Skip to content
Home » บทความ » ปริพันธ์กับการหาพื้นที่ใต้กราฟ

ปริพันธ์กับการหาพื้นที่ใต้กราฟ

ปริพันธ์กับการหาพื้นที่ใต้กราฟคืออะไร?

น้องๆ คงคุ้นเคยกับการหาพื้นที่ของรูปทรงเรขาคณิตพื้นฐาน เช่น สี่เหลี่ยม วงกลม หรือสามเหลี่ยม ที่มีสูตรตายตัวและรูปทรงที่แน่นอน แต่ถ้าพี่กฤษณ์ถามว่า “พื้นที่ใต้กราฟของฟังก์ชัน f ( x ) = x 2 f(x) = x^2 ตั้งแต่ x = 0 x=0 ถึง x = 2 x=2 คือเท่าไหร่” น้องๆ คงจะเริ่มงงแล้วใช่ไหมครับ เพราะกราฟพาราโบลาไม่ได้มีเส้นตรงที่ตายตัวเหมือนรูปทรงทั่วไป

นี่แหละครับคือจุดที่ปริพันธ์เข้ามามีบทบาท ปริพันธ์ (Integral) หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ “การอินทิเกรต” ไม่ได้เป็นแค่การดำเนินการทางคณิตศาสตร์ที่กลับกันกับการหาอนุพันธ์ (Differentiation) เท่านั้น แต่ในทางเรขาคณิตแล้ว ปริพันธ์จำกัดเขต (Definite Integral) ยังมีความหมายสำคัญถึง “พื้นที่สุทธิใต้กราฟ” ของฟังก์ชันนั้นๆ ในช่วงที่เราสนใจอีกด้วยครับ

คำว่า พื้นที่สุทธิ สำคัญมากนะน้องๆ เพราะมันหมายถึงพื้นที่ที่อยู่เหนือแกน x จะเป็นบวก และพื้นที่ที่อยู่ใต้แกน x จะเป็นลบ ถ้าเราจะหา พื้นที่จริง เราต้องพิจารณาเครื่องหมายให้ดี ซึ่งเดี๋ยวพี่กฤษณ์จะอธิบายละเอียดขึ้นในหัวข้อถัดไปครับ

ทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานของปริพันธ์

ก่อนจะไปถึงการหาพื้นที่จริงจัง พี่กฤษณ์อยากให้น้องๆ เข้าใจแนวคิดเบื้องหลังของปริพันธ์จำกัดเขตก่อนครับ

ปริพันธ์คืออะไร (Integral as Antiderivative)

น้องๆ คงจำเรื่องอนุพันธ์ได้ใช่ไหมครับ อนุพันธ์คือการหาอัตราการเปลี่ยนแปลงของฟังก์ชัน ส่วนปริพันธ์นั้นเปรียบเสมือนการย้อนกลับ อนุพันธ์ของ x 2 x^2 คือ 2 x 2x ดังนั้นปริพันธ์ของ 2 x 2x ก็คือ x 2 x^2 นั่นเอง (บวกค่าคงที่ C ด้วยนะ ถ้าเป็นปริพันธ์ไม่จำกัดเขต) การหาปริพันธ์ไม่จำกัดเขตจะให้ผลลัพธ์เป็นฟังก์ชัน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการคำนวณปริพันธ์จำกัดเขตต่อไปครับ

ผลบวกรีมันน์ (Riemann Sums)

แล้วปริพันธ์จำกัดเขตมาเกี่ยวอะไรกับพื้นที่ล่ะ? ลองจินตนาการตามพี่กฤษณ์นะครับ สมมติเรามีกราฟของฟังก์ชัน f ( x ) f(x) และเราต้องการหาพื้นที่ใต้กราฟนี้ในช่วง x = a x=a ถึง x = b x=b หนึ่งในวิธีที่เราพอจะทำได้คือการแบ่งช่วง [ a , b ] [a, b] ออกเป็นส่วนเล็กๆ หลายๆ ส่วน แล้วสร้างสี่เหลี่ยมผืนผ้าขึ้นมาบนแต่ละส่วนย่อยเหล่านั้น

แต่ละสี่เหลี่ยมผืนผ้าจะมีฐานแคบๆ ( Δ x Delta x ) และมีความสูงเท่ากับค่าของฟังก์ชัน f ( x ) f(x) ที่จุดใดจุดหนึ่งในส่วนย่อยนั้น (เช่น จุดเริ่มต้น จุดกึ่งกลาง หรือจุดสิ้นสุด) พื้นที่ของสี่เหลี่ยมแต่ละรูปคือ f ( x i ) Δ x f(x_i) cdot Delta x เมื่อเรานำพื้นที่ของสี่เหลี่ยมผืนผ้าทั้งหมดมารวมกัน เราจะได้ค่าประมาณของพื้นที่ใต้กราฟ ซึ่งเราเรียกว่า ผลบวกรีมันน์ (Riemann Sums)

ยิ่งเราแบ่งส่วนย่อยให้เล็กมากๆ และจำนวนสี่เหลี่ยมผืนผ้ามากขึ้นเรื่อยๆ ค่าประมาณของพื้นที่ก็จะยิ่งแม่นยำมากขึ้นครับ เมื่อ Δ x Delta x เข้าใกล้ศูนย์ หรือจำนวนสี่เหลี่ยมผืนผ้าเข้าสู่อนันต์ ผลบวกรีมันน์นี้จะลู่เข้าสู่ค่าที่แท้จริงของพื้นที่ใต้กราฟ นั่นก็คือ ปริพันธ์จำกัดเขต นั่นเองครับ

ปริพันธ์จำกัดเขต (Definite Integral)

เราใช้สัญลักษณ์ a b f ( x ) d x int_a^b f(x) ,dx เพื่อแสดงถึงปริพันธ์จำกัดเขต โดยที่ a a คือขอบเขตล่าง และ b b คือขอบเขตบนของการหาพื้นที่ ผลลัพธ์ที่ได้จากการคำนวณปริพันธ์จำกัดเขตคือค่าตัวเลขค่าหนึ่ง ซึ่งแสดงถึงพื้นที่สุทธิใต้กราฟในช่วง [ a , b ] [a, b] ครับ

การคำนวณค่าของปริพันธ์จำกัดเขตทำได้โดยใช้ทฤษฎีบทหลักมูลของแคลคูลัส (Fundamental Theorem of Calculus) ซึ่งกล่าวว่า ถ้า F ( x ) F(x) เป็นปฏิยานุพันธ์ (ปริพันธ์ไม่จำกัดเขต) ของ f ( x ) f(x) แล้ว a b f ( x ) d x = F ( b ) F ( a ) int_a^b f(x) ,dx = F(b) – F(a) นั่นเอง

การหาพื้นที่ใต้กราฟด้วยปริพันธ์จำกัดเขต

ตอนนี้เรามาดูกันว่า เราจะใช้ปริพันธ์จำกัดเขตเพื่อหาพื้นที่ใต้กราฟได้อย่างไรบ้างครับ

หลักการพื้นฐาน: เมื่อฟังก์ชันอยู่เหนือแกน x

ถ้าฟังก์ชัน f ( x ) f(x) มีค่าเป็นบวกตลอดในช่วง [ a , b ] [a, b] (หมายถึงกราฟอยู่เหนือแกน x เสมอ) พื้นที่ใต้กราฟในช่วงนั้นสามารถหาได้โดยตรงจากปริพันธ์จำกัดเขต

พื้นที่ A = a b f ( x ) d x A = int_a^b f(x) ,dx

กรณีที่ฟังก์ชันอยู่ใต้แกน x

หากฟังก์ชัน f ( x ) f(x) มีค่าเป็นลบตลอดในช่วง [ a , b ] [a, b] (กราฟอยู่ใต้แกน x เสมอ) ผลลัพธ์ของปริพันธ์จำกัดเขต a b f ( x ) d x int_a^b f(x) ,dx จะเป็นค่าลบ ซึ่งเป็น พื้นที่สุทธิ น้องๆ ต้องจำไว้ว่า พื้นที่จริง ต้องมีค่าเป็นบวกเสมอ ดังนั้น เราต้องใส่ค่าสัมบูรณ์ หรือคูณด้วย 1 -1 (หรืออินทิเกรต f ( x ) -f(x) ) เพื่อให้ได้พื้นที่จริง

พื้นที่ A = | a b f ( x ) d x | = a b ( f ( x ) ) d x A = left| int_a^b f(x) ,dx right| = int_a^b (-f(x)) ,dx

กรณีที่ฟังก์ชันตัดแกน x (มีทั้งส่วนบวกและลบ)

ในกรณีที่กราฟของฟังก์ชัน f ( x ) f(x) ตัดแกน x ในช่วง [ a , b ] [a, b] เราจะต้องแบ่งช่วงการอินทิเกรตออกเป็นส่วนย่อยๆ ตามจุดตัดแกน x ครับ

สมมติว่า f ( x ) f(x) ตัดแกน x ที่ x = c x=c โดยที่ <math data-latex="a < c a < c < b a < c < b ถ้า 0″> f ( x ) > 0 f(x) > 0 บน [ a , c ] [a, c] และ <math data-latex="f(x) f ( x ) < 0 f(x) < 0 บน [ c , b ] [c, b] การหาพื้นที่รวมจะต้องทำดังนี้:

พื้นที่ A = a c f ( x ) d x + | c b f ( x ) d x | A = int_a^c f(x) ,dx + left| int_c^b f(x) ,dx right|

หรือจะเขียนเป็น A = a c f ( x ) d x + c b ( f ( x ) ) d x A = int_a^c f(x) ,dx + int_c^b (-f(x)) ,dx ก็ได้ครับ

พื้นที่ระหว่างกราฟสองเส้น

นอกจากนี้เรายังสามารถหาพื้นที่ระหว่างกราฟของสองฟังก์ชัน f ( x ) f(x) และ g ( x ) g(x) ได้ด้วยครับ โดยสมมติว่า f ( x ) g ( x ) f(x) geq g(x) ตลอดช่วง [ a , b ] [a, b] (หมายถึงกราฟ f ( x ) f(x) อยู่เหนือหรือทับกราฟ g ( x ) g(x) ) เราจะหาพื้นที่ได้โดย

พื้นที่ A = a b ( f ( x ) g ( x ) ) d x A = int_a^b (f(x) – g(x)) ,dx

โดยที่ขอบเขต a a และ b b มักจะเป็นจุดตัดของกราฟทั้งสองครับ

ตัวอย่างโจทย์และการประยุกต์ใช้

ตัวอย่างที่ 1: พื้นที่ใต้พาราโบลา

จงหาพื้นที่ใต้กราฟของฟังก์ชัน f ( x ) = x 2 f(x) = x^2 ตั้งแต่ x = 0 x=0 ถึง x = 2 x=2

วิธีทำ: ฟังก์ชัน f ( x ) = x 2 f(x) = x^2 อยู่เหนือแกน x เสมอในช่วง [ 0 , 2 ] [0, 2] เราจึงสามารถคำนวณได้โดยตรง

A = 0 2 x 2 d x A = int_0^2 x^2 ,dx

ปฏิยานุพันธ์ของ x 2 x^2 คือ x 3 3 frac{x^3}{3}

A = [ x 3 3 ] 0 2 A = left[ frac{x^3}{3} right]_0^2
A = 2 3 3 0 3 3 A = frac{2^3}{3} – frac{0^3}{3}
A = 8 3 0 = 8 3 A = frac{8}{3} – 0 = frac{8}{3}

ดังนั้น พื้นที่ใต้กราฟคือ 8 3 frac{8}{3} ตารางหน่วยครับ

ตัวอย่างที่ 2: พื้นที่ที่มีส่วนใต้แกน x

จงหาพื้นที่ที่ล้อมรอบด้วยกราฟ f ( x ) = x 3 x f(x) = x^3 – x และแกน x ตั้งแต่ x = 1 x=-1 ถึง x = 1 x=1

วิธีทำ: ก่อนอื่นต้องหาจุดตัดแกน x โดยการให้ f ( x ) = 0 f(x) = 0

x 3 x = 0 x^3 – x = 0
x ( x 2 1 ) = 0 x(x^2 – 1) = 0
x ( x 1 ) ( x + 1 ) = 0 x(x – 1)(x + 1) = 0

ได้จุดตัดแกน x คือ x = 1 , 0 , 1 x = -1, 0, 1 ซึ่งเป็นขอบเขตที่เราสนใจพอดี

เราต้องแบ่งช่วงพิจารณา:

  • ช่วง [ 1 , 0 ] [-1, 0] : ลองทดสอบค่า x = 0.5 x=-0.5 จะได้ 0″> f ( 0.5 ) = ( 0.5 ) 3 ( 0.5 ) = 0.125 + 0.5 = 0.375 > 0 f(-0.5) = (-0.5)^3 – (-0.5) = -0.125 + 0.5 = 0.375 > 0 แสดงว่ากราฟอยู่เหนือแกน x
  • ช่วง [ 0 , 1 ] [0, 1] : ลองทดสอบค่า x = 0.5 x=0.5 จะได้ <math data-latex="f(0.5) = (0.5)^3 – (0.5) = 0.125 – 0.5 = -0.375 f ( 0.5 ) = ( 0.5 ) 3 ( 0.5 ) = 0.125 0.5 = 0.375 < 0 f(0.5) = (0.5)^3 – (0.5) = 0.125 – 0.5 = -0.375 < 0 แสดงว่ากราฟอยู่ใต้แกน x

ปฏิยานุพันธ์ของ x 3 x x^3 – x คือ x 4 4 x 2 2 frac{x^4}{4} – frac{x^2}{2}

คำนวณพื้นที่ในแต่ละช่วงแล้วนำมารวมกัน:

พื้นที่ A = 1 0 ( x 3 x ) d x + | 0 1 ( x 3 x ) d x | A = int_{-1}^0 (x^3 – x) ,dx + left| int_0^1 (x^3 – x) ,dx right|

ช่วงแรก:

1 0 ( x 3 x ) d x = [ x 4 4 x 2 2 ] 1 0 int_{-1}^0 (x^3 – x) ,dx = left[ frac{x^4}{4} – frac{x^2}{2} right]_{-1}^0
= ( 0 4 4 0 2 2 ) ( ( 1 ) 4 4 ( 1 ) 2 2 ) = left( frac{0^4}{4} – frac{0^2}{2} right) – left( frac{(-1)^4}{4} – frac{(-1)^2}{2} right)
= 0 ( 1 4 1 2 ) = ( 1 4 ) = 1 4 = 0 – left( frac{1}{4} – frac{1}{2} right) = – left( -frac{1}{4} right) = frac{1}{4}

ช่วงที่สอง:

0 1 ( x 3 x ) d x = [ x 4 4 x 2 2 ] 0 1 int_0^1 (x^3 – x) ,dx = left[ frac{x^4}{4} – frac{x^2}{2} right]_0^1
= ( 1 4 4 1 2 2 ) ( 0 4 4 0 2 2 ) = left( frac{1^4}{4} – frac{1^2}{2} right) – left( frac{0^4}{4} – frac{0^2}{2} right)
= 1 4 1 2 0 = 1 4 = frac{1}{4} – frac{1}{2} – 0 = -frac{1}{4}

ดังนั้น พื้นที่รวม A = 1 4 + | 1 4 | = 1 4 + 1 4 = 2 4 = 1 2 A = frac{1}{4} + left| -frac{1}{4} right| = frac{1}{4} + frac{1}{4} = frac{2}{4} = frac{1}{2} ตารางหน่วย

การประยุกต์ในชีวิตจริง

การหาพื้นที่ใต้กราฟด้วยปริพันธ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียนเท่านั้นนะครับ แต่ยังถูกนำไปใช้ในหลากหลายสาขา อาทิ:

  • เศรษฐศาสตร์: ใช้คำนวณส่วนเกินผู้บริโภคและส่วนเกินผู้ผลิต ซึ่งเป็นพื้นที่ระหว่างเส้นอุปสงค์/อุปทานกับราคาดุลยภาพ
  • ฟิสิกส์: ใช้หาตำแหน่งของวัตถุเมื่อรู้ความเร็ว (พื้นที่ใต้กราฟความเร็ว-เวลา) หรือหางานที่ทำโดยแรงที่ไม่คงที่ (พื้นที่ใต้กราฟแรง-ระยะทาง)
  • วิศวกรรม: ใช้คำนวณปริมาตรของวัตถุที่มีรูปทรงซับซ้อน แรงที่กระทำต่อโครงสร้าง หรือปริมาณพลังงานที่ใช้ไปในช่วงเวลาหนึ่ง
  • ชีววิทยา/การแพทย์: ใช้ในการคำนวณปริมาณสารเคมีสะสมในร่างกาย หรือปริมาณยาที่ถูกดูดซึมเมื่อเวลาผ่านไป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและเทคนิคทำข้อสอบ

จากประสบการณ์สอนของพี่กฤษณ์ มีหลายจุดที่น้องๆ มักจะพลาดเมื่อทำโจทย์เรื่องนี้ครับ

  • ลืมพิจารณาจุดตัดแกน x: เป็นข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุด การไม่วาดกราฟหรือไม่ได้หาจุดตัดแกน x ทำให้คำนวณพื้นที่สุทธิแทนพื้นที่จริง
  • ไม่ใส่ค่าสัมบูรณ์: เมื่อคำนวณปริพันธ์ในส่วนที่กราฟอยู่ใต้แกน x น้องๆ มักจะลืมใส่ค่าสัมบูรณ์ ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นลบซึ่งไม่ถูกต้องสำหรับ “พื้นที่”
  • คำนวณปริพันธ์ผิดพลาด: ทักษะการอินทิเกรตพื้นฐานยังไม่แม่นยำ ทำให้คำตอบสุดท้ายผิดพลาด
  • กำหนดขอบเขตของการอินทิเกรตผิด: บางครั้งขอบเขตไม่ได้ถูกกำหนดมาตรงๆ น้องๆ ต้องหาจุดตัดระหว่างกราฟหรือจุดตัดแกน x ด้วยตัวเอง
  • ผิดพลาดในการวาดกราฟ (หรือไม่วาดเลย): การวาดกราฟคร่าวๆ จะช่วยให้น้องๆ เห็นภาพรวมของฟังก์ชันและระบุช่วงที่กราฟอยู่เหนือหรือใต้แกน x ได้ชัดเจนขึ้น

เทคนิคทำข้อสอบและจุดเน้น:

  • วาดกราฟคร่าวๆ เสมอ: ใช้ความรู้เรื่องพหุนามและอนุพันธ์ในการร่างกราฟ เพื่อให้เห็นว่าฟังก์ชันมีค่าเป็นบวกหรือลบในช่วงใดบ้าง

  • หาจุดตัดแกน x (หรือจุดตัดระหว่างกราฟ) ให้ครบถ้วน: การแก้สมการ f ( x ) = 0 f(x)=0 หรือ f ( x ) = g ( x ) f(x)=g(x) เป็นสิ่งสำคัญที่สุด

  • แยกพิจารณาแต่ละช่วง: เมื่อมีจุดตัดแกน x หรือเมื่อกราฟสองเส้นตัดกันหลายครั้ง ต้องแยกอินทิเกรตทีละช่วง แล้วค่อยนำค่าสัมบูรณ์ของแต่ละพื้นที่มารวมกัน

  • ตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบ: พื้นที่ต้องเป็นบวกเสมอ ถ้าคำนวณแล้วได้ลบ ให้กลับไปดูว่าลืมใส่ค่าสัมบูรณ์ในส่วนไหนไปหรือเปล่า

สรุปแนวคิดสำคัญ

การหาพื้นที่ใต้กราฟด้วยปริพันธ์จำกัดเขตเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจทั้งแนวคิดทางเรขาคณิตและกระบวนการคำนวณทางพีชคณิตเข้าด้วยกัน หัวใจสำคัญคือการเข้าใจว่า ปริพันธ์จำกัดเขตให้ผลลัพธ์เป็นพื้นที่สุทธิ ซึ่งอาจเป็นบวก ลบ หรือศูนย์ได้ ในขณะที่ พื้นที่จริง ต้องเป็นค่าบวกเสมอ

ดังนั้น สิ่งที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ การระบุจุดตัดแกน x (หรือจุดตัดระหว่างกราฟ) ให้ถูกต้อง และการแยกช่วงการอินทิเกรตเพื่อจัดการกับส่วนที่กราฟอยู่ใต้แกน x ด้วยการใส่ค่าสัมบูรณ์หรือกลับเครื่องหมายของฟังก์ชันก่อนทำการอินทิเกรตครับ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เห็นภาพและเข้าใจเรื่องปริพันธ์กับการหาพื้นที่ใต้กราฟได้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ เรื่องนี้เป็นพื้นฐานที่สำคัญมากๆ ในวิชาแคลคูลัสและเป็นประตูสู่การแก้ปัญหาที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นในอนาคตเลยล่ะครับ

หากน้องๆ คนไหนรู้สึกว่าเนื้อหายังยากไป หรืออยากได้ตัวอย่างโจทย์ที่หลากหลายและเทคนิคการทำข้อสอบที่คมกว่านี้ พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนคณิตศาสตร์ทั้งแบบสด แบบออนไลน์ และแบบตัวต่อตัว ที่จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจแคลคูลัสและวิชาคณิตศาสตร์อื่นๆ ได้อย่างลึกซึ้งและสนุกสนานมากขึ้นนะครับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ พี่กฤษณ์ยินดีช่วยให้น้องๆ เก่งคณิตศาสตร์ไปด้วยกันครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *