:
- ประพจน์ : “ประเทศไทยตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย” (เป็นจริง)
- นิเสธของ (): “ไม่จริงที่ว่าประเทศไทยตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย” หรือ “ประเทศไทยไม่ได้ตั้งอยู่ในทวีปเอเชีย” (เป็นเท็จ)
- ประพจน์ : “ปลาบินได้” (เป็นเท็จ)
- นิเสธของ (): “ไม่จริงที่ว่าปลาบินได้” หรือ “ปลาบินไม่ได้” (เป็นจริง)
หลักการหานิเสธของประพจน์ที่ซับซ้อนขึ้น
คราวนี้เรามาดูนิเสธของประพจน์เชิงประกอบ หรือประพจน์ที่เกิดจากการเชื่อมประพจน์ย่อยๆ ด้วยตัวเชื่อมต่างๆ กันบ้างนะครับ
นิเสธของการเชื่อมด้วย “และ” ()
นิเสธของประพจน์ คือ ซึ่งสมมูลกับ ครับ นี่คือกฎข้อแรกของเดอมอร์แกน (De Morgan’s Laws) นั่นเอง
ตัวอย่าง:
- ประพจน์: “พี่กฤษณ์เป็นผู้ชาย และ เก่งคณิตศาสตร์”
- นิเสธ: “พี่กฤษณ์ไม่เป็นผู้ชาย หรือ พี่กฤษณ์ไม่เก่งคณิตศาสตร์”
นิเสธของการเชื่อมด้วย “หรือ” ()
นิเสธของประพจน์ คือ ซึ่งสมมูลกับ ครับ นี่คือกฎข้อที่สองของเดอมอร์แกน
ตัวอย่าง:
- ประพจน์: “ฉันจะไปเที่ยวทะเล หรือ ฉันจะไปเที่ยวภูเขา”
- นิเสธ: “ฉันจะไม่ไปเที่ยวทะเล และ ฉันจะไม่ไปเที่ยวภูเขา”
นิเสธของประพจน์ “ถ้า…แล้ว…” ()
ประพจน์ จะเป็นเท็จเพียงกรณีเดียวเท่านั้น คือเมื่อ เป็นจริง และ เป็นเท็จ ดังนั้น นิเสธของประพจน์นี้คือ ครับ
ตัวอย่าง:
- ประพจน์: “ถ้าฝนตก แล้วถนนเปียก”
- นิเสธ: “ฝนตก แต่ถนนไม่เปียก” (หรือ “ฝนตก และ ถนนไม่เปียก”)
นิเสธของประพจน์ “ก็ต่อเมื่อ” ()
ประพจน์ จะเป็นจริงเมื่อ และ มีค่าความจริงเหมือนกัน (T กับ T หรือ F กับ F) ดังนั้น นิเสธของมันจะจริงเมื่อ และ มีค่าความจริงต่างกันครับ
นิเสธของ คือ ซึ่งสมมูลกับ หรือ หรือ ก็ได้ครับ
ตัวอย่าง:
- ประพจน์: “ฉันจะสอบผ่าน ก็ต่อเมื่อ ฉันขยันอ่านหนังสือ”
- นิเสธ: “ฉันจะสอบผ่าน ก็ต่อเมื่อ ฉันไม่ขยันอ่านหนังสือ” หรือ “ฉันไม่สอบผ่าน ก็ต่อเมื่อ ฉันขยันอ่านหนังสือ”
- อีกแบบคือ “ฉันสอบผ่านแต่ไม่ขยันอ่านหนังสือ หรือ ฉันไม่สอบผ่านแต่ขยันอ่านหนังสือ”
นิเสธของตัวบ่งปริมาณ (Quantifiers)
ตัวบ่งปริมาณเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญในการหานิเสธนะครับ น้องๆ คงเคยได้ยินคำว่า “สำหรับทุกๆ” หรือ “มีบางตัว” กันมาบ้างแล้ว
ตัวบ่งปริมาณ มี 2 ชนิดหลักๆ คือ
- สำหรับทุกๆ ค่า (For All): สัญลักษณ์ หมายถึง “สำหรับทุกๆ ค่าของ “
- มีบางค่า (There Exists): สัญลักษณ์ หมายถึง “มีบางค่าของ ” หรือ “มี อย่างน้อยหนึ่งตัว”
หลักการหานิเสธของตัวบ่งปริมาณคือ การเปลี่ยนตัวบ่งปริมาณไปเป็นตรงข้าม และหานิเสธของประโยคเปิดนั้นๆ ด้วย
- นิเสธของ คือ
- นิเสธของ คือ
ตัวอย่าง:
- ประพจน์: “” (สำหรับจำนวนจริง ทุกตัว, มากกว่า )
- นิเสธ: “” ซึ่งคือ “” (มีจำนวนจริง บางตัว ที่ น้อยกว่าหรือเท่ากับ )
- ประพจน์: “” (มีจำนวนจริง บางตัว ที่ )
- นิเสธ: “” ซึ่งคือ “” (สำหรับจำนวนจริง ทุกตัว, )
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการหานิเสธ
พี่กฤษณ์สังเกตเห็นว่าน้องๆ มักจะพลาดในจุดเหล่านี้เวลาหานิเสธครับ ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง:
- ลืมเปลี่ยนตัวเชื่อม (และ/หรือ): นี่คือข้อผิดพลาดคลาสสิกเลยครับ! น้องๆ มักจะจำได้ว่าต้องใส่นิเสธเข้าไปในประพจน์ย่อย แต่ลืมที่จะเปลี่ยนตัวเชื่อมจาก “และ” เป็น “หรือ” หรือจาก “หรือ” เป็น “และ” ตามกฎของเดอมอร์แกน เช่น นิเสธของ ไม่ใช่ นะครับ แต่ต้องเป็น
- สับสนกับการเปลี่ยนเครื่องหมายในอสมการ: นิเสธของ คือ (น้อยกว่าหรือเท่ากับ) ไม่ใช่ <math data-latex="x
(น้อยกว่า) เพราะว่าถ้า ประพจน์เดิม จะเป็นเท็จ และนิเสธของมันต้องเป็นจริง ซึ่ง สามารถเป็นจริงได้เมื่อ ครับ ต้องระวังจุดเล็กๆ นี้ให้ดีx < 5 x < 5 - ลืมเปลี่ยนตัวบ่งปริมาณ: อีกหนึ่งจุดที่พลาดบ่อยคือเมื่อหานิเสธของประพจน์ที่มีตัวบ่งปริมาณ น้องๆ มักจะลืมเปลี่ยน เป็น หรือกลับกันครับ ต้องจำให้ขึ้นใจว่าการหานิเสธต้องเปลี่ยนทั้งตัวบ่งปริมาณและตัวประโยคเปิด
- รีบคิด ทำให้ผิดพลาดในขั้นตอนย่อยๆ: บางครั้งประพจน์อาจจะซับซ้อน มีการเชื่อมหลายชั้น น้องๆ ควรค่อยๆ หานิเสธทีละส่วนจากนอกเข้าใน หรือค่อยๆ แปลงทีละตัวเชื่อมเพื่อลดความผิดพลาดครับ
เทคนิคและแนวคิดสำคัญในการทำข้อสอบ
เพื่อให้น้องๆ สามารถทำข้อสอบเกี่ยวกับนิเสธของประพจน์ได้อย่างแม่นยำ พี่กฤษณ์มีเทคนิคดีๆ มาฝากครับ:
- ทำความเข้าใจความหมายของประพจน์เดิมให้ถ่องแท้: ก่อนจะหานิเสธใดๆ ให้อ่านและทำความเข้าใจประพจน์ที่โจทย์ให้มาก่อนว่าหมายความว่าอย่างไร มีค่าความจริงเป็นอะไร เพื่อเป็นพื้นฐานในการเปลี่ยนค่าความจริงให้ตรงข้าม
- ใช้กฎของเดอมอร์แกนให้คล่องแคล่ว: นี่คือกุญแจสำคัญในการหานิเสธของประพจน์เชิงประกอบเลยครับ และ ท่องไว้ให้ขึ้นใจเลยครับ
- ระวังนิเสธของ “ถ้า…แล้ว…”: อย่างที่พี่กฤษณ์บอกไป นิเสธของ คือ ไม่ใช่ หรือ นะครับ!
- ฝึกเปลี่ยนเครื่องหมายอสมการให้ถูกต้อง: เป็น , เป็น , เป็น , เป็น <math data-latex="
, <math data-latex="< < เป็น , เป็น< < - คิดย้อนกลับเพื่อตรวจสอบ: หลังจากหานิเสธได้แล้ว ลองคิดดูว่าถ้าประพจน์เดิมเป็นจริง นิเสธเป็นเท็จไหม? หรือถ้าประพจน์เดิมเป็นเท็จ นิเสธเป็นจริงไหม? การตรวจสอบแบบนี้จะช่วยให้น้องๆ มั่นใจในคำตอบมากขึ้นครับ
สรุปแนวคิดสำคัญ
นิเสธของประพจน์เป็นเรื่องพื้นฐานแต่สำคัญในตรรกศาสตร์ การหานิเสธไม่ใช่แค่การเติมคำว่า “ไม่” ลงไปในประโยค แต่เป็นการเปลี่ยนค่าความจริงของประพจน์นั้นให้ตรงกันข้ามอย่างเป็นระบบ และมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการใช้กฎของเดอมอร์แกนในการหานิเสธของประพจน์เชิงประกอบ หรือการเปลี่ยนตัวบ่งปริมาณพร้อมกับหานิเสธของประโยคเปิด สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝนเพื่อให้เกิดความชำนาญครับ
ความเข้าใจในเรื่องนิเสธนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจแนวคิดทางคณิตศาสตร์อื่นๆ ที่ซับซ้อนขึ้นได้ง่ายขึ้น และยังเป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์ประโยคต่างๆ ในชีวิตประจำวันด้วยครับ
หากน้องๆ อยากเจาะลึกเนื้อหาตรรกศาสตร์ หรือต้องการฝึกโจทย์ที่หลากหลายและซับซ้อนขึ้น เพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยหรือเพิ่มเกรดที่โรงเรียน พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนคณิตศาสตร์ที่ครอบคลุม ทั้งคอร์สสดที่สตูดิโอ คอร์สออนไลน์ที่น้องๆ สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือแม้แต่คอร์สเรียนตัวต่อตัวที่ปรับเนื้อหาให้เหมาะกับน้องๆ เป็นพิเศษครับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครเรียนได้ที่เว็บไซต์ของพี่กฤษณ์ได้เลยนะครับ พี่กฤษณ์พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้น้องๆ เก่งคณิตศาสตร์อย่างมั่นใจครับ