Skip to content
Home » บทความ » การคูณเมทริกซ์และสมบัติของเมทริกซ์

การคูณเมทริกซ์และสมบัติของเมทริกซ์

การคูณเมทริกซ์และสมบัติของเมทริกซ์

บทนำสู่เมทริกซ์ (ทบทวนเบื้องต้น)

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกเรื่องการคูณเมทริกซ์ พี่กฤษณ์ขอทบทวนพื้นฐานของเมทริกซ์กันสักนิดนะครับ เมทริกซ์ (Matrix) คือกลุ่มของตัวเลขหรือฟังก์ชันที่ถูกจัดเรียงกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยแบ่งออกเป็น แถว (Row) และ หลัก (Column) ครับ เรานิยมเขียนเมทริกซ์ด้วยวงเล็บปีกกา [ … ] begin{bmatrix} dots end{bmatrix} หรือวงเล็บใหญ่ ( … ) (dots)

มิติของเมทริกซ์ (Dimension of a Matrix) คือการบอกขนาดของเมทริกซ์ โดยบอกจำนวนแถวก่อนแล้วตามด้วยจำนวนหลักครับ เช่น เมทริกซ์ที่มี m m แถว และ n n หลัก จะมีมิติเป็น m × n m times n ครับ

ยกตัวอย่างเช่น เมทริกซ์ A = 1 2 3 4 5 6 A = begin{bmatrix} 1 & 2 & 3 \ 4 & 5 & 6 end{bmatrix} มี 2 แถว 3 หลัก ดังนั้นเมทริกซ์ A A มีมิติ 2 × 3 2 times 3 ครับ

สำหรับการบวกและการลบเมทริกซ์นั้นง่ายมากครับ น้องๆ เพียงแค่บวกหรือลบสมาชิกที่อยู่ในตำแหน่งเดียวกันได้เลย แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ เมทริกซ์ทั้งสองต้องมีมิติเท่ากัน ครับ ส่วนการคูณเมทริกซ์ด้วยสเกลาร์ (ตัวเลขเดี่ยวๆ) ก็แค่นำสเกลาร์ไปคูณกับสมาชิกทุกตัวในเมทริกซ์ครับ

หัวใจสำคัญ: การคูณเมทริกซ์

มาถึงเรื่องสำคัญของเราแล้วครับ นั่นคือ การคูณเมทริกซ์ (Matrix Multiplication) ซึ่งมีความซับซ้อนกว่าการบวกหรือลบเมทริกซ์อยู่พอสมควร แต่น้องๆ ไม่ต้องกังวลนะครับ พี่กฤษณ์จะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ครับ

เงื่อนไขการคูณเมทริกซ์:
สิ่งแรกที่น้องๆ ต้องตรวจสอบก่อนที่จะเริ่มคูณเมทริกซ์สองเมทริกซ์ A A และ B B (เพื่อหา A B AB ) คือ จำนวนหลักของเมทริกซ์ตัวหน้า ( A A ) จะต้องเท่ากับจำนวนแถวของเมทริกซ์ตัวหลัง ( B B ) ครับ

ถ้าเมทริกซ์ A A มีมิติ m × n m times n และเมทริกซ์ B B มีมิติ n × p n times p จะเห็นว่าจำนวนหลักของ A A คือ n n และจำนวนแถวของ B B ก็คือ n n เท่ากันพอดีครับ ในกรณีนี้ ผลลัพธ์จากการคูณ C = A B C = AB จะเป็นเมทริกซ์ที่มีมิติ m × p m times p ครับ

วิธีการคูณเมทริกซ์ (Row-Column Product):
การหาแต่ละสมาชิกในเมทริกซ์ผลลัพธ์ C C ที่ตำแหน่ง c i j c_{ij} (หมายถึงสมาชิกในแถวที่ i i หลักที่ j j ) เราจะทำโดยนำ สมาชิกในแถวที่ i i ของเมทริกซ์ A A มาคูณกับสมาชิกในหลักที่ j j ของเมทริกซ์ B B แบบจับคู่แล้วนำผลคูณมายบวกกันทั้งหมด ครับ

มาดูตัวอย่างกันเลยดีกว่าครับ จะได้เห็นภาพชัดเจนขึ้น
ตัวอย่าง: กำหนดเมทริกซ์ A A และ B B ดังนี้
A = [ 1 2 3 4 ] A = begin{bmatrix} 1 & 2 \ 3 & 4 end{bmatrix}
และ
B = [ 5 6 7 8 ] B = begin{bmatrix} 5 & 6 \ 7 & 8 end{bmatrix}
จงหา A B AB

วิธีทำ:
ก่อนอื่น ตรวจสอบมิติครับ
A A มีมิติ 2 × 2 2 times 2
B B มีมิติ 2 × 2 2 times 2
จำนวนหลักของ A A (คือ 2) เท่ากับจำนวนแถวของ B B (คือ 2) แสดงว่าคูณกันได้ครับ และผลลัพธ์ A B AB จะมีมิติ 2 × 2 2 times 2 ครับ

ให้ A B = C = [ c 11 c 12 c 21 c 22 ] AB = C = begin{bmatrix} c_{11} & c_{12} \ c_{21} & c_{22} end{bmatrix}
เรามาหาแต่ละสมาชิกกันครับ:

* c 11 c_{11} (แถว 1, หลัก 1): นำแถวที่ 1 ของ A A มาคูณกับหลักที่ 1 ของ B B
c 11 = ( 1 × 5 ) + ( 2 × 7 ) = 5 + 14 = 19 c_{11} = (1 times 5) + (2 times 7) = 5 + 14 = 19

* c 12 c_{12} (แถว 1, หลัก 2): นำแถวที่ 1 ของ A A มาคูณกับหลักที่ 2 ของ B B
c 12 = ( 1 × 6 ) + ( 2 × 8 ) = 6 + 16 = 22 c_{12} = (1 times 6) + (2 times 8) = 6 + 16 = 22

* c 21 c_{21} (แถว 2, หลัก 1): นำแถวที่ 2 ของ A A มาคูณกับหลักที่ 1 ของ B B
c 21 = ( 3 × 5 ) + ( 4 × 7 ) = 15 + 28 = 43 c_{21} = (3 times 5) + (4 times 7) = 15 + 28 = 43

* c 22 c_{22} (แถว 2, หลัก 2): นำแถวที่ 2 ของ A A มาคูณกับหลักที่ 2 ของ B B
c 22 = ( 3 × 6 ) + ( 4 × 8 ) = 18 + 32 = 50 c_{22} = (3 times 6) + (4 times 8) = 18 + 32 = 50

ดังนั้น
A B = [ 19 22 43 50 ] AB = begin{bmatrix} 19 & 22 \ 43 & 50 end{bmatrix}
เห็นไหมครับว่าต้องทำอย่างเป็นระบบ ค่อยๆ คูณทีละตำแหน่ง รับรองว่าไม่ยากเกินความสามารถของน้องๆ แน่นอนครับ

สมบัติที่สำคัญของการคูณเมทริกซ์

การคูณเมทริกซ์มีสมบัติหลายอย่างที่คล้ายกับการคูณตัวเลขทั่วไป แต่ก็มีบางอย่างที่แตกต่างออกไปอย่างมาก ซึ่งเป็นจุดที่น้องๆ ต้องจำให้ขึ้นใจเลยครับ

* ไม่เป็นไปตามสมบัติการสลับที่ (Non-commutative Property):
นี่คือสมบัติที่สำคัญที่สุดและแตกต่างจากการคูณตัวเลขที่เราคุ้นเคยครับ โดยทั่วไปแล้ว A B ≠ B A AB neq BA ครับ
ลองดูจากตัวอย่างข้างบนนะครับ A B = 19 22 43 50 AB = begin{bmatrix} 19 & 22 \ 43 & 50 end{bmatrix}
ทีนี้ลองคำนวณ B A BA ดูบ้างครับ
B = [ 5 6 7 8 ] B = begin{bmatrix} 5 & 6 \ 7 & 8 end{bmatrix}
และ
A = [ 1 2 3 4 ] A = begin{bmatrix} 1 & 2 \ 3 & 4 end{bmatrix}
B A = [ ( 5 × 1 ) + ( 6 × 3 ) ( 5 × 2 ) + ( 6 × 4 ) ( 7 × 1 ) + ( 8 × 3 ) ( 7 × 2 ) + ( 8 × 4 ) ] = [ 5 + 18 10 + 24 7 + 24 14 + 32 ] = [ 23 34 31 46 ] BA = begin{bmatrix} (5 times 1) + (6 times 3) & (5 times 2) + (6 times 4) \ (7 times 1) + (8 times 3) & (7 times 2) + (8 times 4) end{bmatrix} = begin{bmatrix} 5 + 18 & 10 + 24 \ 7 + 24 & 14 + 32 end{bmatrix} = begin{bmatrix} 23 & 34 \ 31 & 46 end{bmatrix}
จะเห็นว่า A B ≠ B A AB neq BA ชัดเจนเลยนะครับ

* สมบัติการเปลี่ยนกลุ่ม (Associative Property):
ถ้าเมทริกซ์มีมิติที่เหมาะสมสำหรับการคูณกัน เราสามารถเปลี่ยนกลุ่มการคูณได้ครับ นั่นคือ
( A B ) C = A ( B C ) (AB)C = A(BC)
สมบัตินี้มีประโยชน์มากในการทำข้อสอบที่ต้องคูณเมทริกซ์หลายตัว เพราะบางทีการเลือกกลุ่มการคูณที่เหมาะสมจะช่วยให้การคำนวณง่ายขึ้นครับ

* สมบัติการแจกแจง (Distributive Property):
เมทริกซ์ยังคงมีสมบัติการแจกแจงเหมือนตัวเลขครับ
A ( B + C ) = A B +</ A C A(B+C) = AB + AC
และ
( A + B ) C = A C + B C (A+B)C = AC + BC
โดยที่เมทริกซ์ B B และ C C ต้องมีมิติเท่ากันเพื่อที่จะบวกกันได้ และมิติทั้งหมดต้องเหมาะสมกับการคูณด้วยครับ

* เอกลักษณ์การคูณเมทริกซ์ (Multiplicative Identity Matrix):
เมทริกซ์เอกลักษณ์ ( I I ) เป็นเมทริกซ์จัตุรัส (จำนวนแถวเท่ากับจำนวนหลัก) ที่มีสมาชิกในแนวทแยงหลักเป็น 1 และสมาชิกนอกแนวทแยงเป็น 0 ทั้งหมดครับ เมื่อนำเมทริกซ์เอกลักษณ์ไปคูณกับเมทริกซ์ใดๆ ที่มีมิติเหมาะสม จะได้เมทริกซ์เดิมกลับมาครับ
I A = A I = A IA = AI = A
เช่น เมทริกซ์เอกลักษณ์มิติ 2 × 2 2 times 2 คือ
I = [ 1 0 0 1 ] I = begin{bmatrix} 1 & 0 \ 0 & 1 end{bmatrix}

* เมทริกซ์ศูนย์ (Zero Matrix):
เมทริกซ์ศูนย์ ( 0 0 ) คือเมทริกซ์ที่สมาชิกทุกตัวเป็นศูนย์ครับ เมื่อนำเมทริกซ์ศูนย์ไปคูณกับเมทริกซ์ใดๆ ที่มีมิติเหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นเมทริกซ์ศูนย์เสมอครับ
A 0 = 0 A = 0 A0 = 0A = 0
แต่มีข้อควรระวังคือ ถ้า A B = 0 AB=0 ไม่ได้หมายความว่า A = 0 A=0 หรือ B = 0 B=0 เสมอไปนะครับ ซึ่งแตกต่างจากการคูณตัวเลขทั่วไปมากๆ ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการคูณเมทริกซ์และแนวทางแก้ไข

น้องๆ หลายคนมักจะพลาดในจุดเดิมๆ เวลาทำโจทย์เมทริกซ์ พี่กฤษณ์รวบรวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมาให้ดู เพื่อที่น้องๆ จะได้ระมัดระวังเป็นพิเศษครับ

  • ไม่ตรวจสอบมิติของเมทริกซ์: การคูณเมทริกซ์มีเงื่อนไขเรื่องมิติที่ต้องตรวจสอบก่อนเสมอ ถ้าจำนวนหลักของตัวหน้าไม่เท่ากับจำนวนแถวของตัวหลัง ก็จะไม่สามารถคูณกันได้ครับ

    • แนวทางแก้ไข: ฝึกนิสัยการเขียนมิติกำกับเมทริกซ์ทุกครั้งที่เริ่มทำโจทย์ เพื่อให้ตรวจสอบเงื่อนไขได้ง่ายขึ้นครับ เช่น A m × n × B n × p A_{m times n} times B_{n times p}
  • สับสนการคูณแถว-หลัก: การนำสมาชิกมาคูณกันผิดตำแหน่ง เช่น ไปคูณหลักกับหลัก หรือแถวกับแถว

    • แนวทางแก้ไข: จำไว้เสมอว่า “แถวหน้า หลักหลัง” หรือ “ไปขวา ลงล่าง” ครับ เขียนเส้นไกด์ในสมุดทดเพื่อช่วยให้ไม่หลงตำแหน่งก็ได้ครับ
  • คิดว่าการคูณเมทริกซ์มีสมบัติการสลับที่: นี่เป็นข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด เพราะจะทำให้คำตอบผิดทันที

    • แนวทางแก้ไข: ตอกย้ำตัวเองเสมอว่า A B ≠ B A AB neq BA ครับ และหากโจทย์พลิกแพลงใช้สมบัตินี้ เราจะต้องระวังให้มาก
  • เข้าใจผิดเรื่องเมทริกซ์ศูนย์: หาก A B = 0 AB=0 ไม่ได้แปลว่า A = 0 A=0 หรือ B = 0 B=0 ครับ

    • แนวทางแก้ไข: ให้ระลึกไว้เสมอว่าเมทริกซ์มีลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากจำนวนจริงในเรื่องนี้ครับ ต้องทำความเข้าใจในบริบทของเมทริกซ์เท่านั้น

การประยุกต์ใช้เมทริกซ์ในการคูณ

การคูณเมทริกซ์ไม่ได้เป็นแค่เรื่องทางทฤษฎีเท่านั้นนะครับ แต่ยังมีการนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายสาขาในโลกแห่งความเป็นจริงด้วยครับ

* ระบบสมการเชิงเส้น (Linear Equations): เราสามารถเขียนระบบสมการเชิงเส้นให้อยู่ในรูปเมทริกซ์ A X = B AX = B ได้ ซึ่งการหาคำตอบของ X X จะเกี่ยวข้องกับการคูณเมทริกซ์ผกผันครับ
* การแปลงทางเรขาคณิต (Geometric Transformations): ในคอมพิวเตอร์กราฟิกหรือการออกแบบ น้องๆ สามารถใช้เมทริกซ์ในการหมุน (Rotation), สะท้อน (Reflection), ย่อ/ขยาย (Scaling) หรือเลื่อนขนาน (Translation) รูปภาพหรือวัตถุได้ การคูณเมทริกซ์คือหัวใจของการแปลงเหล่านี้เลยครับ
* กราฟิกคอมพิวเตอร์ (Computer Graphics) และ 3D Animation: การแสดงผลภาพ 3 มิติบนหน้าจอ 2 มิติ รวมถึงการเคลื่อนไหวของตัวละครหรือวัตถุ ล้วนใช้หลักการคูณเมทริกซ์ในการคำนวณตำแหน่งและทิศทางครับ
* เศรษฐศาสตร์และวิทยาการข้อมูล (Economics and Data Science): เมทริกซ์ถูกใช้ในการสร้างแบบจำลองเศรษฐกิจ, การวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data), การประมวลผลภาพ (Image Processing) และแม้กระทั่งใน Machine Learning ครับ

เทคนิคและกลยุทธ์ในการทำข้อสอบ

เพื่อให้การทำข้อสอบเรื่องเมทริกซ์ของน้องๆ ราบรื่นและได้คะแนนดี พี่กฤษณ์มีเทคนิคดีๆ มาฝากครับ

* ตรวจสอบมิติเป็นอันดับแรกเสมอ: ย้ำอีกครั้งว่านี่คือจุดแรกที่ต้องทำ หากมิติไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องเสียเวลาคำนวณต่อครับ
* ฝึกฝนการคูณแถว-หลักอย่างเป็นระบบ: น้องๆ ควรฝึกคูณเมทริกซ์ขนาดต่างๆ โดยเฉพาะ 2 × 2 2 times 2 และ 3 × 3 3 times 3 จนคล่องแคล่วและแม่นยำ เพื่อความรวดเร็วในการสอบ
* ระวังเครื่องหมายลบ: การคำนวณตัวเลขบวก-ลบผิดเป็นอีกจุดที่ทำให้เสียคะแนนได้ง่ายๆ ครับ ตรวจทานเครื่องหมายทุกครั้ง
* ใช้สมบัติให้เป็นประโยชน์: หากเจอโจทย์ที่ต้องคูณเมทริกซ์หลายตัว ลองพิจารณาใช้สมบัติการเปลี่ยนกลุ่ม หรือสมบัติการแจกแจง เพื่อหาวิธีที่คำนวณได้ง่ายที่สุดครับ
* โจทย์พิเศษที่มักออกสอบ: มักจะมีโจทย์ที่เกี่ยวข้องกับ A n A^n (เมทริกซ์ยกกำลัง) ซึ่งต้องหาสูตรทั่วไป หรือรูปแบบการเกิดซ้ำ (Pattern) ของการคูณเมทริกซ์ครับ โจทย์ลักษณะนี้ต้องใช้การสังเกตและฝึกทำบ่อยๆ ครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

น้องๆ ครับ การคูณเมทริกซ์เป็นพื้นฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามนะครับ สิ่งที่พี่กฤษณ์อยากให้น้องๆ จำให้ขึ้นใจมีดังนี้ครับ

  • เงื่อนไขสำคัญของการคูณ: จำนวนหลักของเมทริกซ์ตัวหน้า ต้องเท่ากับจำนวนแถวของเมทริกซ์ตัวหลังเสมอ
  • วิธีการคูณ: “แถวคูณหลัก” โดยนำสมาชิกคู่กันมาคูณแล้วบวกกัน
  • สมบัติที่ไม่สลับที่: A B ≠ B A AB neq BA (สำคัญที่สุด!)
  • ระวังข้อผิดพลาดทั่วไป: โดยเฉพาะเรื่องมิติและเครื่องหมาย

ถ้าเราเข้าใจหลักการและฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ การคูณเมทริกซ์ก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายสำหรับน้องๆ แน่นอนครับ

การเรียนรู้คณิตศาสตร์นั้นต้องอาศัยความเข้าใจในแนวคิดพื้นฐาน และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องครับ ถ้าหากน้องๆ สนใจที่จะเจาะลึกเนื้อหาคณิตศาสตร์ในระดับที่เข้มข้นขึ้น หรือต้องการเทคนิคพิเศษในการทำโจทย์ให้แม่นยำและรวดเร็ว พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนคณิตศาสตร์หลากหลายรูปแบบให้น้องๆ ได้เลือกตามความถนัดเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสดที่ได้เจอพี่กฤษณ์และเพื่อนๆ คอร์สออนไลน์ที่ยืดหยุ่น เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือคอร์สตัวต่อตัวที่สามารถปรับเนื้อหาให้เข้ากับน้องๆ ได้อย่างเต็มที่เลยครับ น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและเลือกคอร์สที่เหมาะกับตัวเองได้ที่เว็บไซต์นี้เลยนะครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *