ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน: เมื่อสิ่งหนึ่งเปลี่ยน อีกสิ่งหนึ่งเปลี่ยนตาม
ทำความเข้าใจ “ความสัมพันธ์” พื้นฐานของทุกสิ่ง
ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับคำว่า “ความสัมพันธ์” กันก่อนครับ ในทางคณิตศาสตร์ ความสัมพันธ์คือการจับคู่กันของสมาชิกจากสองกลุ่ม (หรือเซต) ครับ พูดง่ายๆ คือเป็นการบอกว่า สมาชิกตัวไหนในกลุ่มแรก มีคู่กับสมาชิกตัวไหนในกลุ่มที่สองบ้าง เราสามารถมองเห็นความสัมพันธ์ได้ทุกที่ครับ ไม่ว่าจะเป็น:
- ความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับวิชาที่ลงทะเบียนเรียน
- ความสัมพันธ์ระหว่างสินค้ากับราคา
- ความสัมพันธ์ระหว่างเวลาที่ออกเดินทางกับระยะทางที่วิ่งไปได้
ในทางคณิตศาสตร์ เรามักจะแทนความสัมพันธ์ด้วยคู่อันดับ โดยที่ เป็นสมาชิกจากกลุ่มแรก และ เป็นสมาชิกจากกลุ่มที่สองนั่นเองครับ
ยกตัวอย่างง่ายๆ สมมติน้องๆ มีกลุ่มของนักเรียน และกลุ่มของวิชา ถ้าเอลงเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ บีลงเรียนคณิตศาสตร์ ส่วนซีลงเรียนภาษาไทย เราสามารถเขียนความสัมพันธ์นี้ได้เป็นเซตของคู่อันดับดังนี้ครับ
ความสัมพันธ์ =
ก้าวสู่ “ฟังก์ชัน” ความสัมพันธ์ที่มีระเบียบแบบแผน
ฟังก์ชันคือความสัมพันธ์ชนิดพิเศษครับ ที่มีความเข้มงวดมากขึ้นอีกนิด หลักการสำคัญของฟังก์ชันคือ: สมาชิกตัวแรกในคู่อันดับ (หรือค่า ) แต่ละตัว จะต้องจับคู่กับสมาชิกตัวที่สอง (หรือค่า ) เพียงตัวเดียวเท่านั้น ครับ
ลองนึกภาพเครื่องชงกาแฟอัตโนมัติครับ น้องๆ กดปุ่มเลือกเมนู (เช่น ลาเต้) สิ่งที่ออกมาก็คือลาเต้เพียงแก้วเดียว ไม่ใช่ลาเต้หนึ่งแก้วกับเอสเปรสโซอีกแก้วพร้อมกันใช่ไหมครับ นี่แหละครับคือหลักการของฟังก์ชัน: หนึ่งปัจจัยนำเข้า (input) ให้ผลลัพธ์ (output) เพียงหนึ่งเดียวเสมอ
จากตัวอย่างนักเรียนกับวิชาก่อนหน้า นั่นเป็นแค่ “ความสัมพันธ์” ครับ เพราะเอลงเรียนได้ถึงสองวิชา นั่นหมายถึง “เอ” ซึ่งเป็นสมาชิกตัวแรกของคู่อันดับ ไปจับคู่กับวิชาคณิตศาสตร์และวิชาวิทยาศาสตร์พร้อมกัน ซึ่งผิดกฎของฟังก์ชันครับ
แต่ถ้าน้องๆ มีความสัมพันธ์ว่า “นักเรียนแต่ละคนมีรหัสประจำตัวเพียงรหัสเดียว” แบบนี้จะเป็นฟังก์ชันครับ เพราะนักเรียนหนึ่งคน () มีรหัสประจำตัว () เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น
โดเมนและเรนจ์: ขอบเขตของความสัมพันธ์และฟังก์ชัน
เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์และฟังก์ชัน เรามักจะได้ยินคำว่าโดเมนและเรนจ์ตามมาด้วยครับ
- โดเมน (Domain) คือ เซตของสมาชิกตัวแรกของคู่อันดับทั้งหมด หรือก็คือ ค่าของ ที่เป็นไปได้ทั้งหมดนั่นเองครับ
- เรนจ์ (Range) คือ เซตของสมาชิกตัวที่สองของคู่อันดับทั้งหมด หรือก็คือ ค่าของ ที่เป็นไปได้ทั้งหมด ที่เกิดจากการจับคู่กับโดเมนครับ
จากตัวอย่างความสัมพันธ์นักเรียนกับวิชา:
โดเมน = (กลุ่มนักเรียน)
เรนจ์ = (กลุ่มวิชาที่มีนักเรียนลงเรียน)
ตัวอย่างฟังก์ชันในชีวิตประจำวัน
น้องๆ อาจจะคิดว่าฟังก์ชันเป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้วเราใช้มันแทบทุกวันเลยนะครับ
- ราคาของสินค้า (Price as a function of Quantity): ถ้าขนมปังหนึ่งชิ้นราคา 10 บาท สองชิ้น 20 บาท สามชิ้น 30 บาท เราจะเห็นว่าราคารวม เป็นฟังก์ชันของจำนวนขนมปังที่ซื้อ ครับ โดยมีความสัมพันธ์เป็น ครับ น้องซื้อกี่ชิ้นก็จะได้ราคาเดียวเสมอครับ
- ระยะทางที่เดินทาง (Distance as a function of Time): ถ้าพี่กฤษณ์ขับรถด้วยความเร็วคงที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ระยะทางที่วิ่งได้ ก็จะเป็นฟังก์ชันของเวลาที่ใช้ไป ครับ ความสัมพันธ์คือ ครับ เมื่อผ่านไป 1 ชั่วโมง ก็จะได้ระยะทางเดียวคือ 80 กม. ครับ
- คะแนนสอบ (Score as a function of Hours of Study): แม้จะไม่ได้เป็นเส้นตรงเสมอไป แต่อาจมีความสัมพันธ์ว่ายิ่งอ่านมาก คะแนนยิ่งดีขึ้น ซึ่งก็ถือเป็นฟังก์ชันที่ซับซ้อนขึ้นอีกนิดครับ
ประเภทของฟังก์ชันที่พบบ่อย
ฟังก์ชันมีหลายรูปแบบครับ แต่ละรูปแบบก็จะมีลักษณะเฉพาะตัวที่น่าสนใจ
-
ฟังก์ชันเชิงเส้น (Linear Function): ฟังก์ชันที่กราฟเป็นเส้นตรง เช่น ตัวอย่างคือ ที่เราคุ้นเคยกันดีครับ
สำหรับฟังก์ชันเชิงเส้น โดเมนและเรนจ์มักจะเป็นจำนวนจริงทุกตัวครับ หรือ และ นั่นเองครับ
-
ฟังก์ชันกำลังสอง (Quadratic Function): ฟังก์ชันที่รูปทั่วไปคือ กราฟจะเป็นรูปพาราโบลา เช่น ครับ
สำหรับฟังก์ชันกำลังสอง โดเมนยังคงเป็นจำนวนจริงทุกตัว แต่เรนจ์จะถูกจำกัดครับ ขึ้นอยู่กับจุดยอดของพาราโบลา เช่น ถ้า เรนจ์คือ ครับ
-
ฟังก์ชันตรรกยะ (Rational Function): ฟังก์ชันที่อยู่ในรูปเศษส่วนของพหุนาม เช่น โดยที่ ครับ ตัวอย่างที่เห็นบ่อยคือ หรือ
สำหรับฟังก์ชันตรรกยะ โดเมนจะถูกจำกัดโดยเงื่อนไขที่ตัวส่วนต้องไม่เท่ากับศูนย์ครับ เช่น โดเมนคือ ครับ
-
ฟังก์ชันรากที่สอง (Square Root Function): ฟังก์ชันที่มีตัวแปร อยู่ใต้เครื่องหมายรากที่สอง เช่น
โดเมนของฟังก์ชันรากที่สองจะมีเงื่อนไขว่าสิ่งที่อยู่ใต้รากต้องมากกว่าหรือเท่ากับศูนย์ครับ เช่น โดเมนคือ และเรนจ์คือ ครับ
การตรวจสอบว่าความสัมพันธ์เป็นฟังก์ชันหรือไม่
นอกจากการใช้คำจำกัดความแล้ว เรายังมีวิธีการตรวจสอบความสัมพันธ์ว่าเป็นฟังก์ชันหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรามีกราฟของความสัมพันธ์นั้น นั่นคือ “การทดสอบแนวตั้ง (Vertical Line Test)” ครับ
หลักการ: ถ้าเราลากเส้นตรงในแนวตั้ง () ตัดกราฟของความสัมพันธ์นั้น ณ จุดใดๆ แล้วเส้นตรงนั้นตัดกราฟ ไม่เกินหนึ่งจุด เสมอ กราฟนั้นจะแสดงฟังก์ชันครับ แต่ถ้ามีเส้นตรงแนวตั้งเส้นใดเส้นหนึ่งที่ตัดกราฟ มากกว่าหนึ่งจุด ความสัมพันธ์นั้นจะไม่เป็นฟังก์ชันครับ
ลองนึกถึงวงกลมครับ ถ้าน้องๆ ลากเส้นแนวตั้งผ่านวงกลม เส้นนั้นจะตัดวงกลม 2 จุด (ยกเว้นที่ขอบ) ดังนั้นวงกลมจึงไม่ใช่ฟังก์ชันครับ แต่ถ้าเป็นกราฟเส้นตรง (ที่ไม่ใช่เส้นตรงแนวตั้ง) น้องๆ ลากเส้นแนวตั้งผ่านจุดไหน ก็จะตัดเพียงจุดเดียวเสมอ นั่นแสดงว่าเป็นฟังก์ชันครับ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำความเข้าใจฟังก์ชัน
น้องๆ หลายคนมักจะเข้าใจผิดในเรื่องเหล่านี้ครับ
- สับสนระหว่างความสัมพันธ์กับฟังก์ชัน: จำง่ายๆ ครับ ฟังก์ชันคือความสัมพันธ์ที่พิเศษกว่า มีกฎเหล็กเพิ่มมาหนึ่งข้อคือ หนึ่งตัว ต้องให้ หนึ่งตัวเท่านั้น
-
การหาโดเมนและเรนจ์: การหาโดเมนและเรนจ์ต้องคำนึงถึงข้อจำกัดทางคณิตศาสตร์เสมอครับ
- ห้ามให้ตัวส่วนเป็นศูนย์
- ห้ามให้สิ่งที่อยู่ใต้เครื่องหมายรากคู่ (เช่น รากที่สอง รากที่สี่) เป็นค่าลบ
- ห้ามให้สิ่งที่อยู่ใน เป็นค่าศูนย์หรือค่าลบ
ถ้าเราลืมข้อจำกัดเหล่านี้ ก็จะทำให้หาโดเมนและเรนจ์ผิดได้ง่ายๆ ครับ
- การตีความสัญลักษณ์ : น้องๆ บางคนคิดว่า คือ คูณกับ ซึ่งไม่ถูกต้องนะครับ คือสัญลักษณ์ที่บอกว่า นี่คือฟังก์ชันชื่อ ที่มีตัวแปรอิสระคือ และค่าของ ก็คือค่าของ ที่จับคู่กับ นั้นๆ ครับ
การประยุกต์ใช้ฟังก์ชันในสาขาต่างๆ
ฟังก์ชันไม่ได้เป็นแค่บทเรียนในหนังสือเรียนนะครับ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้ในหลากหลายสาขา
- วิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์: ใช้เพื่อสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์อธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น การเคลื่อนที่ของวัตถุ ( ระยะทางเป็นฟังก์ชันของเวลา), การเติบโตของประชากร, หรือการคำนวณวงจรไฟฟ้า
- เศรษฐศาสตร์: ใช้ในการวิเคราะห์อุปสงค์และอุปทาน การคำนวณกำไรและขาดทุน หรือการคาดการณ์แนวโน้มตลาด เช่น ฟังก์ชันอุปทาน (ปริมาณสินค้าที่ผู้ผลิตยินดีขายเป็นฟังก์ชันของราคา)
- วิทยาการคอมพิวเตอร์: ในการเขียนโปรแกรม ฟังก์ชันคือชุดคำสั่งที่รับค่าบางอย่างเข้าไปประมวลผล แล้วส่งค่าผลลัพธ์ออกมา เช่น ฟังก์ชันที่รับตัวเลขเข้าไปแล้วคืนค่ารากที่สองกลับมา
- การแพทย์: ใช้ในการสร้างแบบจำลองการแพร่กระจายของโรค หรือการติดตามระดับยาในกระแสเลือด
สรุปแนวคิดสำคัญ
น้องๆ จะเห็นได้ว่าแนวคิดเรื่องความสัมพันธ์และฟังก์ชันเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากๆ ในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการต่างๆ ครับ
- ความสัมพันธ์ คือ การจับคู่ระหว่างสมาชิกในสองเซต
- ฟังก์ชัน คือ ความสัมพันธ์ชนิดพิเศษที่สมาชิกตัวแรกแต่ละตัว จับคู่กับสมาชิกตัวที่สองเพียงตัวเดียวเท่านั้น
- โดเมน คือ เซตของค่า ที่เป็นไปได้ทั้งหมด
- เรนจ์ คือ เซตของค่า ที่เป็นผลลัพธ์จากโดเมน
- การทดสอบแนวตั้ง ช่วยให้เราตรวจสอบได้ง่ายๆ ว่ากราฟใดเป็นฟังก์ชันหรือไม่
การทำความเข้าใจความสัมพันธ์และฟังก์ชันจะช่วยให้น้องๆ สามารถวิเคราะห์และทำความเข้าใจโลกที่เปลี่ยนแปลงรอบตัวเราได้อย่างมีเหตุผลและเป็นระบบมากขึ้นครับ เมื่อน้องๆ เห็นสิ่งหนึ่งเปลี่ยนแปลงและอีกสิ่งหนึ่งเปลี่ยนตาม อย่าลืมคิดถึงความสัมพันธ์และฟังก์ชันนะครับ เพราะคณิตศาสตร์อยู่รอบตัวเราเสมอ
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจเรื่องความสัมพันธ์และฟังก์ชันได้ดียิ่งขึ้นนะครับ ถ้าหากน้องๆ อยากเรียนรู้เพิ่มเติมอย่างเจาะลึก หรือต้องการเทคนิคการทำโจทย์แบบละเอียด พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนทั้งแบบสด ออนไลน์ และตัวต่อตัว น้องๆ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้เลยนะครับ