Skip to content
Home » บทความ » อนุพันธ์กับความเร็วและการเร่ง

อนุพันธ์กับความเร็วและการเร่ง

อนุพันธ์กับความเร็วและการเร่ง: เข้าใจการเคลื่อนที่ด้วยแคลคูลัส

น้องๆ เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมรถยนต์ถึงมีมาตรวัดความเร็ว หรือทำไมเราถึงรู้สึกถูกผลักไปข้างหน้าเมื่อรถเบรกกะทันหัน? ปรากฏการณ์เหล่านี้ล้วนเกี่ยวข้องกับแนวคิดทางคณิตศาสตร์ที่เรียกว่า ‘อนุพันธ์’ ครับ

ในทางคณิตศาสตร์ อนุพันธ์คืออัตราการเปลี่ยนแปลงของฟังก์ชัน ซึ่งในบริบทของการเคลื่อนที่ เราจะใช้มันเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างตำแหน่ง ความเร็ว และความเร่งของวัตถุที่กำลังเคลื่อนที่ การทำความเข้าใจอนุพันธ์ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์การเคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้นครับ

ฟังก์ชันตำแหน่ง ( s ( t ) s(t) )

ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับฟังก์ชันตำแหน่งกันครับ ฟังก์ชันตำแหน่ง s ( t ) s(t) เป็นฟังก์ชันที่บอกว่าวัตถุอยู่ที่ตำแหน่งใด ณ เวลา t t ใดๆ ตัวอย่างเช่น ถ้าวัตถุเคลื่อนที่บนเส้นตรง ฟังก์ชันตำแหน่งอาจจะเป็น s ( t ) = 5 t 2 + 2 t 1 s(t) = 5t^2 + 2t – 1 โดยที่ s s อาจจะมีหน่วยเป็นเมตร และ t t มีหน่วยเป็นวินาทีครับ

ความเร็ว ( v ( t ) v(t) )

ความเร็วคืออัตราการเปลี่ยนแปลงของตำแหน่งครับ หรือพูดง่ายๆ ก็คือวัตถุเคลื่อนที่เร็วแค่ไหนและไปในทิศทางใด ในทางแคลคูลัส เราหาความเร็วทันที (instantaneous velocity) ได้จากการหาอนุพันธ์อันดับหนึ่งของฟังก์ชันตำแหน่งเทียบกับเวลาครับ

นิยาม: ความเร็ว v ( t ) v(t) คืออนุพันธ์ของฟังก์ชันตำแหน่ง s ( t ) s(t) หรือก็คือ

v ( t ) = d s d t = s ( t ) v(t) = frac{ds}{dt} = s'(t)

ตัวอย่าง 1: ถ้าฟังก์ชันตำแหน่งของวัตถุคือ s ( t ) = t 3 6 t 2 + 9 t + 1 s(t) = t^3 – 6t^2 + 9t + 1 (หน่วยเป็นเมตร, วินาที) จงหาฟังก์ชันความเร็ว

วิธีทำ: เราหาอนุพันธ์ของ s ( t ) s(t) เทียบกับ t t โดยใช้กฎการหาอนุพันธ์พื้นฐานครับ

v ( t ) = s ( t ) = d d t ( t 3 6 t 2 + 9 t + 1 ) v(t) = s'(t) = frac{d}{dt}(t^3 – 6t^2 + 9t + 1)
v ( t ) = 3 t 2 12 t + 9 v(t) = 3t^2 – 12t + 9

หน่วยของความเร็วคือ เมตรต่อวินาที (m/s) ครับ

ความเร่ง ( a ( t ) a(t) )

ความเร่งคืออัตราการเปลี่ยนแปลงของความเร็วครับ มันบอกเราว่าความเร็วของวัตถุเปลี่ยนแปลงไปเร็วแค่ไหน ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของความเร็ว (ชะลอตัว) ในทางแคลคูลัส เราหาความเร่งได้จากการหาอนุพันธ์อันดับหนึ่งของฟังก์ชันความเร็ว หรืออนุพันธ์อันดับสองของฟังก์ชันตำแหน่งเทียบกับเวลาครับ

นิยาม: ความเร่ง a ( t ) a(t) คืออนุพันธ์ของฟังก์ชันความเร็ว v ( t ) v(t) หรืออนุพันธ์อันดับสองของฟังก์ชันตำแหน่ง s ( t ) s(t) หรือก็คือ

a ( t ) = d v d t = v ( t ) = d 2 s d t 2 = s ( t ) a(t) = frac{dv}{dt} = v'(t) = frac{d^2s}{dt^2} = s”(t)

ตัวอย่าง 2: จากตัวอย่างที่แล้ว ถ้า v ( t ) = 3 t 2 12 t + 9 v(t) = 3t^2 – 12t + 9 จงหาฟังก์ชันความเร่ง

วิธีทำ: เราหาอนุพันธ์ของ v ( t ) v(t) เทียบกับ t t ครับ

a ( t ) = v ( t ) = d d t ( 3 t 2 12 t + 9 ) a(t) = v'(t) = frac{d}{dt}(3t^2 – 12t + 9)
a ( t ) = 6 t 12 a(t) = 6t – 12

หน่วยของความเร่งคือ เมตรต่อวินาทีกำลังสอง (m/s2) ครับ

ความสัมพันธ์ที่สำคัญ:

เราสรุปความสัมพันธ์ได้ดังนี้ครับ:

  • จากตำแหน่ง ไปหาความเร็ว: หาอนุพันธ์อันดับหนึ่งของฟังก์ชันตำแหน่ง s ( t ) s(t) จะได้ v ( t ) v(t)
  • จากความเร็ว ไปหาความเร่ง: หาอนุพันธ์อันดับหนึ่งของฟังก์ชันความเร็ว v ( t ) v(t) จะได้ a ( t ) a(t)
  • ดังนั้น ความเร่งก็คืออนุพันธ์อันดับสองของฟังก์ชันตำแหน่ง s ( t ) s(t) นั่นเองครับ

ในทางกลับกัน ถ้าเรามีฟังก์ชันความเร่ง และต้องการหาความเร็วหรือตำแหน่ง เราจะต้องใช้วิธีตรงกันข้ามกับอนุพันธ์ ซึ่งก็คือ ‘ปริพันธ์’ (integral) ครับ แต่วันนี้เราจะเน้นไปที่อนุพันธ์ก่อนนะครับ

การตีความหมายและประยุกต์ใช้

การเข้าใจค่าบวกหรือลบของความเร็วและความเร่งมีความสำคัญมากครับ

  • ความเร็ว v ( t ) v(t) :
    • ถ้า 0″> v ( t ) > 0 v(t) > 0 วัตถุกำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางบวก (เช่น ไปทางขวาหรือขึ้นบน)
    • ถ้า <math data-latex="v(t) v ( t ) < 0 v(t) < 0 วัตถุกำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางลบ (เช่น ไปทางซ้ายหรือลงล่าง)
    • ถ้า v ( t ) = 0 v(t) = 0 วัตถุหยุดนิ่งชั่วขณะ หรือกำลังเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่
  • ความเร่ง a ( t ) a(t) :
    • ถ้า 0″> a ( t ) > 0 a(t) > 0 ความเร็วกำลังเพิ่มขึ้นในทิศทางบวก หรือลดลงในทิศทางลบ
    • ถ้า <math data-latex="a(t) a ( t ) < 0 a(t) < 0 ความเร็วกำลังลดลงในทิศทางบวก หรือเพิ่มขึ้นในทิศทางลบ
    • ถ้า a ( t ) = 0 a(t) = 0 ความเร็วคงที่ (อาจเป็นค่าบวก ลบ หรือศูนย์)
  • วัตถุเร่งความเร็ว (Speeding up) หรือชะลอความเร็ว (Slowing down):
    • วัตถุ เร่งความเร็ว เมื่อ v ( t ) v(t) และ a ( t ) a(t) มีเครื่องหมายเดียวกัน (ทั้งคู่เป็นบวกหรือทั้งคู่เป็นลบ)
    • วัตถุ ชะลอความเร็ว เมื่อ v ( t ) v(t) และ a ( t ) a(t) มีเครื่องหมายตรงกันข้าม

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและเทคนิคการทำข้อสอบ

  • การลืมหน่วย: อย่าลืมใส่หน่วยให้ถูกต้องเสมอครับ ตำแหน่ง (เมตร), ความเร็ว (เมตร/วินาที), ความเร่ง (เมตร/วินาที2)
  • การคำนวณอนุพันธ์ผิดพลาด: ทบทวนกฎการหาอนุพันธ์ให้แม่นยำ โดยเฉพาะกฎลูกโซ่ (Chain Rule) ที่มักจะใช้กับฟังก์ชันที่ซับซ้อนขึ้น
  • การตีความผิด: การที่ความเร็วเป็นศูนย์ไม่ได้หมายความว่าวัตถุจะหยุดนิ่งตลอดไปเสมอไปนะครับ อาจจะหยุดชั่วขณะก่อนเปลี่ยนทิศทาง
  • เทคนิคการวิเคราะห์การเคลื่อนที่:
    • หาเวลาที่ v ( t ) = 0 v(t) = 0 เพื่อดูว่าวัตถุเปลี่ยนทิศทางเมื่อใด
    • สร้างเส้นจำนวนเพื่อพิจารณาเครื่องหมายของ v ( t ) v(t) และ a ( t ) a(t) ในแต่ละช่วงเวลา จะช่วยให้น้องๆ เห็นภาพชัดเจนว่าวัตถุเคลื่อนที่ไปทางไหน เร็วขึ้นหรือช้าลงครับ

ตัวอย่างโจทย์แบบจัดเต็ม

สมมติว่าฟังก์ชันตำแหน่งของอนุภาคหนึ่งที่เคลื่อนที่บนเส้นตรงคือ s ( t ) = t 3 9 t 2 + 15 t + 3 s(t) = t^3 – 9t^2 + 15t + 3 โดยที่ t 0 t geq 0 (หน่วยเป็นเมตร, วินาที)

คำถาม:

  1. จงหาฟังก์ชันความเร็วและความเร่ง
  2. จงหาความเร็วและความเร่งของอนุภาคที่เวลา t = 2 t=2 วินาที
  3. อนุภาคหยุดนิ่งเมื่อใด
  4. อนุภาคเคลื่อนที่ไปในทิศทางบวกเมื่อใด และทิศทางลบเมื่อใด
  5. อนุภาคเร่งความเร็วเมื่อใด และชะลอความเร็วเมื่อใด

วิธีทำ:

  1. หาฟังก์ชันความเร็วและความเร่ง:

    จาก s ( t ) = t 3 9 t 2 + 15 t + 3 s(t) = t^3 – 9t^2 + 15t + 3

    ฟังก์ชันความเร็ว v ( t ) = s ( t ) v(t) = s'(t) คือ

    v ( t ) = 3 t 2 18 t + 15 v(t) = 3t^2 – 18t + 15 เมตร/วินาที

    ฟังก์ชันความเร่ง a ( t ) = v ( t ) a(t) = v'(t) คือ

    a ( t ) = 6 t 18 a(t) = 6t – 18 เมตร/วินาที2

  2. หาความเร็วและความเร่งที่ t = 2 t=2 :

    ความเร็ว: v ( 2 ) = 3 ( 2 ) 2 18 ( 2 ) + 15 = 12 36 + 15 = 9 v(2) = 3(2)^2 – 18(2) + 15 = 12 – 36 + 15 = -9 เมตร/วินาที

    ความเร่ง: a ( 2 ) = 6 ( 2 ) 18 = 12 18 = 6 a(2) = 6(2) – 18 = 12 – 18 = -6 เมตร/วินาที2

    ที่ t = 2 t=2 อนุภาคกำลังเคลื่อนที่ไปในทิศทางลบด้วยความเร็ว 9 m/s และความเร็วของมันกำลังเพิ่มขึ้นในทิศทางลบ (หรือกำลังเร่งความเร็ว) ครับ

  3. อนุภาคหยุดนิ่งเมื่อใด:

    อนุภาคหยุดนิ่งเมื่อ v ( t ) = 0 v(t) = 0

    3 t 2 18 t + 15 = 0 3t^2 – 18t + 15 = 0
    3 ( t 2 6 t + 5 ) = 0 3(t^2 – 6t + 5) = 0
    3 ( t 1 ) ( t 5 ) = 0 3(t-1)(t-5) = 0

    ดังนั้น t = 1 t=1 วินาที หรือ t = 5 t=5 วินาที

  4. อนุภาคเคลื่อนที่ไปในทิศทางบวกหรือลบเมื่อใด:

    เราต้องพิจารณาเครื่องหมายของ v ( t ) = 3 ( t 1 ) ( t 5 ) v(t) = 3(t-1)(t-5) ในช่วง t 0 t geq 0

    • เมื่อ <math data-latex="0 leq t 0 t < 1 0 leq t < 1 (เช่น t = 0.5 t=0.5 ): 0″> v ( 0.5 ) = 3 ( 0.5 ) ( 4.5 ) > 0 v(0.5) = 3(-0.5)(-4.5) > 0 อนุภาคเคลื่อนที่ในทิศทางบวก
    • เมื่อ <math data-latex="1 < t 1 < t < 5 1 < t < 5 (เช่น t = 2 t=2 ): <math data-latex="v(2) = 3(1)(-3) v ( 2 ) = 3 ( 1 ) ( 3 ) < 0 v(2) = 3(1)(-3) < 0 อนุภาคเคลื่อนที่ในทิศทางลบ
    • เมื่อ 5″> t > 5 t > 5 (เช่น t = 6 t=6 ): 0″> v ( 6 ) = 3 ( 5 ) ( 1 ) > 0 v(6) = 3(5)(1) > 0 อนุภาคเคลื่อนที่ในทิศทางบวก
  5. อนุภาคเร่งความเร็วหรือชะลอความเร็วเมื่อใด:

    เราต้องพิจารณาเครื่องหมายของ v ( t ) v(t) และ a ( t ) a(t) โดย a ( t ) = 6 t 18 = 6 ( t 3 ) a(t) = 6t – 18 = 6(t-3) ดังนั้น a ( t ) = 0 a(t) = 0 เมื่อ t = 3 t=3

    พิจารณาช่วงเวลาต่างๆ:

    • ช่วง <math data-latex="0 leq t 0 t < 1 0 leq t < 1 : 0″> v ( t ) > 0 v(t) > 0 และ <math data-latex="a(t) a ( t ) < 0 a(t) < 0 (เช่น a ( 0.5 ) = 6 ( 2.5 ) = 15 a(0.5) = 6(-2.5) = -15 )
      เครื่องหมายต่างกัน –> ชะลอความเร็ว
    • ช่วง <math data-latex="1 < t 1 < t < 3 1 < t < 3 : <math data-latex="v(t) v ( t ) < 0 v(t) < 0 และ <math data-latex="a(t) a ( t ) < 0 a(t) < 0 (เช่น a ( 2 ) = 6 a(2) = -6 )
      เครื่องหมายเดียวกัน –> เร่งความเร็ว
    • ช่วง <math data-latex="3 < t 3 < t < 5 3 < t < 5 : <math data-latex="v(t) v ( t ) < 0 v(t) < 0 และ 0″> a ( t ) > 0 a(t) > 0 (เช่น a ( 4 ) = 6 ( 1 ) = 6 a(4) = 6(1) = 6 )
      เครื่องหมายต่างกัน –> ชะลอความเร็ว
    • ช่วง 5″> t > 5 t > 5 : 0″> v ( t ) > 0 v(t) > 0 และ 0″> a ( t ) > 0 a(t) > 0 (เช่น a ( 6 ) = 6 ( 3 ) = 18 a(6) = 6(3) = 18 )
      เครื่องหมายเดียวกัน –> เร่งความเร็ว

สรุปแนวคิดสำคัญ

น้องๆ จะเห็นได้ว่าอนุพันธ์เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการวิเคราะห์การเคลื่อนที่ครับ ด้วยการหาอนุพันธ์ของฟังก์ชันตำแหน่ง เราจะสามารถหาความเร็วและความเร่งของวัตถุได้ และการตีความเครื่องหมายของค่าเหล่านี้จะช่วยให้เราเข้าใจพฤติกรรมการเคลื่อนที่ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งการเคลื่อนที่ในทิศทางต่างๆ และการเปลี่ยนแปลงของความเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเร่งความเร็วหรือชะลอความเร็วครับ

การฝึกฝนทำโจทย์บ่อยๆ และทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานอย่างถ่องแท้ จะช่วยให้น้องๆ สามารถประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องอนุพันธ์กับการเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่วและแม่นยำครับ

หากน้องๆ อยากเรียนรู้แคลคูลัสและเทคนิคการทำโจทย์แบบเจาะลึกเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสด คอร์สออนไลน์ หรือเรียนตัวต่อตัว พี่กฤษณ์ก็มีจัดไว้ให้ครับ น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้เลยนะครับ พี่กฤษณ์ยินดีช่วยให้น้องๆ เก่งคณิตศาสตร์ไปด้วยกันครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *