Skip to content
Home » บทความ » ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตรรกยะ จำนวนอตรรกยะ และจำนวนจริง

ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตรรกยะ จำนวนอตรรกยะ และจำนวนจริง

ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตรรกยะ จำนวนอตรรกยะ และจำนวนจริง

น้องๆ ครับ ในโลกของคณิตศาสตร์ จำนวนต่างๆ ที่เราเห็นและใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเต็ม เศษส่วน หรือแม้แต่ทศนิยม ล้วนถูกจัดหมวดหมู่ไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อให้เราสามารถศึกษาและนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งระบบจำนวนที่ครอบคลุมทั้งหมดนี้ เราเรียกว่า ‘จำนวนจริง’ ครับ

มาทำความรู้จักกับจำนวนจริง (Real Numbers, Rmathbb{R}) กันก่อน

ก่อนที่เราจะไปเจาะลึกถึงตรรกยะและอตรรกยะ พี่กฤษณ์อยากให้น้องๆ เข้าใจภาพรวมของจำนวนจริงก่อน จำนวนจริง คือ จำนวนทั้งหมดที่สามารถแทนได้ด้วยจุดบนเส้นจำนวนครับ ไม่ว่าจะเป็นบวก ลบ ศูนย์ เต็ม ทศนิยม หรือเศษส่วน ทุกจำนวนที่น้องๆ เคยเจอมาในชั้นเรียนก่อนหน้านี้ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของจำนวนจริงทั้งสิ้น พูดง่ายๆ คือ จำนวนจริงเป็นเซตที่ใหญ่ที่สุดที่เราจะเรียนรู้ในระดับนี้ โดยจำนวนจริงสามารถแบ่งออกเป็นสองกลุ่มหลักๆ ที่ไม่มีส่วนใดทับซ้อนกันเลย นั่นก็คือ จำนวนตรรกยะ และจำนวนอตรรกยะนั่นเองครับ

จำนวนตรรกยะ (Rational Numbers, Qmathbb{Q}) คืออะไร?

คำว่า “ตรรกยะ” มาจากคำว่า “อัตราส่วน” หรือ “ratio” ในภาษาอังกฤษครับ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของจำนวนชนิดนี้เลย จำนวนตรรกยะ คือ จำนวนที่เราสามารถเขียนในรูปของเศษส่วน abfrac{a}{b} ได้ โดยที่ aa และ bb เป็นจำนวนเต็ม และสิ่งสำคัญคือ bb ต้องไม่เท่ากับศูนย์ครับ (เพราะเราไม่สามารถหารด้วยศูนย์ได้)

ตัวอย่างของจำนวนตรรกยะที่น้องๆ คุ้นเคยกันดี ได้แก่:

  • จำนวนเต็ม: ไม่ว่าจะเป็นจำนวนเต็มบวก (เช่น 1, 5, 100), จำนวนเต็มลบ (เช่น -3, -17), หรือศูนย์ (0) ล้วนเป็นจำนวนตรรกยะ เพราะเราสามารถเขียนให้อยู่ในรูปเศษส่วนได้ เช่น 5=515 = frac{5}{1} หรือ 3=31-3 = frac{-3}{1}
  • เศษส่วนทั่วไป: เช่น 12frac{1}{2}, 34frac{3}{4}, 75-frac{7}{5} พวกนี้เป็นตรรกยะโดยนิยามอยู่แล้วครับ
  • ทศนิยมรู้จบ: เช่น 0.5 (=12=frac{1}{2}), 1.25 (=54=frac{5}{4}), -3.7 (=3710=-frac{37}{10}) เราสามารถแปลงทศนิยมรู้จบเป็นเศษส่วนได้เสมอครับ
  • ทศนิยมซ้ำ: เช่น 0.333… (=13=frac{1}{3}), 1.272727… (=12699=frac{126}{99}) ทศนิยมซ้ำทุกชนิดก็เป็นจำนวนตรรกยะเช่นกันครับ มีวิธีการแปลงเป็นเศษส่วนที่น้องๆ ได้เรียนกันไปแล้ว

คุณสมบัติที่น่าสนใจของจำนวนตรรกยะคือ เซตของจำนวนตรรกยะมีการปิดภายใต้การดำเนินการพื้นฐาน ทั้งการบวก ลบ คูณ และหาร (ยกเว้นการหารด้วยศูนย์) หมายความว่า ถ้าเรานำจำนวนตรรกยะสองจำนวนมาดำเนินการทางคณิตศาสตร์เหล่านี้ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะเป็นจำนวนตรรกยะเสมอครับ

จำนวนอตรรกยะ (Irrational Numbers, Imathbb{I}) คืออะไร?

เมื่อมี “ตรรกยะ” ก็ต้องมี “อตรรกยะ” ครับ คำว่า “อตรรกยะ” หมายถึง “ไม่เป็นอัตราส่วน” หรือ “irrational” ซึ่งแปลว่าไม่สามารถเขียนในรูปเศษส่วน abfrac{a}{b} ได้นั่นเองครับ

ลักษณะเด่นของจำนวนอตรรกยะคือ เมื่อเขียนเป็นทศนิยมแล้ว จะเป็นทศนิยมไม่รู้จบและไม่ซ้ำ ไม่มีการวนซ้ำของตัวเลขใดๆ ให้เราเห็นเลยครับ

ตัวอย่างของจำนวนอตรรกยะที่สำคัญและพบบ่อย ได้แก่:

  • รากที่สองของจำนวนที่ไม่ใช่กำลังสองสมบูรณ์: เช่น 2sqrt{2}, 3sqrt{3}, 5sqrt{5} ค่าเหล่านี้เมื่อลองกดเครื่องคิดเลขดู จะเห็นว่าเป็นทศนิยมที่ไม่สิ้นสุดและไม่ซ้ำเลยครับ ตัวอย่างเช่น 21.41421356sqrt{2} approx 1.41421356…
  • ค่าพาย (πpi): ค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์ที่ใช้ในการคำนวณวงกลม ซึ่งมีค่าประมาณ 3.14159265… เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นจำนวนอตรรกยะครับ แม้ว่าบางครั้งเราจะใช้ 227frac{22}{7} หรือ 3.14 เป็นค่าประมาณ แต่ก็เป็นเพียงค่าประมาณเท่านั้นครับ ไม่ใช่ค่าที่แท้จริงของ πpi
  • ค่า e (Euler’s number): ค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์อีกตัวที่มีความสำคัญในเรื่องแคลคูลัสและธรรมชาติ มีค่าประมาณ 2.71828… ซึ่งเป็นจำนวนอตรรกยะเช่นกัน

จำนวนอตรรกยะไม่มีคุณสมบัติการปิดภายใต้การดำเนินการพื้นฐาน กล่าวคือ ถ้าเรานำจำนวนอตรรกยะสองจำนวนมาบวก ลบ คูณ หรือหารกัน ผลลัพธ์ที่ได้อาจจะเป็นจำนวนตรรกยะก็ได้ เช่น 2+(2)=0sqrt{2} + (-sqrt{2}) = 0 (0 เป็นตรรกยะ) หรือ 22=2sqrt{2} cdot sqrt{2} = 2 (2 เป็นตรรกยะ)

ความสัมพันธ์ที่สำคัญระหว่างจำนวนทั้งสาม

มาถึงจุดสำคัญที่สุดแล้วครับน้องๆ ความสัมพันธ์ระหว่างจำนวนตรรกยะ จำนวนอตรรกยะ และจำนวนจริงนั้นชัดเจนและเป็นระบบมากๆ ครับ

เราสามารถสรุปความสัมพันธ์ได้ดังนี้:

  • จำนวนจริง (Rmathbb{R}) ประกอบด้วยจำนวนตรรกยะ (Qmathbb{Q}) และจำนวนอตรรกยะ (Imathbb{I}) เท่านั้น และทั้งสองกลุ่มนี้ไม่มีส่วนใดทับซ้อนกันเลยครับ
    เราเขียนได้เป็นเซต คือ R=QImathbb{R} = mathbb{Q} cup mathbb{I}
  • จำนวนตรรกยะ (Qmathbb{Q}) และจำนวนอตรรกยะ (Imathbb{I}) เป็นเซตที่ไม่ทับซ้อนกัน นั่นคือไม่มีจำนวนใดที่เป็นทั้งตรรกยะและอตรรกยะพร้อมกัน
    เราเขียนได้เป็นเซต คือ QI=mathbb{Q} cap mathbb{I} = emptyset

ลองจินตนาการถึงเส้นจำนวนจริง เราสามารถใส่จุดจำนวนตรรกยะได้มากมายจนดูเหมือนเต็มเส้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าเราจะเลือกจำนวนตรรกยะสองจำนวนที่อยู่ใกล้กันแค่ไหน ก็ยังคงมีจำนวนตรรกยะอื่นแทรกอยู่ระหว่างกลางได้เสมอ (คุณสมบัติความหนาแน่น) และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นคือ ในระหว่างจำนวนตรรกยะสองจำนวนนั้น ยังคงมีจำนวนอตรรกยะแทรกอยู่เป็นอนันต์ด้วยครับ

ตัวอย่างและข้อควรระวังในการทำโจทย์

การทำความเข้าใจความสัมพันธ์เหล่านี้ช่วยให้น้องๆ สามารถวิเคราะห์โจทย์ได้ดีขึ้นมากเลยครับ มาดูตัวอย่างและข้อควรระวังกัน

ตัวอย่างการแยกแยะ:

  1. 9sqrt{9} เป็นจำนวนตรรกยะหรืออตรรกยะ?

    พี่กฤษณ์ขอให้น้องๆ คิดให้ดีก่อนตอบนะครับ 9=3sqrt{9} = 3 ซึ่ง 3 เป็นจำนวนเต็ม และสามารถเขียนในรูป 31frac{3}{1} ได้ ดังนั้น 9sqrt{9} เป็น จำนวนตรรกยะ ครับ

  2. 2+32 + sqrt{3} เป็นจำนวนตรรกยะหรืออตรรกยะ?

    เราทราบว่า 2 เป็นจำนวนตรรกยะ และ 3sqrt{3} เป็นจำนวนอตรรกยะ โดยทั่วไปแล้ว ถ้าเรานำจำนวนตรรกยะที่ไม่ใช่ศูนย์ไปบวกหรือลบกับจำนวนอตรรกยะ ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นจำนวนอตรรกยะเสมอ ดังนั้น 2+32 + sqrt{3} เป็น จำนวนอตรรกยะ ครับ

  3. 182frac{sqrt{18}}{sqrt{2}} เป็นจำนวนตรรกยะหรืออตรรกยะ?

    ตรงนี้น้องๆ ต้องระวัง อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเป็นอตรรกยะนะครับ เราสามารถทำให้มันง่ายลงได้:
    182=182=9=3frac{sqrt{18}}{sqrt{2}} = sqrt{frac{18}{2}} = sqrt{9} = 3
    ซึ่ง 3 เป็นจำนวนเต็ม ดังนั้นมันคือ จำนวนตรรกยะ ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย:

  • การคิดว่าจำนวนอตรรกยะคูณกับจำนวนอตรรกยะจะได้ผลลัพธ์เป็นอตรรกยะเสมอ เช่น 28=16=4sqrt{2} cdot sqrt{8} = sqrt{16} = 4 (เป็นตรรกยะ)
  • การจำสับสนระหว่างทศนิยมซ้ำกับทศนิยมไม่ซ้ำไม่รู้จบ ต้องจำให้แม่นว่าทศนิยมซ้ำคือตรรกยะครับ
  • การเข้าใจผิดว่าจำนวนที่อยู่ในรูปรากที่สองจะต้องเป็นอตรรกยะเสมอ ซึ่งไม่ใช่ ถ้าจำนวนภายในรากเป็นกำลังสองสมบูรณ์ ผลลัพธ์ก็จะเป็นจำนวนเต็ม ซึ่งเป็นตรรกยะครับ

เทคนิคการทำข้อสอบและแนวคิดเชิงลึก

ในการทำข้อสอบ น้องๆ จะต้องใช้ความเข้าใจพื้นฐานนี้ในการแยกแยะและประมวลผลให้ถูกต้องครับ

  • มองหาคีย์เวิร์ด: ถ้าโจทย์ถามว่า “เป็นจำนวนเต็มหรือไม่” หรือ “เป็นจำนวนนับหรือไม่” ให้พิจารณาว่าสามารถจัดอยู่ในกลุ่มจำนวนตรรกยะแบบไหน
  • การลดรูป: ก่อนจะตัดสินใจว่าเป็นตรรกยะหรืออตรรกยะ ให้ลองพยายามลดรูปหรือทำให้สมการง่ายขึ้นก่อนเสมอ อย่างเช่นตัวอย่าง 182frac{sqrt{18}}{sqrt{2}} หากไม่ลดรูป อาจจะตอบผิดได้ครับ
  • การพิสูจน์ (แนวคิด): การพิสูจน์ว่าจำนวนบางจำนวนเป็นอตรรกยะ มักจะใช้วิธีการพิสูจน์โดยหาข้อขัดแย้ง (proof by contradiction) คือสมมติว่ามันเป็นตรรกยะ แล้วแสดงให้เห็นว่าเกิดข้อขัดแย้งทางคณิตศาสตร์ ทำให้ข้อสมมติเป็นเท็จ นั่นหมายความว่ามันต้องเป็นอตรรกยะนั่นเองครับ
  • การประยุกต์ใช้: จำนวนอตรรกยะไม่ได้มีอยู่แค่ในตำราเรียนนะครับ ค่า πpi ใช้ในการคำนวณพื้นที่วงกลม ปริมาตรทรงกระบอก หรือการออกแบบทางวิศวกรรมต่างๆ หรือแม้แต่การออกแบบตึกรามบ้านช่องที่ซับซ้อนก็ต้องใช้ความรู้เรื่องจำนวนจริงมาประยุกต์ใช้ทั้งสิ้นครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

พี่กฤษณ์ขอสรุปแนวคิดสำคัญเพื่อให้น้องๆ จำได้ขึ้นใจนะครับ:

  • จำนวนจริง (Rmathbb{R}) คือทุกจำนวนที่อยู่บนเส้นจำนวน และถูกแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ ที่ไม่ทับซ้อนกันคือตรรกยะกับอตรรกยะ
  • จำนวนตรรกยะ (Qmathbb{Q}) คือจำนวนที่เขียนในรูป abfrac{a}{b} ได้ (a, b เป็นจำนวนเต็ม, b0b neq 0) รวมถึงจำนวนเต็ม ทศนิยมรู้จบ และทศนิยมซ้ำ
  • จำนวนอตรรกยะ (Imathbb{I}) คือจำนวนที่ไม่สามารถเขียนในรูป abfrac{a}{b} ได้ และเมื่อเขียนเป็นทศนิยมจะเป็นทศนิยมไม่รู้จบและไม่ซ้ำ เช่น 2sqrt{2}, πpi, e
  • ความสัมพันธ์: R=QImathbb{R} = mathbb{Q} cup mathbb{I} และ QI=mathbb{Q} cap mathbb{I} = emptyset

หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจเรื่องความสัมพันธ์ของจำนวนตรรกยะ จำนวนอตรรกยะ และจำนวนจริงได้ชัดเจนและลึกซึ้งยิ่งขึ้นนะครับ การทำความเข้าใจพื้นฐานเหล่านี้ให้แม่นยำ จะช่วยต่อยอดไปสู่การเรียนคณิตศาสตร์ในระดับที่สูงขึ้นได้อย่างมั่นคงเลยล่ะครับ

หากน้องๆ ต้องการศึกษาเพิ่มเติม หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเนื้อหาคณิตศาสตร์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจำนวนจริง ฟังก์ชัน แคลคูลัส หรือหัวข้ออื่นๆ พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สเรียนหลากหลายรูปแบบที่พร้อมจะช่วยเสริมความเข้าใจให้น้องๆ ครับ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สเรียนสดแบบเข้มข้น คอร์สเรียนออนไลน์ที่น้องๆ สามารถทบทวนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือคอร์สตัวต่อตัวที่ปรับให้เข้ากับความต้องการของน้องๆ เป็นพิเศษ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยนะครับ พี่กฤษณ์รอช่วยน้องๆ ทุกคนอยู่ครับ!

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *