Skip to content
Home » บทความ » การตรวจสอบว่าความสัมพันธ์ที่กำหนดเป็นฟังก์ชันหรือไม่

การตรวจสอบว่าความสัมพันธ์ที่กำหนดเป็นฟังก์ชันหรือไม่

การตรวจสอบว่าความสัมพันธ์ที่กำหนดเป็นฟังก์ชันหรือไม่: หัวใจสำคัญของคณิตศาสตร์

น้องๆ อาจจะเคยได้ยินคำว่า “ความสัมพันธ์” (Relation) มาบ้างแล้ว ความสัมพันธ์ในทางคณิตศาสตร์ก็คือการจับคู่กันระหว่างสมาชิกของสองเซต แต่ฟังก์ชันนั้นเป็นความสัมพันธ์ชนิดพิเศษที่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมเข้ามาครับ ลองนึกภาพแบบง่ายๆ ฟังก์ชันเปรียบเสมือนเครื่องจักรชนิดหนึ่งที่เมื่อเราป้อน “วัตถุดิบ” (ค่าอินพุต) เข้าไป มันจะประมวลผลและให้ “ผลผลิต” (ค่าเอาต์พุต) ออกมาเพียงแค่ “หนึ่งอย่าง” เท่านั้นสำหรับวัตถุดิบแต่ละชนิดที่ป้อนเข้าไปครับ

นิยามของฟังก์ชัน

โดยหลักการแล้ว ฟังก์ชัน คือ ความสัมพันธ์ที่สมาชิกแต่ละตัวในโดเมน (Domain หรือ เซตของค่าอินพุต) ถูกจับคู่กับสมาชิกในโคโดเมน (Codomain หรือ เซตของค่าเอาต์พุตที่เป็นไปได้) เพียง แค่ตัวเดียวเท่านั้น ครับ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาดูเงื่อนไขสำคัญสองข้อที่จะทำให้ความสัมพันธ์หนึ่งเป็นฟังก์ชันกันครับ:

  • เงื่อนไขที่ 1: สมาชิกทุกตัวในโดเมนจะต้องถูกจับคู่ หรือพูดง่ายๆ คือ สมาชิกในโดเมนทุกตัวต้องมี “คู่” ครับ จะไม่มีตัวไหนที่โดดเดี่ยวไม่ถูกจับคู่เลย
  • เงื่อนligenที่ 2: สมาชิกแต่ละตัวในโดเมนจะต้องถูกจับคู่กับสมาชิกในโคโดเมน เพียงตัวเดียวเท่านั้น ห้ามมีสมาชิกในโดเมนตัวเดียวไปจับคู่กับสมาชิกในโคโดเมนมากกว่าหนึ่งตัวเด็ดขาด

พี่กฤษณ์ขอเน้นย้ำที่เงื่อนไขที่ 2 เป็นพิเศษ เพราะนี่คือหัวใจสำคัญที่สุดในการแยกระหว่าง “ความสัมพันธ์” ทั่วไป กับ “ฟังก์ชัน” ครับ หากเราเจอสมาชิกในโดเมนตัวใดตัวหนึ่งที่ให้ผลลัพธ์ออกมามากกว่าหนึ่งค่าแล้วละก็ ความสัมพันธ์นั้นไม่ถือว่าเป็นฟังก์ชันทันทีครับ

วิธีการตรวจสอบว่าความสัมพันธ์เป็นฟังก์ชันหรือไม่

เราสามารถตรวจสอบได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับรูปแบบของความสัมพันธ์ที่โจทย์กำหนดมาให้ครับ

1. การตรวจสอบจากคู่ลำดับหรือเซตของคู่ลำดับ

ถ้าความสัมพันธ์ถูกกำหนดมาในรูปของเซตของคู่ลำดับ ( x , y ) (x, y) วิธีการตรวจสอบทำได้ง่ายๆ โดยการพิจารณาค่า x x ตัวแรกของแต่ละคู่ลำดับครับ

หลักการ: ถ้ามีค่า x x ตัวใดตัวหนึ่งซ้ำกัน โดยที่ค่า y y ของคู่ลำดับเหล่านั้นไม่เท่ากัน (หมายถึง x x ตัวเดียวกันให้ผลลัพธ์ y y ที่แตกต่างกัน) ความสัมพันธ์นั้นจะไม่เป็นฟังก์ชันครับ

ตัวอย่างที่ 1: กำหนดให้ความสัมพันธ์ R 1 = { ( 1 , 2 ) , ( 2 , 4 ) , ( 3 , 6 ) , ( 4 , 8 ) } R_1 = { (1, 2), (2, 4), (3, 6), (4, 8) }

วิธีตรวจสอบ: เราดูที่สมาชิกตัวแรกของแต่ละคู่ลำดับ ได้แก่ 1, 2, 3, 4 จะเห็นว่าไม่มีตัวใดซ้ำกันเลย และแต่ละตัวถูกจับคู่กับค่า y y เพียงค่าเดียว

สรุป: ความสัมพันธ์ R 1 R_1 เป็นฟังก์ชันครับ

ตัวอย่างที่ 2: กำหนดให้ความสัมพันธ์ R 2 = { ( 1 , 2 ) , ( 2 , 4 ) , ( 1 , 3 ) , ( 4 , 8 ) } R_2 = { (1, 2), (2, 4), (1, 3), (4, 8) }

วิธีตรวจสอบ: สังเกตว่ามีคู่ลำดับ ( 1 , 2 ) (1, 2) และ ( 1 , 3 ) (1, 3) ซึ่งมีค่า x x เป็น 1 เหมือนกัน แต่ให้ค่า y y ที่แตกต่างกัน คือ 2 และ 3 นั่นหมายความว่า อินพุต 1 ตัวให้เอาต์พุตถึง 2 ค่า

สรุป: ความสัมพันธ์ R 2 R_2 ไม่เป็นฟังก์ชันครับ

2. การตรวจสอบจากสมการ

ถ้าความสัมพันธ์ถูกกำหนดมาในรูปของสมการที่เชื่อมโยงระหว่าง x x และ y y เราสามารถตรวจสอบได้โดยการลองแทนค่า x x ใดๆ เข้าไปในสมการ หรือจัดรูปสมการให้อยู่ในเทอมของ y y เท่ากับนิพจน์ของ x x ครับ

หลักการ: หากมีค่า x x เพียงค่าเดียวที่สามารถทำให้เกิดค่า y y ได้มากกว่าหนึ่งค่า ความสัมพันธ์นั้นก็จะไม่เป็นฟังก์ชัน

ตัวอย่างที่ 3: กำหนดให้ความสัมพันธ์ y = x 2 y = x^2

วิธีตรวจสอบ: ลองแทนค่า x x ใดๆ เช่น ถ้า x = 2 x = 2 จะได้ y = 2 2 = 4 y = 2^2 = 4 เพียงค่าเดียว ถ้า x = 3 x = -3 จะได้ y = ( 3 ) 2 = 9 y = (-3)^2 = 9 เพียงค่าเดียว จะเห็นว่าไม่ว่าจะแทน x x ด้วยค่าใด ก็จะให้ค่า y y ออกมาเพียงค่าเดียวเสมอครับ

สรุป: ความสัมพันธ์ y = x 2 y = x^2 เป็นฟังก์ชันครับ (กราฟเป็นพาราโบลาหงายหรือคว่ำ)

ตัวอย่างที่ 4: กำหนดให้ความสัมพันธ์ x = y 2 x = y^2

วิธีตรวจสอบ: เราลองจัดรูปสมการใหม่ให้อยู่ในเทอมของ y y ครับ จะได้ y = ± x y = pm sqrt{x} สังเกตว่าสำหรับ x x ที่เป็นบวกใดๆ (เช่น x = 4 x = 4 ) เราจะได้ y = ± 4 y = pm sqrt{4} ซึ่งหมายถึง y = 2 y = 2 และ y = 2 y = -2 ครับ เห็นไหมครับว่า x = 4 x = 4 ตัวเดียวให้ค่า y y ถึงสองค่า

สรุป: ความสัมพันธ์ x = y 2 x = y^2 ไม่เป็นฟังก์ชันครับ (กราฟเป็นพาราโบลาเปิดข้าง)

ตัวอย่างที่ 5: กำหนดให้ความสัมพันธ์ x 2 + y 2 = 25 x^2 + y^2 = 25

วิธีตรวจสอบ: จัดรูปสมการเพื่อหาค่า y y จะได้ y 2 = 25 x 2 y^2 = 25 – x^2 ดังนั้น y = ± 25 x 2 y = pm sqrt{25 – x^2}

ถ้าเราแทน x = 3 x = 3 จะได้ y = ± 25 3 2 = ± 25 9 = ± 16 = ± 4 y = pm sqrt{25 – 3^2} = pm sqrt{25 – 9} = pm sqrt{16} = pm 4 ซึ่งหมายความว่า x = 3 x = 3 ให้ค่า y y สองค่า คือ 4 และ -4

สรุป: ความสัมพันธ์ x 2 + y 2 = 25 x^2 + y^2 = 25 (ซึ่งเป็นสมการวงกลม) ไม่เป็นฟังก์ชันครับ

3. การตรวจสอบจากกราฟ (Vertical Line Test หรือ การทดสอบเส้นแนวดิ่ง)

นี่เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดเมื่อความสัมพันธ์ถูกนำเสนอในรูปของกราฟครับ

หลักการ: ให้น้องๆ ลองลากเส้นตรงแนวดิ่ง (เส้นที่ขนานกับแกน y y ) ผ่านกราฟของความสัมพันธ์นั้นๆ หากมีเส้นแนวดิ่งเส้นใดเส้นหนึ่งที่ลากผ่านกราฟแล้วตัดกราฟ มากกว่าหนึ่งจุด แสดงว่าความสัมพันธ์นั้นไม่เป็นฟังก์ชันครับ แต่ถ้าลากเส้นแนวดิ่งไปทั่วกราฟแล้วตัดกราฟเพียงจุดเดียวเสมอ แสดงว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นฟังก์ชันครับ

ตัวอย่างจากกราฟ:

  • กราฟพาราโบลา y = x 2 y = x^2 (เปิดขึ้น): หากลากเส้นแนวดิ่งผ่านกราฟ จะตัดกราฟเพียงจุดเดียวเสมอ จึงเป็นฟังก์ชัน
  • กราฟพาราโบลา x = y 2 x = y^2 (เปิดขวา): หากลากเส้นแนวดิ่งผ่านกราฟ (ยกเว้นที่ x = 0 x=0 ) จะตัดกราฟสองจุดเสมอ จึงไม่เป็นฟังก์ชัน
  • กราฟวงกลม x 2 + y 2 = r 2 x^2 + y^2 = r^2 : หากลากเส้นแนวดิ่งผ่านวงกลม (ยกเว้นที่จุดปลายซ้ายและขวา) จะตัดกราฟสองจุดเสมอ จึงไม่เป็นฟังก์ชัน
  • กราฟเส้นตรง y = m x + c y = mx + c (ที่ไม่ใช่เส้นแนวดิ่ง): หากลากเส้นแนวดิ่ง จะตัดกราฟเพียงจุดเดียวเสมอ จึงเป็นฟังก์ชัน
  • กราฟเส้นตรงแนวดิ่ง x = k x = k : เส้นแนวดิ่งจะทับกับกราฟนั้นเอง ซึ่งหมายถึงตัดกัน “หลายจุด” นับไม่ถ้วน (หรือทุกจุดบนเส้น) จึงไม่เป็นฟังก์ชัน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและสิ่งที่ควรระวัง

น้องๆ หลายคนมักจะเข้าใจผิดหรือสับสนในบางจุด พี่กฤษณ์ขอสรุปเป็นข้อๆ ให้ระวังนะครับ:

  • ไม่จำกัดอยู่แค่ y y เป็นตัวแปรตามเสมอไป: แม้โดยทั่วไปเราจะเห็นฟังก์ชันในรูป y = f ( x ) y = f(x) แต่บางครั้งโจทย์อาจมาในรูป x = g ( y ) x = g(y) ซึ่งเป็นฟังก์ชันของ y y แทน การตรวจสอบก็ต้องเปลี่ยนเป็นการทดสอบเส้นแนวนอน (Horizontal Line Test) ซึ่งใช้ตรวจสอบฟังก์ชันแบบ 1-1 (one-to-one function) แต่สำหรับการเป็นฟังก์ชันทั่วไป เรายังยึดหลักว่าอินพุต 1 ตัวให้เอาต์พุตได้เพียง 1 ตัวเท่านั้นครับ
  • อย่าสับสนกับฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง (One-to-one function): ฟังก์ชันทั่วไปอนุญาตให้ y y ค่าเดียวกันมาจาก x x ที่แตกต่างกันได้ (เช่น y = x 2 y = x^2 , x = 2 y = 4 x=2 Rightarrow y=4 และ x = 2 y = 4 x=-2 Rightarrow y=4 ) แต่ฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งจะเข้มงวดกว่าคือ y y แต่ละค่าต้องมาจาก x x เพียงค่าเดียวเท่านั้น น้องๆ ต้องแยกแยะให้ดีครับ
  • การกำหนดโดเมน: บางครั้งความสัมพันธ์อาจจะดูเหมือนไม่เป็นฟังก์ชัน แต่ถ้ามีการจำกัดโดเมนให้แคบลง เช่น จำกัด y 0 y ge 0 ในกรณีของ x = y 2 x = y^2 มันจะกลายเป็นฟังก์ชันได้ทันทีครับ (คือ y = x y = sqrt{x} )

ความสำคัญและประโยชน์ของฟังก์ชัน

ทำไมน้องๆ ถึงต้องมานั่งเรียนรู้เรื่องฟังก์ชันกันอย่างจริงจัง? เพราะฟังก์ชันมีความสำคัญอย่างมากในการทำความเข้าใจโลกและแก้ปัญหาต่างๆ ครับ

  • การสร้างแบบจำลอง: ฟังก์ชันถูกใช้ในการสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์เพื่ออธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ในธรรมชาติและวิทยาศาสตร์ เช่น ฟังก์ชันที่อธิบายการเคลื่อนที่ของวัตถุ, การเติบโตของประชากร, หรือการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ
  • เป็นรากฐานของคณิตศาสตร์ขั้นสูง: แนวคิดของฟังก์ชันเป็นรากฐานสำคัญของวิชาแคลคูลัส ที่ศึกษาเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงและอัตราการเปลี่ยนแปลง ถ้าเข้าใจฟังก์ชันไม่ดี การเรียนแคลคูลัสก็จะยากขึ้นมากครับ
  • การวิเคราะห์ข้อมูล: ในสาขาอย่างเศรษฐศาสตร์หรือวิทยาการข้อมูล ฟังก์ชันถูกใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรต่างๆ เช่น ความสัมพันธ์ระหว่างราคาสินค้ากับปริมาณความต้องการซื้อ

สรุปแนวคิดสำคัญ

น้องๆ คงเห็นแล้วนะครับว่าการตรวจสอบฟังก์ชันนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด หัวใจหลักคือการจำไว้ว่า “อินพุตหนึ่งตัว จะต้องให้เอาต์พุตเพียงหนึ่งค่าเท่านั้น” ไม่ว่าความสัมพันธ์จะมาในรูปแบบไหน (คู่ลำดับ สมการ หรือกราฟ) เราก็สามารถใช้หลักการนี้ในการตรวจสอบได้เสมอ

  • จากคู่ลำดับ: ตรวจสอบว่าไม่มีค่า x x ที่ซ้ำกันโดยที่ค่า y y ต่างกัน
  • จากสมการ: จัดรูปสมการให้อยู่ในเทอมของ y y เทียบกับ x x แล้วดูว่าแต่ละค่า x x ให้ค่า y y เพียงค่าเดียวหรือไม่
  • จากกราฟ: ใช้ Vertical Line Test (การทดสอบเส้นแนวดิ่ง) หากมีเส้นแนวดิ่งเส้นใดตัดกราฟมากกว่าหนึ่งจุด จะไม่เป็นฟังก์ชัน

การฝึกฝนบ่อยๆ จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจและสามารถระบุฟังก์ชันได้อย่างแม่นยำครับ เพราะนี่คือพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเรียนคณิตศาสตร์ต่อไป

หากน้องๆ อยากเจาะลึกเรื่องฟังก์ชัน หรือหัวข้อคณิตศาสตร์อื่นๆ ให้เข้าใจถ่องแท้ พร้อมเทคนิคการทำโจทย์แบบจัดเต็ม พี่กฤษณ์มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และคอร์สตัวต่อตัว ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้น้องๆ เก่งคณิตศาสตร์ได้อย่างมั่นใจ ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยนะครับ พี่กฤษณ์ยินดีช่วยน้องๆ ทุกคนครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *