Skip to content
Home » บทความ » สับเซตและเพาเวอร์เซต

สับเซตและเพาเวอร์เซต

สับเซตและเพาเวอร์เซต

ก่อนที่เราจะเข้าสู่เรื่องสับเซตและเพาเวอร์เซตโดยตรง พี่กฤษณ์อยากทบทวนพื้นฐานของคำว่า “เซต” ให้กับน้องๆ ก่อนสักนิดนะครับ เซตคือกลุ่มของสิ่งของต่างๆ ที่เราสนใจและสามารถระบุสมาชิกได้อย่างชัดเจนว่าอะไรเป็นสมาชิกในเซตนั้น อะไรไม่ใช่ โดยสมาชิกแต่ละตัวในเซตจะมีความแตกต่างกัน ไม่ซ้ำซ้อนกันครับ เช่น เซตของเลขคู่บวกที่น้อยกว่า 10 คือ { 2 , 4 , 6 , 8 } {2, 4, 6, 8} เป็นต้นครับ

สับเซต (Subset)

สับเซต คือแนวคิดที่บอกความสัมพันธ์ว่าเซตหนึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอีกเซตหนึ่งหรือไม่ครับ

เราจะกล่าวว่าเซต A A เป็นสับเซตของเซต B B ก็ต่อเมื่อสมาชิกทุกตัวของเซต A A ต้องเป็นสมาชิกของเซต B B ด้วยครับ เราใช้สัญลักษณ์ subseteq แทนคำว่า “เป็นสับเซตของ” ครับ

ดังนั้น ถ้า A A เป็นสับเซตของ B B เราจะเขียนแทนด้วย A B A subseteq B ครับ

ตัวอย่างสับเซต

ลองดูตัวอย่างง่ายๆ กันครับ

  • ถ้า A = { 1 , 2 } A = {1, 2} และ B = { 1 , 2 , 3 } B = {1, 2, 3} จะเห็นว่าสมาชิกทุกตัวของ A A คือ 1 และ 2 ล้วนอยู่ใน B B ดังนั้น A B A subseteq B ครับ
  • ถ้า C = { a , b } C = {a, b} และ D = { a , b , c , d } D = {a, b, c, d} สมาชิกของ C C ทุกตัวก็อยู่ใน D D ดังนั้น C D C subseteq D ครับ
  • ถ้า E = { มะม่วง , ส้ม } E = {text{มะม่วง}, text{ส้ม}} และ F = { กล้วย , มะม่วง } F = {text{กล้วย}, text{มะม่วง}} จะเห็นว่า “ส้ม” อยู่ใน E E แต่ไม่อยู่ใน F F ดังนั้น E E ไม่เป็นสับเซตของ F F ครับ

สับเซตแท้ (Proper Subset)

นอกจากสับเซตทั่วไปแล้ว ยังมี สับเซตแท้ อีกด้วยครับ สับเซตแท้คือเซต A A ที่เป็นสับเซตของ B B แต่ A A จะต้องไม่เท่ากับ B B (หมายถึง B B ต้องมีสมาชิกบางตัวที่ A A ไม่มี) เราใช้สัญลักษณ์ subset แทนคำว่า “เป็นสับเซตแท้ของ” ครับ

จากตัวอย่างข้างต้น ถ้า A = { 1 , 2 } A = {1, 2} และ B = { 1 , 2 , 3 } B = {1, 2, 3} จะได้ว่า A B A subset B เพราะ A B A subseteq B และ A B A neq B ครับ

คุณสมบัติสำคัญของสับเซต

  • เซตว่าง ( emptyset ) เป็นสับเซตของทุกๆ เซตเสมอครับ ไม่ว่าเซตนั้นจะมีสมาชิกอะไรหรือไม่ก็ตาม เราสามารถเขียนได้ว่า A emptyset subseteq A สำหรับเซต A A ใดๆ ครับ
  • ทุกๆ เซตเป็นสับเซตของตัวเองเสมอครับ เช่น A A A subseteq A เสมอครับ

การนับจำนวนสับเซต

ถ้าเซต A A มีสมาชิก n n ตัว จำนวนสับเซตทั้งหมดของเซต A A จะเท่ากับ 2 n 2^n ครับ

และจำนวนสับเซตแท้ทั้งหมดของเซต A A จะเท่ากับ 2 n 1 2^n – 1 ครับ (เพราะเราลบเซตตัวเองออกไป 1 ตัวนั่นเอง)

ตัวอย่าง: ถ้า A = { 1 , 2 , 3 } A = {1, 2, 3} มีสมาชิก n = 3 n = 3 ตัว

จำนวนสับเซตทั้งหมดคือ 2 3 = 8 2^3 = 8 สับเซต ได้แก่

  • เซตว่าง: emptyset
  • สับเซตที่มีสมาชิก 1 ตัว: { 1 } , { 2 } , { 3 } {1}, {2}, {3}
  • สับเซตที่มีสมาชิก 2 ตัว: { 1 , 2 } , { 1 , 3 } , { 2 , 3 } {1, 2}, {1, 3}, {2, 3}
  • สับเซตที่มีสมาชิก 3 ตัว: { 1 , 2 , 3 } {1, 2, 3}

รวมทั้งหมด 8 สับเซตครับ และมีสับเซตแท้ 8 1 = 7 8 – 1 = 7 สับเซต (คือตัด { 1 , 2 , 3 } {1, 2, 3} ออกไปครับ)

เพาเวอร์เซต (Power Set)

เพาเวอร์เซต ของเซต A A คือเซตที่รวบรวมสับเซตทั้งหมดของเซต A A ไว้เป็นสมาชิกครับ เราใช้สัญลักษณ์ P ( A ) P(A) แทนเพาเวอร์เซตของ A A ครับ

สิ่งสำคัญที่น้องๆ ต้องจำให้ขึ้นใจคือ สมาชิกของเพาเวอร์เซต P ( A ) P(A) นั้น เป็นเซต เสมอครับ

การสร้างเพาเวอร์เซต

จากเซต A = { 1 , 2 , 3 } A = {1, 2, 3} ที่เราหาสับเซตไปแล้ว 8 ตัว เราสามารถนำสับเซตเหล่านั้นมารวมกันเป็นเซตเดียวได้เป็นเพาเวอร์เซต P ( A ) P(A) ครับ

P ( A ) = { , { 1 } , { 2 } ,</ { 3 } , { 1 , 2 } , { 1 , 3 } , { 2 , 3 } , { 1 , 2 , 3 } } P(A) = {emptyset, {1}, {2}, {3}, {1, 2}, {1, 3}, {2, 3}, {1, 2, 3}}

จำนวนสมาชิกของเพาเวอร์เซต

เนื่องจากเพาเวอร์เซตคือเซตของสับเซตทั้งหมด ดังนั้นจำนวนสมาชิกของเพาเวอร์เซต P ( A ) P(A) ก็คือจำนวนสับเซตทั้งหมดของ A A นั่นเองครับ

ถ้าเซต A A มีสมาชิก n n ตัว หรือเขียนได้ว่า | A | = n |A| = n แล้ว จำนวนสมาชิกของเพาเวอร์เซต P ( A ) P(A) จะเท่ากับ 2 n 2^n หรือเขียนได้ว่า | P ( A ) | = 2 n |P(A)| = 2^n ครับ

ตัวอย่างเพิ่มเติมของเพาเวอร์เซต

  • ถ้า A = A = emptyset (เซตว่างมีสมาชิก 0 ตัว n = 0 n=0 )

    สับเซตของ A A คือ emptyset เพียงตัวเดียว

    ดังนั้น P ( A ) = { } P(A) = {emptyset} ครับ | P ( A ) | = 2 0 = 1 |P(A)| = 2^0 = 1 ถูกต้องเลยครับ

  • ถ้า A = { } A = { emptyset } (เซต A A มีสมาชิก 1 ตัว คือ เซตว่าง n = 1 n=1 )

    สับเซตของ A A คือ

    • เซตว่าง ( emptyset )
    • เซตของสมาชิกหนึ่งตัว ( { } {emptyset} ) ซึ่งก็คือตัวเซต A A นั่นเอง

    ดังนั้น P ( A ) = { , { } } P(A) = {emptyset, {emptyset}} ครับ | P ( A ) | = 2 1 = 2 |P(A)| = 2^1 = 2 ถูกต้องอีกแล้วครับ

ความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่าง สมาชิก สับเซต และ เพาเวอร์เซต

จุดนี้เป็นจุดที่น้องๆ มักจะสับสนกันบ่อยที่สุดเลยครับ ระหว่างคำว่า “สมาชิก” กับ “สับเซต” และการนำไปใช้กับเพาเวอร์เซต

  • สมาชิก ( in ) คือ สิ่งที่อยู่ในเซตโดยตรง ไม่ต้องมีวงเล็บปีกกาครอบ
  • สับเซต ( subseteq ) คือ เซตย่อยของอีกเซตหนึ่ง สมาชิกทุกตัวในเซตย่อยต้องอยู่ในเซตใหญ่ และต้องมีวงเล็บปีกกาครอบเสมอ

จากตัวอย่าง A = { 1 , 2 , 3 } A = {1, 2, 3} และ P ( A ) = { , { 1 } , { 2 } , { 3 } , { 1 , 2 } , { 1 , 3 } , { 2 , 3 } , { 1 , 2 , 3 } } P(A) = {emptyset, {1}, {2}, {3}, {1, 2}, {1, 3}, {2, 3}, {1, 2, 3}}

  • 1 A 1 in A (1 เป็นสมาชิกของ A) แต่ 1 P ( A ) 1 notin P(A) ครับ เพราะสมาชิกของ P ( A ) P(A) ต้องเป็นเซต
  • { 1 } A {1} subseteq A (เซต { 1 } {1} เป็นสับเซตของ A) และ { 1 } P ( A ) {1} in P(A) (เซต { 1 } {1} เป็นสมาชิกของ P ( A ) P(A) )
  • A A A subseteq A และ A P ( A ) A in P(A)
  • A emptyset subseteq A และ P ( A ) emptyset in P(A)

จะเห็นว่าเซตใดๆ ที่เป็นสับเซตของ A A ก็จะเป็นสมาชิกของ P ( A ) P(A) ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (Common Mistakes)

จากประสบการณ์สอนของพี่กฤษณ์ น้องๆ มักจะพลาดในประเด็นเหล่านี้ครับ

  • สับสนระหว่างสมาชิกกับสับเซต: จำไว้ว่าสมาชิกไม่จำเป็นต้องเป็นเซต แต่สับเซตต้องเป็นเซตเสมอ เช่น 2 { 1 , 2 , 3 } 2 in {1, 2, 3} ถูกต้อง แต่ { 2 } { 1 , 2 , 3 } {2} in {1, 2, 3} ผิดครับ ต้องเป็น { 2 } { 1 , 2 , 3 } {2} subseteq {1, 2, 3}
  • เซตว่าง: emptyset เป็นสับเซตของทุกเซตเสมอ และ emptyset เป็นสมาชิกของเพาเวอร์เซตของทุกเซตเสมอ เช่น P ( A ) emptyset in P(A)
  • การเขียนเพาเวอร์เซต: ต้องไม่ลืมว่าสมาชิกของเพาเวอร์เซตต้องเป็น “เซต” ครับ ดังนั้นต้องมีวงเล็บปีกกาครอบเสมอ เช่น P ( { 1 } ) = { , { 1 } } P({1}) = {emptyset, {1}} ไม่ใช่ P ( { 1 } ) = { , 1 } P({1}) = {emptyset, 1}
  • เซตซ้อนเซต: เวลาเจอสมาชิกที่เป็นเซตอยู่แล้ว เช่น A = { 1 , { 2 , 3 } } A = {1, {2, 3}}

    สมาชิกของ A A คือ 1 1 และ { 2 , 3 } {2, 3} ครับ

    ดังนั้นเวลาหาสับเซตของ A A ที่มีสมาชิก 1 ตัว ก็ต้องเป็น { { 1 } } {{1}} และ { { 2 , 3 } } {{{2, 3}}} ครับ ต้องครอบวงเล็บปีกกาเข้าไปอีกชั้นเสมอเมื่อต้องการสร้างสับเซต

เทคนิคและข้อควรจำในการทำข้อสอบ

  • วาดแผนภาพเวนน์-ออยเลอร์: ช่วยให้เห็นภาพความสัมพันธ์ของเซตและสับเซตได้ชัดเจนขึ้นครับ
  • ไล่หาสับเซตอย่างเป็นระบบ: เริ่มจากเซตว่าง, สับเซตที่มีสมาชิก 1 ตัว, 2 ตัว, ไปเรื่อยๆ จนถึงเซตตัวเอง เพื่อไม่ให้พลาดการนับ
  • ระวังโจทย์พลิกแพลง: บางครั้งโจทย์จะให้เซตที่มีสมาชิกเป็นเซตซ้อนกัน หรือมีเซตว่างเป็นสมาชิก ต้องตีความให้ดีว่าอะไรคือ “สมาชิก” และอะไรคือ “สับเซต”
  • การหาจำนวนสับเซตที่มีเงื่อนไข:
    • ถ้าสับเซต ต้องมี สมาชิก k k ตัวใดๆ ที่กำหนดมา ให้คิดว่าเราเลือก k k ตัวนี้มาแล้ว เหลือสมาชิกให้เลือกจากที่เหลือ n k n-k ตัว จำนวนสับเซตคือ 2 n k 2^{n-k}
    • ถ้าสับเซต ต้องไม่มี สมาชิก k k ตัวใดๆ ที่กำหนดมา ให้ตัด k k ตัวนั้นทิ้งไปก่อน แล้วนับจำนวนสับเซตของเซตที่เหลือ n k n-k ตัว จำนวนสับเซตก็คือ 2 n k 2^{n-k} เช่นกันครับ

ตัวอย่างโจทย์ประยุกต์

โจทย์: กำหนดให้ A = { 1 , 2 , { 3 } , 4 } A = {1, 2, {3}, 4} จงหาจำนวนสมาชิกของ P ( A ) P(A) และพิจารณาว่าข้อความต่อไปนี้ถูกหรือผิด

  1. { 3 } A {3} in A
  2. { 3 } A {3} subseteq A
  3. { { 3 } } A {{3}} subseteq A
  4. { 1 , { 3 } } P ( A ) {1, {3}} in P(A)

วิธีคิด:

เริ่มแรก เราต้องหาจำนวนสมาชิกของ A A ก่อนครับ สมาชิกของ A A คือ 1 , 2 , { 3 } , 4 1, 2, {3}, 4 ดังนั้น | A | = 4 |A| = 4 ครับ

จำนวนสมาชิกของ P ( A ) P(A) คือ 2 4 = 16 2^4 = 16 ตัวครับ

มาดูแต่ละข้อความกันครับ

  1. { 3 } A {3} in A : ถูก ครับ เพราะ { 3 } {3} เป็นหนึ่งในสมาชิกที่อยู่ภายในเซต A A โดยตรง
  2. { 3 } A {3} subseteq A : ผิด ครับ เพราะการที่ { 3 } {3} จะเป็นสับเซตของ A A ได้นั้น สมาชิกของ { 3 } {3} (ซึ่งก็คือ 3 3 ) จะต้องเป็นสมาชิกของ A A แต่ใน A A ไม่มีสมาชิกตัวไหนเป็น 3 3 โดยตรง มีแค่เซต { 3 } {3} ที่เป็นสมาชิกครับ
  3. { { 3 } } A {{3}} subseteq A : ถูก ครับ เพราะการที่ { { 3 } } {{3}} จะเป็นสับเซตของ A A ได้นั้น สมาชิกของ { { 3 } } {{3}} (ซึ่งก็คือ { 3 } {3} ) จะต้องเป็นสมาชิกของ A A ซึ่งเป็นจริงตามข้อ 1 ครับ
  4. { 1 , { 3 } } P ( A ) {1, {3}} in P(A) : ถูก ครับ เพราะการเป็นสมาชิกของ P ( A ) P(A) หมายถึงการเป็นสับเซตของ A A นั่นเอง ซึ่ง { 1 , { 3 } } {1, {3}} เป็นสับเซตของ A A เพราะสมาชิกทุกตัวของเซต { 1 , { 3 } } {1, {3}} คือ 1 1 และ { 3 } {3} ต่างก็เป็นสมาชิกของ A A ครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

น้องๆ ครับ สับเซตและเพาเวอร์เซตเป็นหัวใจสำคัญของบทเซตเลยทีเดียว การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง “สมาชิก” กับ “สับเซต” และการเขียนเพาเวอร์เซตอย่างถูกต้องเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งครับ

  • สับเซต: เซตย่อยของอีกเซตหนึ่ง ถ้า A B A subseteq B หมายถึงสมาชิกทุกตัวของ A A อยู่ใน B B
  • จำนวนสับเซต: ถ้ามีสมาชิก n n ตัว จะมีสับเซต 2 n 2^n ตัว และสับเซตแท้ 2 n 1 2^n – 1 ตัว
  • เพาเวอร์เซต: เซตของสับเซตทั้งหมดของเซตนั้นๆ สมาชิกของเพาเวอร์เซตเป็นเซตเสมอ
  • เซตว่าง: emptyset เป็นทั้งสับเซตของทุกเซต และเป็นสมาชิกของเพาเวอร์เซตของทุกเซต

การฝึกฝนทำโจทย์หลากหลายรูปแบบจะช่วยให้น้องๆ เข้าใจและจำหลักการเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำครับ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจเรื่องสับเซตและเพาเวอร์เซตได้กระจ่างมากขึ้นนะครับ คณิตศาสตร์เป็นเรื่องของการฝึกฝน ยิ่งฝึกมาก ยิ่งเก่งครับ หากน้องๆ อยากเรียนรู้คณิตศาสตร์เพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาบทอื่นๆ หรือต้องการเทคนิคการทำโจทย์แบบเจาะลึก พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนคณิตศาสตร์หลากหลายรูปแบบให้น้องๆ ได้เลือกตามความถนัดเลยครับ ทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ หรือเรียนตัวต่อตัว น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ พี่กฤษณ์รอเจอน้องๆ ทุกคนนะครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *