การแปลงกราฟของฟังก์ชันด้วยการเลื่อน การยืด และการสะท้อน
น้องๆ เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมฟังก์ชันที่ดูซับซ้อนอย่าง เราถึงสามารถวาดกราฟได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องสร้างตารางค่า และ เยอะๆ คำตอบก็คือเราใช้ความรู้เรื่อง การแปลงกราฟ หรือ Graph Transformations นี่แหละครับ การเข้าใจเรื่องนี้จะช่วยให้น้องๆ วิเคราะห์และทำความเข้าใจพฤติกรรมของฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างลึกซึ้ง และยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนคณิตศาสตร์ระดับสูงขึ้นไปอีกด้วยครับ
ก่อนอื่น มาทบทวนกันนิดนึงว่า ฟังก์ชัน คืออะไร ฟังก์ชันก็คือความสัมพันธ์ที่สำหรับค่า แต่ละค่า จะมีค่า เพียงค่าเดียวเท่านั้น โดยเรามักจะเขียนในรูป ครับ และกราฟของฟังก์ชันก็คือการนำคู่อันดับ ที่สอดคล้องกับฟังก์ชันนั้นๆ มาพลอตลงบนระนาบพิกัดฉากนั่นเองครับ
หัวใจของการแปลงกราฟคือ การเริ่มต้นจาก กราฟพื้นฐาน (Parent Function) ที่เราคุ้นเคย เช่น พาราโบลา , เส้นตรง , กราฟค่าสัมบูรณ์ , กราฟรากที่สอง หรือกราฟฟังก์ชันกำลังสาม ครับ จากนั้นเราก็ทำการ “ปรับแต่ง” กราฟเหล่านี้ด้วยการเลื่อน การยืด หรือการสะท้อน เพื่อให้ได้กราฟของฟังก์ชันที่เราต้องการครับ
การเลื่อนกราฟ (Translation)
การเลื่อนกราฟคือการขยับกราฟทั้งหมดไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง โดยที่รูปร่างและขนาดของกราฟยังคงเดิมครับ
การเลื่อนในแนวตั้ง (Vertical Translation)
ถ้าเรามีฟังก์ชัน และเราต้องการเลื่อนกราฟขึ้นหรือลง เราจะเพิ่มหรือลบค่าคงที่เข้าไปที่ตัวฟังก์ชัน โดยตรงครับ
-
สำหรับ :
- ถ้า กราฟจะถูกเลื่อนขึ้นไปตามแกน Y หน่วยครับ
- ถ้า <math data-latex="c
กราฟจะถูกเลื่อนลงมาตามแกน Y หน่วย (หรือ หน่วยลงมา) ครับc < 0 c < 0
ตัวอย่าง: จากกราฟ ถ้าเราต้องการวาดกราฟ กราฟจะถูกเลื่อนขึ้นไป 3 หน่วยครับ จุดยอดจาก ก็จะกลายเป็น ครับ
การเลื่อนในแนวนอน (Horizontal Translation)
สำหรับการเลื่อนกราฟไปทางซ้ายหรือขวา เราจะเพิ่มหรือลบค่าคงที่เข้าไปที่ตัวแปร ภายในฟังก์ชันครับ
-
สำหรับ :
- ถ้า กราฟจะถูกเลื่อนไปทางขวาตามแกน X หน่วยครับ (น้องๆ ลองสังเกตว่าเครื่องหมายตรงกันข้ามกับที่เห็นนะครับ)
- ถ้า <math data-latex="h
กราฟจะถูกเลื่อนไปทางซ้ายตามแกน X หน่วยครับ เช่น ถ้าเป็น ก็คือ กราฟจะเลื่อนไปทางซ้าย 2 หน่วยครับh < 0 h < 0
ตัวอย่าง: จากกราฟ ถ้าเราต้องการวาดกราฟ กราฟจะถูกเลื่อนไปทางขวา 2 หน่วยครับ จุดยอดจาก ก็จะกลายเป็น ครับ
การยืดและหดกราฟ (Stretching and Compressing)
การยืดและหดกราฟคือการเปลี่ยนแปลงขนาดของกราฟในแนวตั้งหรือแนวนอนครับ
การยืด/หดในแนวตั้ง (Vertical Stretch/Compress)
เราจะเปลี่ยนแปลงขนาดของกราฟในแนวตั้ง โดยการคูณค่าคงที่ เข้าไปที่ตัวฟังก์ชัน ครับ โดยที่ ครับ
-
สำหรับ :
- ถ้า กราฟจะถูกยืดออกในแนวตั้งครับ (กราฟจะดูผอมลง)
- ถ้า <math data-latex="0 < |a|
กราฟจะถูกหดเข้าในแนวตั้งครับ (กราฟจะดูอ้วนขึ้น)0 < | a | < 1 0 < |a| < 1 - ถ้า <math data-latex="a
นอกจากจะมีการยืดหรือหดแล้ว ยังมีการสะท้อนข้ามแกน X ด้วยครับ (เดี๋ยวเราจะพูดถึงเรื่องการสะท้อนอีกครั้งครับ)a < 0 a < 0
ตัวอย่าง: จากกราฟ ถ้าเป็น กราฟจะถูกยืดในแนวตั้ง ทำให้ปากกราฟแคบลงครับ แต่ถ้าเป็น กราฟจะถูกหดในแนวตั้ง ทำให้ปากกราฟกว้างขึ้นครับ
การยืด/หดในแนวนอน (Horizontal Stretch/Compress)
เราจะเปลี่ยนแปลงขนาดของกราฟในแนวนอน โดยการคูณค่าคงที่ เข้าไปที่ตัวแปร ภายในฟังก์ชันครับ โดยที่ ครับ
-
สำหรับ :
- ถ้า กราฟจะถูกหดเข้าในแนวนอนครับ (ดูเหมือนถูกบีบเข้าหากัน) โดยจะหดด้วยปัจจัย ครับ
- ถ้า <math data-latex="0 < |b|
กราฟจะถูกยืดออกในแนวนอนครับ (ดูเหมือนถูกดึงออก) โดยจะยืดด้วยปัจจัย ครับ0 < | b | < 1 0 < |b| < 1 - ถ้า <math data-latex="b
นอกจากจะมีการยืดหรือหดแล้ว ยังมีการสะท้อนข้ามแกน Y ด้วยครับb < 0 b < 0
น้องๆ อาจจะรู้สึกว่าการยืด/หดแนวนอนมันตรงกันข้ามกับความรู้สึกเล็กน้อยนะครับ เพราะ กลับเป็นการหด และ <math data-latex="0 < b
กลับเป็นการยืด ลองคิดดูว่า ถ้า ค่า จะวิ่งครบ 360 องศา (หรือ เรเดียน) ได้เร็วกว่า ปกติถึง 2 เท่า ทำให้กราฟถูกบีบให้ครบวงจรเร็วขึ้นครับ0 < b < 1 0 < b < 1 ตัวอย่าง: จากกราฟ ถ้าเป็น กราฟจะถูกหดในแนวนอนเข้าหาแกน Y ครับ ทำให้กราฟดูตั้งชันขึ้น แต่ถ้าเป็น กราฟจะถูกยืดในแนวนอนออกจากแกน Y ครับ
การสะท้อนกราฟ (Reflection)
การสะท้อนกราฟคือการพลิกกราฟข้ามเส้นแกนสมมาตรครับ
การสะท้อนข้ามแกน X (Reflection across X-axis)
ถ้าเราคูณ เข้าไปที่ตัวฟังก์ชัน เราจะได้กราฟที่สะท้อนข้ามแกน X ครับ
- สำหรับ ทุกจุด บนกราฟ จะกลายเป็น ครับ พูดง่ายๆ คือกราฟจะถูกพลิกกลับหัวลงนั่นเองครับ
ตัวอย่าง: จากกราฟ (พาราโบลาหงาย) ถ้าเป็น กราฟจะสะท้อนข้ามแกน X กลายเป็นพาราโบลาคว่ำครับ
การสะท้อนข้ามแกน Y (Reflection across Y-axis)
ถ้าเราแทนที่ ด้วย ในฟังก์ชัน เราจะได้กราฟที่สะท้อนข้ามแกน Y ครับ
- สำหรับ ทุกจุด บนกราฟ จะกลายเป็น ครับ กราฟจะถูกพลิกจากซ้ายไปขวา หรือขวาไปซ้ายครับ
ตัวอย่าง: จากกราฟ (เป็นครึ่งพาราโบลาเปิดไปทางขวา) ถ้าเป็น กราฟจะสะท้อนข้ามแกน Y กลายเป็นครึ่งพาราโบลาเปิดไปทางซ้ายครับ
ลำดับของการแปลงกราฟ (Order of Transformations)
เมื่อมีการแปลงกราฟหลายๆ แบบพร้อมกัน ลำดับของการทำมีผลต่อผลลัพธ์นะครับ น้องๆ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเลยครับ
พี่กฤษณ์แนะนำลำดับการแปลงดังนี้ครับ:
- การยืด/หด และการสะท้อนในแนวนอน (Horizontal Stretch/Compress and Reflection): จัดการกับพจน์ที่อยู่ภายในวงเล็บของ ก่อนครับ เช่น ถ้ามี หรือ
- การยืด/หด และการสะท้อนในแนวตั้ง (Vertical Stretch/Compress and Reflection): จัดการกับสัมประสิทธิ์ที่คูณอยู่หน้าฟังก์ชัน ครับ เช่น ถ้ามี หรือ
- การเลื่อนในแนวนอน (Horizontal Translation): จัดการกับการบวกหรือลบ จาก ครับ เช่น
- การเลื่อนในแนวตั้ง (Vertical Translation): จัดการกับการบวกหรือลบ เข้าไปที่ทั้งฟังก์ชันครับ เช่น
สรุปคือ ทำ “คูณหาร” ก่อน “บวกลบ” และทำส่วนที่ติดกับ โดยตรงก่อนส่วนที่อยู่นอก ครับ หากมี อยู่ในฟังก์ชัน ต้องจัดรูปเป็น ก่อนนะครับ เพื่อให้เห็นค่า ที่ถูกต้องครับ
ตัวอย่างโจทย์และการประยุกต์ใช้
มาลองดูตัวอย่างการแปลงกราฟกันนะครับ
โจทย์: จงวาดกราฟของฟังก์ชัน โดยเริ่มจากกราฟพื้นฐาน ครับ
วิธีทำ:
- กราฟพื้นฐาน: เริ่มต้นจาก ซึ่งเป็นพาราโบลาหงาย มีจุดยอดที่ ครับ
- การเลื่อนในแนวนอน: พิจารณา หรือ ครับ หมายถึงเลื่อนกราฟ ไปทางซ้าย 1 หน่วยครับ จุดยอดจะอยู่ที่ ครับ
- การยืดในแนวตั้งและการสะท้อนข้ามแกน X: พิจารณา ครับ
- มี โดยที่ ดังนั้นกราฟจะถูกยืดในแนวตั้ง (ปากแคบลง) 2 เท่าครับ
- และเนื่องจาก เป็นลบ กราฟจะสะท้อนข้ามแกน X ด้วย ทำให้พาราโบลาหงายกลายเป็นพาราโบลาคว่ำครับ จุดยอดจะยังคงอยู่ที่ ครับ
- การเลื่อนในแนวตั้ง: สุดท้ายพิจารณา ครับ หมายถึงเลื่อนกราฟทั้งหมดขึ้นไป 3 หน่วยครับ จุดยอดสุดท้ายจะอยู่ที่ ครับ
เห็นไหมครับว่าเราสามารถสร้างกราฟที่ซับซ้อนได้จากกราฟพื้นฐานเพียงไม่กี่ขั้นตอนเท่านั้นเองครับ
การแปลงกราฟเหล่านี้ไม่ได้ใช้แค่ในห้องเรียนเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีการประยุกต์ใช้ในสาขาต่างๆ มากมาย เช่น:
- ฟิสิกส์: ในการวิเคราะห์การเคลื่อนที่ของวัตถุ การเคลื่อนที่แบบฮาร์มอนิกอย่างง่าย หรือการศึกษาคลื่นต่างๆ ฟังก์ชันไซน์หรือโคไซน์จะถูกแปลงเพื่ออธิบายแอมพลิจูด ความถี่ หรือเฟสที่เปลี่ยนไปครับ
- วิศวกรรมศาสตร์: ในการออกแบบโครงสร้าง การวิเคราะห์สัญญาณไฟฟ้า หรือการควบคุมระบบต่างๆ การปรับพารามิเตอร์ของฟังก์ชันก็คือการแปลงกราฟนั่นเองครับ
- วิทยาการคอมพิวเตอร์และกราฟิกดีไซน์: ในการสร้างโมเดล 3 มิติ การปรับขนาด การหมุน หรือการเคลื่อนย้ายวัตถุในเกมหรือโปรแกรมกราฟิก ก็ใช้หลักการแปลงทางเรขาคณิต ซึ่งรวมถึงการแปลงกราฟเหล่านี้ครับ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (Common Mistakes)
น้องๆ หลายคนมักจะพลาดในจุดเหล่านี้ครับ พี่กฤษณ์รวบรวมมาให้แล้ว จะได้ไม่พลาดตามกันนะครับ
- สลับทิศทางของการเลื่อนแนวนอน: เช่น เห็น แล้วคิดว่าเลื่อนไปทางขวา หน่วย ที่จริงต้องเลื่อนไปทางซ้าย หน่วยนะครับ เพราะ ครับ
- สับสนการยืด/หดแนวนอน: การที่ ใน คือการหด ไม่ใช่ยืดนะครับ เพราะกราฟจะใช้ค่า ที่น้อยลงเพื่อให้ได้ค่า เท่าเดิมครับ
- ลืมลำดับการแปลง: การทำผิดลำดับ เช่น เลื่อนก่อนยืด อาจทำให้กราฟที่ได้ผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็นครับ
- สับสนระหว่าง กับ : สองอย่างนี้เป็นการสะท้อนคนละแกนกันนะครับ สะท้อนข้ามแกน X (เปลี่ยนค่า เป็น ) ส่วน สะท้อนข้ามแกน Y (เปลี่ยนค่า เป็น ) ครับ
เทคนิคทำข้อสอบและมุมมองเพิ่มเติม
เพื่อให้น้องๆ ทำข้อสอบเรื่องการแปลงกราฟได้อย่างมั่นใจ พี่กฤษณ์มีเทคนิคดีๆ มาฝากครับ:
- จำกราฟพื้นฐานให้แม่น: กราฟของ , , , , , และ เป็นต้น ควรจะจำรูปร่างและจุดสำคัญๆ ของมันให้ขึ้นใจครับ
- ทำความเข้าใจผลของแต่ละการแปลง: การเลื่อนมีผลต่อตำแหน่ง การยืด/หดมีผลต่อรูปร่าง การสะท้อนมีผลต่อทิศทาง จำผลกระทบเหล่านี้ให้แม่นยำครับ
- ฝึกทำโจทย์แบบเป็นขั้นเป็นตอน: อย่ารีบร้อนครับ ค่อยๆ ทำทีละขั้นตามลำดับที่พี่กฤษณ์แนะนำไป จะช่วยลดความผิดพลาดได้มากครับ
- วาดกราฟประกอบ: การวาดกราฟคร่าวๆ ในแต่ละขั้นตอนจะช่วยให้น้องๆ เห็นภาพและตรวจสอบความถูกต้องได้ง่ายขึ้นครับ แม้จะเป็นเพียงภาพร่างก็มีประโยชน์มากครับ
- ระวังการจัดรูปสมการ: บางครั้งฟังก์ชันอาจมาในรูปที่ยังไม่พร้อมแปลง เช่น ต้องจัดรูปเป็น ก่อน เพื่อให้เห็นค่าการเลื่อน ที่ถูกต้องครับ
สรุปแนวคิดสำคัญ
สรุปการแปลงกราฟที่สำคัญอีกครั้งนะครับ:
-
การเลื่อนแนวตั้ง: เลื่อนขึ้น หน่วย (ถ้า ) หรือลง (ถ้า <math data-latex="c
) ครับc < 0 c<0 -
การเลื่อนแนวนอน: เลื่อนไปทางขวา หน่วย (ถ้า ) หรือซ้าย (ถ้า <math data-latex="h
) ครับh < 0 h<0 -
การยืด/หดแนวตั้ง: ยืดถ้า หดถ้า <math data-latex="0<|a|
ครับ0 < | a | < 1 0<|a|<1 -
การยืด/หดแนวนอน: หดถ้า ยืดถ้า <math data-latex="0<|b|
ครับ0 < | b | < 1 0<|b|<1 -
การสะท้อนข้ามแกน X: ครับ
-
การสะท้อนข้ามแกน Y: ครับ
การแปลงกราฟเป็นพื้นฐานที่สำคัญในคณิตศาสตร์มากๆ เลยนะครับน้องๆ ถ้าเราเข้าใจแนวคิดเหล่านี้อย่างถ่องแท้ จะช่วยให้น้องๆ ไม่ต้องท่องจำกราฟเยอะแยะมากมาย แต่สามารถสร้างกราฟต่างๆ ขึ้นมาได้ด้วยหลักการไม่กี่อย่างนี้ครับ
หากน้องๆ คนไหนรู้สึกว่ายังไม่เข้าใจในบางจุด หรืออยากฝึกทำโจทย์ที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สสอนคณิตศาสตร์ที่ครอบคลุมเนื้อหานี้และอื่นๆ อีกมากมายเลยนะครับ น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ มีทั้งคอร์สสดที่น้องๆ สามารถมาเรียนที่สถาบัน คอร์สออนไลน์ที่เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา และคอร์สตัวต่อตัวที่พี่กฤษณ์จะดูแลน้องๆ อย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษด้วยครับ มาร่วมสนุกกับการเรียนคณิตศาสตร์กับพี่กฤษณ์นะครับ!