Skip to content
Home » บทความ » กฎของเลขยกกำลัง

กฎของเลขยกกำลัง

กฎของเลขยกกำลัง

เลขยกกำลังคืออะไรกันนะ? ก่อนอื่นเรามาทบทวนความหมายของเลขยกกำลังกันก่อนนะครับ เลขยกกำลังคือการดำเนินการทางคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการคูณตัวเลขตัวหนึ่งซ้ำๆ เป็นจำนวนครั้งที่กำหนดครับ

โดยทั่วไปเราเขียนเลขยกกำลังในรูปแบบ a n a^n ครับ

  • a คือ ฐาน (Base) ซึ่งเป็นตัวเลขที่เรานำมาคูณซ้ำๆ
  • n คือ เลขชี้กำลัง (Exponent หรือ Power) ซึ่งเป็นจำนวนครั้งที่เราจะคูณฐานด้วยตัวมันเอง

เช่น 2 3 2^3 หมายถึง 2 × 2 ×2 2 times 2 times 2 ซึ่งเท่ากับ 8 ครับ ไม่ใช่ 2 × 3 2 times 3 นะครับ! นี่คือความเข้าใจพื้นฐานที่น้องๆ ต้องจำให้แม่นเลยครับ

กฎพื้นฐานของเลขยกกำลังที่น้องๆ ต้องจำให้ขึ้นใจ

พี่กฤษณ์ขอแนะนำกฎของเลขยกกำลังที่สำคัญและใช้บ่อยที่สุดนะครับ ถ้าจำได้และเข้าใจถ่องแท้ จะช่วยให้การคำนวณง่ายขึ้นเยอะเลยครับ

1. การคูณเลขยกกำลังที่มีฐานเดียวกัน: เมื่อฐานเหมือนกัน ให้นำเลขชี้กำลังมาบวกกันครับ

a m ⋅ a n = a m + n a^m cdot a^n = a^{m+n} เมื่อ a ≠ 0 a neq 0

ตัวอย่าง: 2 3 ⋅ 2 4 = 2 3 + 4 = 2 7 2^3 cdot 2^4 = 2^{3+4} = 2^7 (ซึ่งเท่ากับ 8 × 16 = 128 8 times 16 = 128 และ 2 7 = 128 2^7 = 128 )

2. การหารเลขยกกำลังที่มีฐานเดียวกัน: เมื่อฐานเหมือนกัน ให้นำเลขชี้กำลังของตัวส่วนไปลบออกจากเลขชี้กำลังของตัวเศษครับ

a m a n = a m − n frac{a^m}{a^n} = a^{m-n} เมื่อ a ≠ 0 a neq 0

ตัวอย่าง: 5 6 5 2 = 5 6 − 2 = 5 4 frac{5^6}{5^2} = 5^{6-2} = 5^4 (ซึ่งเท่ากับ 15625 25 = 625 frac{15625}{25} = 625 และ 5 4 = 625 5^4 = 625 )

3. เลขยกกำลังซ้อน: เมื่อมีเลขยกกำลังที่ถูกยกกำลังอีกที ให้นำเลขชี้กำลังมาคูณกันครับ

( a m ) n = a m n (a^m)^n = a^{mn}

ตัวอย่าง: ( 3 2 ) 3 = 3 2 × 3 = 3 6 (3^2)^3 = 3^{2 times 3} = 3^6 (ซึ่งเท่ากับ ( 9 ) 3 = 729 (9)^3 = 729 และ 3 6 = 729 3^6 = 729 )

4. เลขยกกำลังของการคูณหรือการหาร: สามารถกระจายเลขชี้กำลังเข้าไปในแต่ละฐานได้ครับ

( a b ) n = a n b n (ab)^n = a^n b^n

( a b ) n = a n b n (frac{a}{b})^n = frac{a^n}{b^n} เมื่อ b ≠ 0 b neq 0

ตัวอย่าง: ( 2 x ) 3 = 2 3 x 3 = 8 x 3 (2x)^3 = 2^3 x^3 = 8x^3

ตัวอย่าง: ( 3 y ) 2 = 3 2 y 2 = 9 y 2 (frac{3}{y})^2 = frac{3^2}{y^2} = frac{9}{y^2}

5. เลขยกกำลังที่เป็นศูนย์: จำนวนใดๆ ที่ไม่เท่ากับศูนย์ เมื่อยกกำลังด้วยศูนย์ จะมีค่าเท่ากับ 1 เสมอครับ

a 0 = 1 a^0 = 1 เมื่อ a ≠ 0 a neq 0

ตัวอย่าง: 7 0 = 1 7^0 = 1 , ( x y z ) 0 = 1 (xyz)^0 = 1 (ถ้า x , y , z ≠ 0 x,y,z neq 0 )

ข้อควรระวัง: 0 0 0^0 ไม่นิยามนะครับ น้องๆ อย่าเผลอไปตอบ 1 เด็ดขาดครับ

6. เลขยกกำลังที่เป็นจำนวนเต็มลบ: การยกกำลังด้วยจำนวนลบ หมายถึงส่วนกลับของฐานนั้นๆ ที่ยกกำลังด้วยจำนวนบวกครับ

a − n = 1 a n a^{-n} = frac{1}{a^n} และ 1 a − n = a n frac{1}{a^{-n}} = a^n เมื่อ a ≠ 0 a neq 0

ตัวอย่าง: 4 − 2 = 1 4 2 = 1 16 4^{-2} = frac{1}{4^2} = frac{1}{16}

ตัวอย่าง: 1 x − 3 = x 3 frac{1}{x^{-3}} = x^3

7. เลขยกกำลังที่เป็นเศษส่วน (ราก): เลขชี้กำลังที่เป็นเศษส่วนสามารถเปลี่ยนรูปเป็นเครื่องหมายกรณฑ์ (ราก) ได้ครับ

a m n = a m n a^{frac{m}{n}} = sqrt[n]{a^m} เมื่อ n ≠ 0 n neq 0 และในกรณีที่ n n เป็นจำนวนคู่ a a ต้อง ≥ 0 geq 0

ตัวอย่าง: 8 2 3 = 8 2 3 = 64 3 = 4 8^{frac{2}{3}} = sqrt[3]{8^2} = sqrt[3]{64} = 4 หรือจะทำเป็น ( 8 3 ) 2 = 2 2 = 4 (sqrt[3]{8})^2 = 2^2 = 4 ก็ได้ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (และวิธีหลีกเลี่ยง)

น้องๆ หลายคนมักจะพลาดในจุดเล็กๆ น้อยๆ นี่แหละครับ พี่กฤษณ์รวบรวมข้อผิดพลาดที่เจอบ่อยๆ มาให้นะครับ

  • สับสนเรื่องฐาน: จำไว้เสมอว่ากฎการคูณและการหาร a m ⋅ a n a^m cdot a^n และ a m a n frac{a^m}{a^n} ใช้ได้เมื่อฐาน (a) เหมือนกันเท่านั้น ถ้าฐานไม่เหมือนกัน จะนำเลขชี้กำลังมาบวกหรือลบกันตรงๆ ไม่ได้นะครับ เช่น 2 3 ⋅ 3 2 2^3 cdot 3^2 ไม่เท่ากับ 6 5 6^5
  • การกระจายเลขยกกำลังกับเครื่องหมายบวก/ลบ: นี่คือกับดักยอดนิยมเลยครับ ( a + b ) n (a+b)^n ไม่เท่ากับ a n + b n a^n+b^n นะครับ ยกตัวอย่างเช่น ( 1 + 2 ) 2 = 3 2 = 9 (1+2)^2 = 3^2 = 9 แต่ 1 2 + 2 2 = 1 + 4 = 5 1^2+2^2 = 1+4 = 5 เห็นไหมครับว่าไม่เท่ากัน น้องๆ ต้องระวังตรงนี้ให้ดีครับ
  • เลขชี้กำลังติดลบ: อย่าลืมว่าเลขชี้กำลังติดลบไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์ติดลบเสมอไปครับ มันแค่เป็นการบอกว่าให้ย้ายไปอยู่อีกฝั่งของเศษส่วนเท่านั้นเองครับ เช่น ( − 2 ) − 2 = 1 ( − 2 ) 2 = 1 4 (-2)^{-2} = frac{1}{(-2)^2} = frac{1}{4} ซึ่งเป็นค่าบวกครับ
  • 0 ยกกำลัง 0: ย้ำอีกครั้งว่า 0 0 0^0 ไม่นิยามนะครับ

ตัวอย่างโจทย์พร้อมแนวคิดจากพี่กฤษณ์

มาลองดูตัวอย่างโจทย์แบบผสมผสานกันดูนะครับ จะได้เห็นภาพว่าเราจะนำกฎต่างๆ มาประยุกต์ใช้ยังไงครับ

ตัวอย่างที่ 1: จงทำให้เป็นผลสำเร็จ ( 2 x 3 y − 2 ) 3 ⋅ ( 1 4 x − 1 y 5 ) (2x^3y^{-2})^3 cdot (frac{1}{4}x^{-1}y^5)

แนวคิด:

  1. เริ่มจากกระจายเลขชี้กำลัง 3 3 เข้าไปในวงเล็บแรกตามกฎ ( a b ) n = a n b n (ab)^n = a^n b^n และใช้กฎ ( a m ) n = a m n (a^m)^n = a^{mn} ครับ
  2. ( 2 x 3 y − 2 ) 3 = 2 3 ( x 3 ) 3 ( y − 2 ) 3 = 8 x 3 × 3 y ( − 2 ) × 3 = 8 x 9 y − 6 (2x^3y^{-2})^3 = 2^3 (x^3)^3 (y^{-2})^3 = 8 x^{3 times 3} y^{(-2) times 3} = 8x^9y^{-6}
  3. นำผลลัพธ์ที่ได้ไปคูณกับพจน์หลังครับ ( 8 x 9 y − 6 ) ⋅ ( 1 4 x − 1 y 5 ) (8x^9y^{-6}) cdot (frac{1}{4}x^{-1}y^5)
  4. จับกลุ่มตัวเลขและตัวแปรที่ฐานเหมือนกันครับ
    * ตัวเลข: 8 ⋅ 1 4 = 2 8 cdot frac{1}{4} = 2
    * ตัวแปร x x : x 9 ⋅ x − 1 = x 9 + ( − 1 ) = x 8 x^9 cdot x^{-1} = x^{9+(-1)} = x^8 (ใช้กฎการคูณเลขยกกำลัง)
    * ตัวแปร y y : y − 6 ⋅ y 5 = y − 6 + 5 = y − 1 y^{-6} cdot y^5 = y^{-6+5} = y^{-1} (ใช้กฎการคูณเลขยกกำลัง)
  5. รวมผลลัพธ์ทั้งหมดเข้าด้วยกัน: 2 x 8 y − 1 2x^8y^{-1}
  6. สุดท้าย เปลี่ยนเลขชี้กำลังติดลบให้เป็นบวก: 2 x 8 ⋅ 1 y = 2 x 8 y 2x^8 cdot frac{1}{y} = frac{2x^8}{y}

ดังนั้น ผลสำเร็จคือ 2 x 8 y frac{2x^8}{y} ครับ

ตัวอย่างที่ 2: จงหาค่า x x จากสมการ 2 x + 1 ⋅ 4 x − 1 = 8 2 x 2^{x+1} cdot 4^{x-1} = 8^{2x}

แนวคิด:

  1. เป้าหมายหลักคือการทำฐานของเลขยกกำลังให้เท่ากันทั้งหมดครับ ในที่นี้คือ 2 ครับ
  2. เปลี่ยน 4 4 เป็น 2 2 2^2 และ 8 8 เป็น 2 3 2^3
  3. สมการจะกลายเป็น 2 x + 1 ⋅ ( 2 2 ) x − 1 = ( 2 3 ) 2 x 2^{x+1} cdot (2^2)^{x-1} = (2^3)^{2x}
  4. ใช้กฎเลขยกกำลังซ้อน ( a m ) n = a m n (a^m)^n = a^{mn} ในแต่ละพจน์:
    * ( 2 2 ) x − 1 = 2 2 ( x − 1 ) = 2 2 x − 2 (2^2)^{x-1} = 2^{2(x-1)} = 2^{2x-2}
    * ( 2 3 ) 2 x = 2 3 ( 2 x ) = 2 6 x (2^3)^{2x} = 2^{3(2x)} = 2^{6x}
  5. สมการจะกลายเป็น 2 x + 1 ⋅ 2 2 x − 2 = 2 6 x 2^{x+1} cdot 2^{2x-2} = 2^{6x}
  6. ใช้กฎการคูณเลขยกกำลัง a m ⋅ a n = a m + n a^m cdot a^n = a^{m+n} ทางซ้ายมือ:
    * 2 ( x + 1 ) + ( 2 x − 2 ) = 2 3 x − 1 2^{(x+1) + (2x-2)} = 2^{3x-1}
  7. ตอนนี้สมการคือ 2 3 x − 1 = 2 6 x 2^{3x-1} = 2^{6x} เมื่อฐานเท่ากัน เลขชี้กำลังก็ต้องเท่ากันครับ
  8. ดังนั้น 3 x − 1 = 6 x 3x-1 = 6x
  9. ย้ายข้างหาค่า x x :
    * − 1 = 6 x − 3 x -1 = 6x – 3x
    * − 1 = 3 x -1 = 3x
    * x = − 1 3 x = -frac{1}{3}

ดังนั้น ค่าของ x x คือ − 1 3 -frac{1}{3} ครับ

เทคนิคการทำข้อสอบเกี่ยวกับเลขยกกำลัง

เพื่อให้น้องๆ ทำข้อสอบได้ง่ายขึ้น พี่กฤษณ์มีเทคนิคดีๆ มาฝากครับ

  • เปลี่ยนฐานให้เท่ากันเสมอ: ถ้าเห็นฐานต่างกัน ให้พยายามเปลี่ยนฐานให้เป็นจำนวนเฉพาะ หรือฐานที่เท่ากัน เพื่อจะได้ใช้กฎการคูณหรือการหารได้ครับ
  • จัดการเลขชี้กำลังติดลบก่อน: เปลี่ยนเลขชี้กำลังติดลบให้เป็นบวก โดยการกลับเศษส่วน จะช่วยลดโอกาสผิดพลาดในการคำนวณครับ
  • ทำในวงเล็บก่อน: ถ้ามีวงเล็บ ให้จัดการสิ่งที่อยู่ในวงเล็บก่อน หรือกระจายเลขชี้กำลังที่อยู่นอกวงเล็บเข้าไปตามกฎที่เหมาะสมครับ
  • ระวังเงื่อนไขพิเศษ: เช่น ฐานห้ามเป็นศูนย์ในกรณีของการหาร หรือยกกำลังด้วยศูนย์ ต้องระวังให้ดีครับ
  • ฝึกฝนเยอะๆ: สิ่งสำคัญที่สุดคือการฝึกทำโจทย์ครับ ยิ่งทำเยอะ ยิ่งคุ้นเคย ยิ่งจำกฎได้แม่นยำครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

กฎของเลขยกกำลังเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ครับ การทำความเข้าใจแต่ละกฎอย่างลึกซึ้ง พร้อมกับฝึกฝนการประยุกต์ใช้ จะทำให้น้องๆ มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งในการเรียนคณิตศาสตร์ระดับสูงขึ้นไปครับ จำไว้ว่าคณิตศาสตร์ไม่ใช่แค่การท่องจำสูตร แต่เป็นการเข้าใจหลักการและนำไปใช้แก้ปัญหาได้อย่างถูกต้องครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับน้องๆ พอจะเข้าใจกฎของเลขยกกำลังกันมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับ พี่กฤษณ์หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ทุกคนนะครับ ถ้าใครอยากเจาะลึกเนื้อหา ต้องการเทคนิคการทำโจทย์ที่ซับซ้อน หรืออยากได้ตัวอย่างโจทย์เพิ่มเติม สามารถเข้ามาศึกษาเพิ่มเติมกับพี่กฤษณ์ได้เลยนะครับ พี่กฤษณ์มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และคอร์สตัวต่อตัว เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้ของน้องๆ ทุกสไตล์เลยครับ ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *