Skip to content
Home » บทความ » การวิเคราะห์ประโยคทางคณิตศาสตร์ว่าเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์

การวิเคราะห์ประโยคทางคณิตศาสตร์ว่าเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์

ทำความเข้าใจ “ประพจน์” คืออะไร

ก่อนที่เราจะเริ่มวิเคราะห์ประโยคต่างๆ เรามาทำความเข้าใจความหมายของคำว่า “ประพจน์” กันก่อนนะครับ

ประพจน์ (Proposition) คือ ประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธที่สามารถระบุค่าความจริงได้ชัดเจนว่าเป็นจริงหรือเท็จอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่จะพร้อมกันทั้งสองอย่างไม่ได้นะครับ

จากคำจำกัดความนี้ น้องๆ จะเห็นว่ามีองค์ประกอบสำคัญอยู่ 2 ประการที่ทำให้ประโยคหนึ่งๆ กลายเป็นประพจน์ ได้แก่

  • เป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธเท่านั้น ห้ามเป็นประโยคคำถาม คำสั่ง ขอร้อง หรืออุทานโดยเด็ดขาดครับ
  • สามารถระบุค่าความจริงได้ชัดเจนว่าเป็นจริง (True) หรือเท็จ (False) เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แม้ว่าบางครั้งเราอาจจะยังไม่ทราบค่าความจริงนั้นในปัจจุบันก็ตาม แต่ประโยคต้องมีค่าความจริงที่เป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียว

ทำไมการแยกแยะประพจน์ถึงสำคัญ?

น้องๆ อาจจะสงสัยว่าทำไมเราต้องมานั่งแยกแยะด้วยว่าประโยคไหนเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์กัน การทำความเข้าใจเรื่องประพจน์เป็นก้าวแรกที่สำคัญมากในการศึกษาตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์ครับ เพราะตรรกศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยการให้เหตุผลที่สมเหตุสมผล ซึ่งจะเริ่มต้นจากการนำประพจน์หลายๆ ประพจน์มาเชื่อมโยงกัน เพื่อสร้างข้อสรุปใหม่ๆ ขึ้นมา

ในวิชาคณิตศาสตร์ การพิสูจน์ทฤษฎีบทต่างๆ การแก้ปัญหา หรือแม้แต่การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ล้วนต้องใช้หลักการของตรรกศาสตร์ทั้งสิ้นครับ การแยกแยะประพจน์ได้จะช่วยให้น้องๆ สามารถวิเคราะห์โจทย์ สร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ หรือแม้แต่ตรวจจับข้อผิดพลาดทางตรรกะได้อย่างแม่นยำมากขึ้นครับ

ตัวอย่างประโยคที่เป็นประพจน์

มาดูตัวอย่างประโยคที่เป็นประพจน์กันครับ เพื่อให้น้องๆ เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น

  • “กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย”

    เป็นประโยคบอกเล่า และมีค่าความจริงเป็นจริงอย่างชัดเจน

  • 2 + 3 = 6 2 + 3 = 6

    เป็นประโยคบอกเล่า และมีค่าความจริงเป็นเท็จอย่างชัดเจน เพราะ 2 + 3 = 5 2+3=5

  • “ดาวอังคารมีสิ่งมีชีวิต”

    เป็นประโยคบอกเล่า แม้ว่าในปัจจุบันเราอาจจะยังไม่ทราบค่าความจริงที่แน่ชัด แต่ความจริงแล้วมันมีค่าความจริงอยู่แล้ว คือไม่จริงก็เท็จอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นครับ ไม่สามารถเป็นได้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน

  • “10 ไม่ใช่จำนวนเฉพาะ”

    เป็นประโยคปฏิเสธ และมีค่าความจริงเป็นจริงอย่างชัดเจน เพราะ 10 สามารถหารด้วย 2 และ 5 ลงตัวได้

  • 4 = 2 sqrt{4} = 2

    เป็นประโยคบอกเล่า และมีค่าความจริงเป็นจริงอย่างชัดเจน

ตัวอย่างประโยคที่ไม่เป็นประพจน์

คราวนี้มาดูตัวอย่างประโยคที่ไม่เป็นประพจน์กันบ้างครับ ซึ่งจะมีหลายรูปแบบที่น้องๆ ควรระวัง

  • ประโยคคำถาม: “วันนี้อากาศดีไหมครับ?”

    ประโยคคำถามไม่สามารถระบุค่าความจริงว่าจริงหรือเท็จได้เลย

  • ประโยคคำสั่ง/ขอร้อง/ชักชวน: “กรุณาปิดประตูด้วยครับ”, “ไปเที่ยวกันเถอะ”, “จงหาค่าของ x”

    ประโยคเหล่านี้ไม่ใช่ประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ จึงไม่มีค่าความจริง

  • ประโยคอุทาน: “โอ้โห! สวยจังเลย!”

    เช่นเดียวกับประโยคคำสั่ง ประโยคอุทานไม่สามารถมีค่าความจริงได้

  • ประโยคเปิด (Open Sentence): นี่คือจุดที่สำคัญมากในทางคณิตศาสตร์ครับ

    ประโยคเปิดคือประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธที่มีตัวแปร หรือคำสรรพนามที่ไม่เฉพาะเจาะจง ทำให้ยังไม่สามารถระบุค่าความจริงได้จนกว่าจะมีการแทนค่าตัวแปรนั้น หรือระบุให้ชัดเจนครับ

    • x + 5 = 10 x + 5 = 10

      ไม่เป็นประพจน์ เพราะค่าความจริงขึ้นอยู่กับค่าของ x

      ถ้า x = 5 x=5 ประโยคจะเป็นจริง

      ถ้า x = 1 x=1 ประโยคจะเป็นเท็จ

      ดังนั้นในรูปนี้ยังไม่สามารถระบุค่าความจริงที่แน่นอนได้ จึงไม่เป็นประพจน์ครับ

    • “เขาเป็นนักเรียนที่เก่งมาก”

      ไม่เป็นประพจน์ เพราะ ‘เขา’ ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร ค่าความจริงขึ้นอยู่กับว่า ‘เขา’ ที่พูดถึงนั้นคือใคร

    • <math data-latex="y y < 7 y < 7

      ไม่เป็นประพจน์ เพราะค่าความจริงขึ้นอยู่กับค่าของ y

    อย่างไรก็ตาม ประโยคเปิดสามารถกลายเป็นประพจน์ได้เมื่อมีการระบุค่าของตัวแปร หรือมีการใส่ตัวบ่งปริมาณ (Quantifier) เช่น “สำหรับทุกๆ” ( ∀ forall ) หรือ “มีบางตัว” ( ∃ exists ) เข้าไปครับ

    • ∀ x ∈ R , x + 5 = 10 forall x in mathbb{R}, x + 5 = 10

      ตอนนี้ประโยคนี้เป็นประพจน์แล้วครับ และมีค่าความจริงเป็นเท็จ เพราะไม่ใช่ทุกจำนวนจริง x ที่ทำให้สมการนี้เป็นจริง

    • ∃ x ∈ R , x + 5 = 10 exists x in mathbb{R}, x + 5 = 10

      ประโยคนี้ก็เป็นประพจน์เช่นกันครับ และมีค่าความจริงเป็นจริง เพราะมีจำนวนจริง x = 5 x=5 ที่ทำให้สมการนี้เป็นจริง

  • ประโยคบอกเล่าที่มีความหมายคลุมเครือ: “อาหารจานนี้อร่อย”

    แม้จะเป็นประโยคบอกเล่า แต่คำว่า ‘อร่อย’ เป็นความรู้สึกส่วนตัว ไม่สามารถระบุค่าความจริงที่เป็นสากลได้ บางคนอาจจะบอกว่าจริง บางคนอาจจะบอกว่าเท็จ ทำให้ไม่เป็นประพจน์

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการพิจารณาประพจน์

จากประสบการณ์สอนของพี่กฤษณ์ มีบางจุดที่น้องๆ มักจะเข้าใจผิดบ่อยๆ ในการพิจารณาว่าประโยคไหนเป็นประพจน์หรือไม่เป็นประพจน์ครับ

  • สับสนระหว่าง ‘ไม่รู้ค่าความจริง’ กับ ‘ไม่มีค่าความจริง’: น้องๆ จำนวนมากมักคิดว่าถ้าเรายังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าประโยคนั้นจริงหรือเท็จ ก็จะถือว่าไม่เป็นประพจน์ ตัวอย่างเช่น “ในอีก 50 ปีข้างหน้า มนุษย์จะสามารถเดินทางข้ามกาแล็กซีได้” ประโยคนี้เป็นประพจน์นะครับ เพราะมันมีค่าความจริงอยู่แล้วในจักรวาลนี้ เพียงแค่เรายังไม่สามารถค้นพบหรือพิสูจน์ได้ในตอนนี้เท่านั้นเองครับ สิ่งที่ไม่เป็นประพจน์คือประโยคที่ “ไม่สามารถ” กำหนดค่าความจริงให้มันได้เลยต่างหาก
  • เข้าใจผิดเรื่องประโยคเปิด: น้องๆ มักลืมว่าประโยคที่มีตัวแปรทางคณิตศาสตร์ ( x , y x, y ) หรือคำสรรพนามที่ไม่ระบุชัดเจน (‘เขา’, ‘มัน’) แต่ไม่มีการระบุค่า หรือไม่มีตัวบ่งปริมาณกำกับอยู่ จะยังไม่เป็นประพจน์ครับ
  • มองข้ามประโยคที่มีความหมายคลุมเครือ: การใช้คำคุณศัพท์ที่ขึ้นอยู่กับมุมมองส่วนบุคคล เช่น ‘สวย’, ‘ดี’, ‘สูง’, ‘แพง’ ในประโยคบอกเล่า มักจะทำให้ประโยคนั้นไม่เป็นประพจน์ เพราะไม่สามารถตัดสินค่าความจริงได้เป็นสากลครับ

เทคนิคการพิจารณาอย่างรวดเร็ว

เพื่อให้น้องๆ สามารถพิจารณาได้อย่างรวดเร็วว่าประโยคใดเป็นประพจน์หรือไม่ พี่กฤษณ์มีขั้นตอนง่ายๆ มาแนะนำครับ

ขั้นตอนที่ 1: ดูว่าประโยคนั้นเป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธหรือไม่?

  • ถ้าเป็นคำถาม คำสั่ง ขอร้อง ชวน หรืออุทาน ก็ให้ตอบได้ทันทีว่า “ไม่เป็นประพจน์” ครับ
  • ถ้าเป็นประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธ ให้ไปขั้นตอนที่ 2

ขั้นตอนที่ 2: ประโยคนั้นสามารถระบุค่าความจริงได้ชัดเจนว่าเป็นจริงหรือเท็จอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นหรือไม่?

  • ระวังประโยคเปิด (มีตัวแปรแต่ไม่ระบุค่า/ไม่มีตัวบ่งปริมาณ) และประโยคที่ความหมายคลุมเครือ (เช่น ‘สวย’, ‘อร่อย’)
    • ถ้าประโยคมีตัวแปรแต่ยังไม่ระบุค่า หรือมีตัวบ่งปริมาณกำกับไม่ชัดเจน หรือมีความหมายคลุมเครือ ก็ให้ตอบว่า “ไม่เป็นประพจน์” ครับ
    • ถ้าสามารถระบุค่าความจริงได้ชัดเจน (แม้เราจะยังไม่รู้ค่าความจริงนั้นก็ตาม) ก็ให้ตอบว่า “เป็นประพจน์” ครับ

ตัวอย่างโจทย์และแนวทางการวิเคราะห์

มาลองฝึกวิเคราะห์ประโยคต่างๆ ตามเทคนิคข้างต้นกันนะครับ

  1. 0″> x 2 + 1 > 0 x^2 + 1 > 0

    วิเคราะห์: เป็นประโยคบอกเล่า แต่มีตัวแปร x ที่ยังไม่ระบุค่า ทำให้ไม่สามารถตัดสินค่าความจริงได้ทันที

    ผลลัพธ์: ไม่เป็นประพจน์ (เป็นประโยคเปิด)

  2. 0″> ∀ x ∈ R , x 2 + 1 > 0 forall x in mathbb{R}, x^2 + 1 > 0

    วิเคราะห์: เป็นประโยคบอกเล่า และมีการระบุตัวบ่งปริมาณ ∀ x ∈ R forall x in mathbb{R} ทำให้สามารถตัดสินค่าความจริงได้ว่าจริง (เพราะ x 2 ≥ 0 x^2 geq 0 เสมอ สำหรับจำนวนจริง x ใดๆ)

    ผลลัพธ์: เป็นประพจน์ (มีค่าความจริงเป็นจริง)

  3. “เขาสอบได้คะแนนสูงสุดของห้อง”

    วิเคราะห์: เป็นประโยคบอกเล่า แต่มีคำสรรพนาม ‘เขา’ ที่ไม่เฉพาะเจาะจง ทำให้ไม่สามารถตัดสินค่าความจริงได้

    ผลลัพธ์: ไม่เป็นประพจน์ (เป็นประโยคเปิด)

  4. “3 เป็นจำนวนคี่”

    วิเคราะห์: เป็นประโยคบอกเล่า และสามารถระบุค่าความจริงได้ชัดเจนว่าเป็นจริง

    ผลลัพธ์: เป็นประพจน์ (มีค่าความจริงเป็นจริง)

  5. “จงหาค่า x”

    วิเคราะห์: เป็นประโยคคำสั่ง

    ผลลัพธ์: ไม่เป็นประพจน์

  6. 2 3 = 3 2 2^3 = 3^2

    วิเคราะห์: เป็นประโยคบอกเล่า และสามารถระบุค่าความจริงได้ชัดเจน (เพราะ 2 3 = 8 2^3 = 8 และ 3 2 = 9 3^2 = 9 ซึ่ง 8 ≠ 9 8 neq 9 ทำให้ประโยคนี้เป็นเท็จ)

    ผลลัพธ์: เป็นประพจน์ (มีค่าความจริงเป็นเท็จ)

สรุปแนวคิดสำคัญ

การแยกแยะประพจน์ได้ถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนรู้ตรรกศาสตร์และคณิตศาสตร์นะครับ น้องๆ จำไว้ว่าประพจน์คือประโยคบอกเล่าหรือปฏิเสธที่สามารถกำหนดค่าความจริงได้ชัดเจนว่าเป็นจริงหรือเท็จเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น สิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือ “ประโยคเปิด” ที่มีตัวแปรหรือคำที่ไม่เฉพาะเจาะจง และประโยคที่มีความหมายคลุมเครือครับ การทำความเข้าใจจุดนี้ได้จะช่วยให้การเรียนรู้เนื้อหาที่ซับซ้อนขึ้นในอนาคตเป็นไปอย่างราบรื่นและมีเหตุผลมากขึ้นแน่นอนครับ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจเรื่องประพจน์ได้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ หัวใจสำคัญของการเรียนคณิตศาสตร์คือการฝึกฝน และการทำความเข้าใจในแต่ละแนวคิดอย่างถ่องแท้ ถ้าหากน้องๆ อยากเจาะลึกเนื้อหาเหล่านี้ให้แม่นยำยิ่งขึ้น หรือต้องการเสริมพื้นฐานในวิชาคณิตศาสตร์ส่วนอื่นๆ พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนหลากหลายรูปแบบที่เหมาะกับน้องๆ ทุกคนเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สเรียนสด บรรยากาศสนุกสนาน คอร์สออนไลน์ที่สามารถทบทวนได้ตลอด หรือจะเลือกเรียนแบบตัวต่อตัว เพื่อการดูแลที่เข้มข้นเป็นพิเศษ น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและเลือกคอร์สที่ใช่ได้เลยในเว็บไซต์นี้นะครับ พี่กฤษณ์พร้อมดูแลและเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนเลยครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *