Skip to content
Home » บทความ » การใช้สมบัติของลอการิทึมในการจัดรูปและแก้สมการ

การใช้สมบัติของลอการิทึมในการจัดรูปและแก้สมการ

การใช้สมบัติของลอการิทึมในการจัดรูปและแก้สมการ

ลอการิทึมคืออะไร? มาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกเรื่องสมบัติและการนำไปใช้ พี่กฤษณ์อยากให้น้องๆ เข้าใจพื้นฐานของลอการิทึมกันก่อนนะครับ ลอการิทึมเป็นเหมือน “ส่วนกลับ” ของฟังก์ชันเลขชี้กำลัง ลองนึกภาพแบบนี้นะครับ ถ้าเรามีสมการเลขชี้กำลัง b y = x b^y = x (โดยที่ 0″> b > 0 b > 0 และ b 1 b neq 1 ) เราต้องการหาว่า “กำลัง” ( y ) คืออะไร เพื่อให้ฐาน ( b ) ยกกำลังนั้นแล้วได้ค่า ( x ) ลอการิทึมก็คือการหาค่านั้นแหละครับ เราจะเขียนความสัมพันธ์นี้ในรูปของลอการิทึมได้ว่า
log b x = y log_b x = y
อ่านว่า “ล็อกเอกซ์ฐานบีเท่ากับวาย” ซึ่งหมายความว่า b ยกกำลัง y แล้วได้ x นั่นเองครับ
เงื่อนไขที่สำคัญคือ ตัวฐาน b ต้องเป็นจำนวนจริงบวกและไม่เท่ากับ 1 ส่วนตัวหลังล็อก x ต้องเป็นจำนวนจริงบวกเท่านั้นนะครับ ห้ามเป็นศูนย์หรือติดลบเด็ดขาด! ตรงนี้สำคัญมากและเป็นจุดที่น้องๆ มักจะผิดพลาดกันบ่อยๆ ครับ

ทบทวนสมบัติสำคัญของลอการิทึม

สมบัติของลอการิทึมเป็นเครื่องมือสำคัญที่เราจะใช้ในการจัดรูปและแก้สมการนะครับ พี่กฤษณ์ขอทบทวนสมบัติหลักๆ ที่น้องๆ ต้องจำให้ขึ้นใจเลย มีดังนี้ครับ

  • สมบัติการคูณ: ถ้ามีลอการิทึมที่มีฐานเดียวกันบวกกัน สามารถรวมกันเป็นล็อกของการคูณได้
    log b ( M N ) = log b M + log b N log_b (MN) = log_b M + log_b N
    และในทางกลับกัน เราสามารถแยกล็อกที่คูณกันออกเป็นล็อกบวกกันได้เช่นกันครับ
  • สมบัติการหาร: ถ้ามีลอการิทึมที่มีฐานเดียวกันลบกัน สามารถรวมกันเป็นล็อกของการหารได้
    log b ( M N ) = log b M log b N log_b left( frac{M}{N} right) = log_b M – log_b N
    และกลับกัน ก็สามารถแยกได้เช่นกันครับ
  • สมบัติการยกกำลัง: กำลังของตัวหลังล็อกสามารถดึงมาอยู่หน้าล็อกได้
    log b ( M p ) = p log b M log_b (M^p) = p log_b M
    และถ้ากำลังอยู่ที่ฐานของล็อก เราก็สามารถดึงออกมาได้เช่นกัน แต่จะกลับเศษส่วนนะครับ
    log b q M = 1 q log b M log_{b^q} M = frac{1}{q} log_b M
    รวมทั้งสองกรณี
    log b q ( M p ) = p q log b M log_{b^q} (M^p) = frac{p}{q} log_b M
  • สมบัติการเปลี่ยนฐาน: บางครั้งเราต้องการเปลี่ยนฐานของล็อกให้เป็นฐานที่เราคุ้นเคย (เช่น ฐาน 10 หรือฐาน e) หรือเป็นฐานเดียวกันเพื่อนำไปรวมกันได้
    log b M = log c M log c b log_b M = frac{log_c M}{log_c b}
    โดย c เป็นฐานใหม่ที่เราเลือก (ต้อง 0″> c > 0 c > 0 และ c 1 c neq 1 )
    อีกรูปแบบหนึ่งที่ใช้บ่อยคือ
    log b M = 1 log M b log_b M = frac{1}{log_M b}
  • สมบัติเอกลักษณ์:
    log b b = 1 log_b b = 1 (เพราะ b 1 = b b^1 = b )
    log b 1 = 0 log_b 1 = 0 (เพราะ b 0 = 1 b^0 = 1 )
  • สมบัติพิเศษ:
    b log b x = x b^{log_b x} = x

การจัดรูปนิพจน์ลอการิทึม: ทำให้ง่ายขึ้นด้วยสมบัติ

การจัดรูปคือการทำให้สมการหรือนิพจน์ดูง่ายขึ้น หรืออยู่ในรูปแบบที่เราจะนำไปแก้สมการได้ง่ายขึ้นครับ เรามักจะใช้สมบัติเหล่านี้เพื่อ:

  • รวมหลายๆ พจน์ล็อกให้เป็นล็อกก้อนเดียว: เพื่อให้สามารถเปลี่ยนรูปจากล็อกเป็นเลขชี้กำลังได้

    ตัวอย่าง: จัดรูป log 2 ( x + 1 ) + log 2 ( x 1 ) log_2 (x+1) + log_2 (x-1)
    ใช้สมบัติการคูณ:
    log 2 ( x + 1 ) + log 2 ( x 1 ) = log 2 ( ( x + 1 ) ( x 1 ) ) = log 2 ( x 2 1 ) log_2 (x+1) + log_2 (x-1) = log_2 ((x+1)(x-1)) = log_2 (x^2 – 1)

  • แยกพจน์ล็อกให้กระจายตัว: เพื่อให้ง่ายต่อการคำนวณหรือเปรียบเทียบ

    ตัวอย่าง: แยก log ( a 3 b c 2 ) log left( frac{a^3 sqrt{b}}{c^2} right) (ถ้าไม่เขียนฐาน หมายถึงฐาน 10 นะครับ)
    = log ( a 3 b ) log ( c 2 ) = log (a^3 sqrt{b}) – log (c^2)
    = log a 3 + log b log c 2 = log a^3 + log sqrt{b} – log c^2
    = 3 log a + 1 2 log b 2 log c = 3 log a + frac{1}{2} log b – 2 log c

กุญแจสำคัญสู่การแก้สมการลอการิทึม

การแก้สมการลอการิทึมต้องใช้สมบัติที่เราทบทวนไปแล้วนะครับ แต่นอกเหนือจากนั้น มีหลักการสำคัญที่น้องๆ ต้องจำให้แม่นยำที่สุด นั่นคือ

หลักการสำคัญ:


ก่อนที่จะเริ่มแก้สมการลอการิทึมใดๆ ให้น้องๆ

กำหนดเงื่อนไขของตัวแปร (หรือโดเมนของลอการิทึม) ก่อนเสมอ!

นั่นคือ:

  • ตัวหลังล็อก ( x ใน log b x log_b x ) ต้องมากกว่าศูนย์ ( 0″> x > 0 x > 0 )
  • ฐานของล็อก ( b ) ต้องมากกว่าศูนย์ ( 0″> b > 0 b > 0 ) และไม่เท่ากับหนึ่ง ( b 1 b neq 1 )

หลังได้คำตอบแล้ว

ต้องนำคำตอบที่ได้ไปตรวจสอบกับเงื่อนไขโดเมนเสมอ

หากคำตอบไหนไม่ตรงตามเงื่อนไขโดเมน ก็จะถือว่าเป็นคำตอบปลอมและต้องตัดทิ้งไปนะครับ

เมื่อกำหนดเงื่อนไขเรียบร้อยแล้ว เราจะใช้เทคนิคต่างๆ ในการแก้สมการดังนี้ครับ

  • เทคนิคที่ 1: เปลี่ยนรูปจากลอการิทึมเป็นเลขชี้กำลัง
    ใช้เมื่อมีล็อกก้อนเดียวในข้างหนึ่งของสมการ หรือเราจัดรูปให้เหลือล็อกก้อนเดียวได้
    จาก log b x = y log_b x = y เปลี่ยนเป็น b y = x b^y = x แล้วแก้สมการหาค่า x
  • เทคนิคที่ 2: ทำฐานลอการิทึมให้เท่ากันทั้งสองข้าง
    ใช้เมื่อมีล็อกหลายก้อนและสามารถจัดรูปให้ข้างซ้ายเป็นล็อกก้อนเดียว และข้างขวาเป็นล็อกก้อนเดียว โดยมีฐานเดียวกันได้
    ถ้าเรามี log b M = log b N log_b M = log_b N เราสามารถสรุปได้ว่า M = N M = N แล้วแก้สมการหาค่า x
  • เทคนิคที่ 3: การสมมติตัวแปร
    ใช้เมื่อสมการอยู่ในรูปที่มีพจน์ล็อกซ้ำๆ กันและสามารถเปลี่ยนเป็นสมการพหุนาม (เช่น สมการกำลังสอง) ได้
    ตัวอย่างเช่น ( log b x ) 2 + A log b x + B = 0 (log_b x)^2 + A log_b x + B = 0
    เราสามารถให้ y = log b x y = log_b x จะได้ y 2 + A y + B = 0 y^2 + Ay + B = 0 แล้วแก้สมการหาค่า y จากนั้นค่อยแทนกลับเพื่อหาค่า x ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้สมบัติและแก้สมการ

พี่กฤษณ์ขอเน้นย้ำจุดที่น้องๆ มักจะพลาดกันบ่อยๆ นะครับ เพื่อให้น้องๆ ระมัดระวังเป็นพิเศษ

  • ไม่ตรวจสอบโดเมน: นี่คือข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งเลยครับ น้องๆ หลายคนรีบแก้สมการ พอได้คำตอบก็ตอบเลย ทำให้ได้คำตอบเกิน (คำตอบปลอม) ที่ไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขของล็อก
  • ใช้สมบัติผิด: เช่น เข้าใจผิดว่า log ( M + N ) = log M + log N log(M+N) = log M + log N ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดนะครับ! สมบัติการบวกใช้กับการคูณตัวหลังล็อกเท่านั้น
    หรือบางทีก็สลับกันระหว่าง p log b M p log_b M กับ log b M p log_b M^p
  • ผิดพลาดเรื่องเครื่องหมาย: เช่น การกระจายเครื่องหมายลบหน้าวงเล็บ หรือการย้ายข้างสมการ
  • ไม่เปลี่ยนฐานเมื่อจำเป็น: บางครั้งโจทย์มาเป็นหลายฐาน น้องๆ ต้องรู้จักเปลี่ยนให้เป็นฐานเดียวกันก่อนจึงจะรวมกันได้
  • ลืมคำนวณค่าจากสมการกำลังสอง: เมื่อสมมติตัวแปรแล้วแก้สมการกำลังสอง อาจได้คำตอบ y สองค่า ต้องนำทั้งสองค่ากลับไปหา x และตรวจสอบโดเมนทั้งสองคำตอบนะครับ

ตัวอย่างโจทย์พร้อมวิธีทำอย่างละเอียด

เรามาดูตัวอย่างโจทย์กันนะครับ เพื่อให้น้องๆ เห็นภาพชัดเจนขึ้น

ตัวอย่างที่ 1: การจัดรูป
จงจัดรูป 2 log x + log ( x + 1 ) log ( x 2 1 ) 2 log x + log (x+1) – log (x^2 – 1) ให้อยู่ในรูปที่ง่ายที่สุด

วิธีทำ:
ก่อนอื่นให้พิจารณาโดเมนของแต่ละพจน์
0″> log x x > 0 log x Rightarrow x > 0
0 Rightarrow x > -1″> log ( x + 1 ) x + 1 > 0 x > 1 log (x+1) Rightarrow x+1 > 0 Rightarrow x > -1
0 Rightarrow (x-1)(x+1) > 0 Rightarrow x 1″> log ( x 2 1 ) x 2 1 > 0 ( x 1 ) ( x + 1 ) > 0 x < 1 หรือ x > 1 log (x^2 – 1) Rightarrow x^2 – 1 > 0 Rightarrow (x-1)(x+1) > 0 Rightarrow x < -1 text{ หรือ } x > 1
เมื่อรวมเงื่อนไขทั้งหมด จะได้ว่า 1″> x > 1 x > 1

เริ่มต้นจัดรูป:
2 log x + log ( x + 1 ) log ( x 2 1 ) 2 log x + log (x+1) – log (x^2 – 1)
ดึงกำลังของพจน์แรกกลับ: = log x 2 + log ( x + 1 ) log ( x 2 1 ) = log x^2 + log (x+1) – log (x^2 – 1)
รวมพจน์บวกกันเข้าด้วยสมบัติการคูณ: = log ( x 2 ( x + 1 ) ) log ( x 2 1 ) = log (x^2 (x+1)) – log (x^2 – 1)
รวมพจน์ลบกันเข้าด้วยสมบัติการหาร: = log ( x 2 ( x + 1 ) x 2 1 ) = log left( frac{x^2 (x+1)}{x^2 – 1} right)
แยกตัวประกอบพจน์ข้างล่าง: = log ( x 2 ( x + 1 ) ( x 1 ) ( x + 1 ) ) = log left( frac{x^2 (x+1)}{(x-1)(x+1)} right)
ตัดทอนพจน์ ( x + 1 ) (x+1) ออกไปได้ เพราะ 1″> x > 1 x > 1 ทำให้ x + 1 0 x+1 neq 0
= log ( x 2 x 1 ) = log left( frac{x^2}{x-1} right)
นี่คือรูปอย่างง่ายที่สุดแล้วครับ

ตัวอย่างที่ 2: การแก้สมการแบบเปลี่ยนรูปเป็นเลขชี้กำลัง
จงแก้สมการ log 3 ( 2 x 1 ) = 2 log_3 (2x – 1) = 2

วิธีทำ:
1. กำหนดเงื่อนไขโดเมน: ตัวหลังล็อกต้องมากกว่าศูนย์
0 Rightarrow 2x > 1 Rightarrow x > frac{1}{2}”> 2 x 1 > 0 2 x > 1 x > 1 2 2x – 1 > 0 Rightarrow 2x > 1 Rightarrow x > frac{1}{2}
2. เปลี่ยนรูปสมการ: จาก log b x = y log_b x = y เป็น b y = x b^y = x
จะได้ 3 2 = 2 x 1 3^2 = 2x – 1
9 = 2 x 1 9 = 2x – 1
3. แก้สมการ:
10 = 2 x 10 = 2x
x = 5 x = 5
4. ตรวจสอบคำตอบกับเงื่อนไขโดเมน: x = 5 x = 5 ซึ่ง frac{1}{2}”> 5 > 1 2 5 > frac{1}{2} (จริง)
ดังนั้น คำตอบของสมการคือ x = 5 x = 5 ครับ

ตัวอย่างที่ 3: การแก้สมการแบบทำฐานให้เท่ากัน
จงแก้สมการ log 2 ( x 2 ) + log 2 ( x 3 ) = log 2 2 log_2 (x – 2) + log_2 (x – 3) = log_2 2

วิธีทำ:
1. กำหนดเงื่อนไขโดเมน:
0 Rightarrow x > 2″> x 2 > 0 x > 2 x – 2 > 0 Rightarrow x > 2
0 Rightarrow x > 3″> x 3 > 0 x > 3 x – 3 > 0 Rightarrow x > 3
รวมกันได้ 3″> x > 3 x > 3
2. จัดรูปสมการให้เหลือล็อกก้อนเดียวทั้งสองข้าง:
ใช้สมบัติการคูณทางซ้าย:
log 2 ( ( x 2 ) ( x 3 ) ) = log 2 2 log_2 ((x – 2)(x – 3)) = log_2 2
3. ทำตัวหลังล็อกให้เท่ากัน: เนื่องจากฐานของล็อกทั้งสองข้างเท่ากัน เราจึงจับตัวหลังล็อกมาเท่ากันได้
( x 2 ) ( x 3 ) = 2 (x – 2)(x – 3) = 2
x 2 3 x 2 x + 6 = 2 x^2 – 3x – 2x + 6 = 2
x 2 5 x + 6 = 2 x^2 – 5x + 6 = 2
x 2 5 x + 4 = 0 x^2 – 5x + 4 = 0
4. แก้สมการกำลังสอง: แยกตัวประกอบ
( x 1 ) ( x 4 ) = 0 (x – 1)(x – 4) = 0
ได้ค่า x = 1 x = 1 หรือ x = 4 x = 4
5. ตรวจสอบคำตอบกับเงื่อนไขโดเมน: 3″> x > 3 x > 3
x = 1 x = 1 ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข (ตัดทิ้ง)
x = 4 x = 4 เป็นไปตามเงื่อนไข ( 3″> 4 > 3 4 > 3 )
ดังนั้น คำตอบของสมการคือ x = 4 x = 4 ครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

น้องๆ จะเห็นนะครับว่าการใช้สมบัติของลอการิทึมอย่างถูกต้องมีความสำคัญอย่างยิ่งในการจัดรูปและแก้สมการ สิ่งที่พี่กฤษณ์อยากให้น้องๆ จำให้ขึ้นใจคือ

  • กำหนดและตรวจสอบเงื่อนไขโดเมนเสมอ: นี่คือก้าวแรกและสำคัญที่สุดในการแก้สมการลอการิทึม
  • ทำความเข้าใจสมบัติแต่ละข้ออย่างถ่องแท้: รู้ว่าใช้เมื่อไหร่และใช้อย่างไร อย่าสับสนหรือใช้ผิดหลักการ
  • ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ: ยิ่งทำโจทย์มากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งคล่องแคล่วและจับจุดได้เร็วขึ้นเท่านั้นครับ

ลอการิทึมเป็นหัวข้อที่มีความหลากหลายในการออกข้อสอบมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดรูป การแก้สมการ หรือแม้กระทั่งการประยุกต์ใช้ในเรื่องอื่นๆ หากน้องๆ เข้าใจและสามารถนำสมบัติไปใช้อย่างเชี่ยวชาญ ก็จะทำให้การเรียนคณิตศาสตร์สนุกและง่ายขึ้นเยอะเลยครับ

หากน้องๆ คนไหนรู้สึกว่าเนื้อหาเหล่านี้ยังยากเกินไป หรืออยากได้เทคนิคและตัวอย่างโจทย์เพิ่มเติม พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนคณิตศาสตร์หลากหลายรูปแบบที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้น้องๆ เข้าใจและทำคะแนนได้ดีขึ้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสดที่ได้เรียนกับพี่กฤษณ์โดยตรง คอร์สออนไลน์ที่สามารถเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือแม้แต่คอร์สตัวต่อตัวที่เน้นการเรียนรู้เฉพาะบุคคล น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ พี่กฤษณ์ยินดีที่จะช่วยให้น้องๆ ประสบความสำเร็จในการเรียนคณิตศาสตร์ทุกคนครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *