การหาฟังก์ชันผกผันและการตรวจสอบว่าเป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง
ก่อนที่เราจะไปพูดถึงการหาฟังก์ชันผกผัน หรือที่น้องๆ อาจจะรู้จักในชื่อ อินเวอร์สฟังก์ชัน (Inverse Function) ได้นั้น พี่กฤษณ์อยากจะพาน้องๆ มาทำความเข้าใจพื้นฐานที่สำคัญมากๆ ก่อน นั่นก็คือเรื่องของ ฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง (One-to-one Function) ครับ
ฟังก์ชันคืออะไร (ทบทวนกันหน่อย)
น้องๆ คงจำกันได้ว่าฟังก์ชันคือความสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่สมาชิกแต่ละตัวในโดเมน (Domain) จะจับคู่กับสมาชิกในโคโดเมน (Codomain) เพียงตัวเดียวเท่านั้น พูดง่ายๆ คือ หนึ่งค่า ให้ หนึ่งค่าเสมอครับ
ตัวอย่างเช่น ถ้าพี่กฤษณ์บอกว่า ถ้า เราจะได้ เท่านั้น ไม่มีทางที่ จะเป็นค่าอื่นพร้อมกันได้ครับ
ฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง (One-to-one Function) คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?
ฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง คือฟังก์ชันที่สมาชิกแต่ละตัวในเรนจ์ (Range) จะจับคู่กับสมาชิกในโดเมนเพียงตัวเดียวเท่านั้นครับ พูดง่ายๆ คือ นอกจาก หนึ่งค่า ให้ หนึ่งค่าแล้ว หนึ่งค่า ก็ต้องมาจาก หนึ่งค่าด้วยเช่นกัน
ความสำคัญของฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง: การที่ฟังก์ชันจะมีฟังก์ชันผกผันได้นั้น ฟังก์ชันนั้น จำเป็นต้องเป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งเท่านั้น ครับ ถ้าน้องๆ ลองคิดดูว่า ถ้าฟังก์ชันไม่เป็นหนึ่งต่อหนึ่ง แสดงว่า ค่าหนึ่ง อาจจะมาจาก หลายค่าได้ เมื่อเราพยายามจะย้อนกลับ (ผกผัน) จาก ไปหา เราก็จะไม่รู้ว่าควรจะกลับไปหา ตัวไหนดี ทำให้ความสัมพันธ์ที่ได้จากการผกผันนั้น ไม่เป็นฟังก์ชัน นั่นเองครับ
วิธีการตรวจสอบว่าเป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง
มีอยู่ 2 วิธีหลักๆ ที่น้องๆ สามารถใช้ตรวจสอบได้ครับ
1. การตรวจสอบโดยวิธีพีชคณิต (Algebraic Test)
วิธีนี้เราจะสมมติว่ามี และ สองค่าที่แตกต่างกัน แต่ให้ค่า เท่ากัน นั่นคือเราจะตั้งสมการ แล้วพยายามพิสูจน์ว่า ต้องเท่ากับ เท่านั้น
ตัวอย่างที่ 1: ตรวจสอบว่า เป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งหรือไม่
วิธีทำ:
- สมมติให้
- จะได้
- บวก 5 ทั้งสองข้าง:
- หารด้วย 3 ทั้งสองข้าง:
เนื่องจากเราพิสูจน์ได้ว่า ดังนั้น เป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งครับ
ตัวอย่างที่ 2: ตรวจสอบว่า เป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งหรือไม่
วิธีทำ:
- สมมติให้
- จะได้
- ย้ายข้าง:
- แยกตัวประกอบผลต่างกำลังสอง:
- ดังนั้น หรือ
- ซึ่งหมายความว่า หรือ
จะเห็นว่านอกเหนือจากกรณีที่ แล้ว ยังมีกรณีที่ ด้วย เช่น ถ้า และ จะได้ และ ซึ่งหมายความว่ามี สองค่าที่แตกต่างกัน ให้ค่า เดียวกัน ดังนั้น ไม่เป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง ครับ
2. การตรวจสอบโดยใช้กราฟ (Horizontal Line Test)
วิธีนี้ง่ายมากๆ ครับ น้องๆ แค่ลองลากเส้นตรงแนวนอน (Horizontal Line) ไปตัดกราฟของฟังก์ชัน ถ้าเส้นตรงแนวนอนเส้นไหนก็ตาม ตัดกราฟของฟังก์ชันมากกว่า 1 จุด แสดงว่าฟังก์ชันนั้น ไม่เป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง ครับ
- ถ้าน้องๆ ลองวาดกราฟ จะพบว่าเป็นเส้นตรง การลากเส้นแนวนอนจะตัดกราฟเพียงจุดเดียวเสมอ ดังนั้นเป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง
- แต่ถ้าเป็นกราฟ ซึ่งเป็นพาราโบลาหงาย น้องๆ จะเห็นว่าถ้าเราลากเส้นแนวนอนที่ค่า ที่เป็นบวก มันจะตัดกราฟถึง 2 จุดเสมอ (เช่น ตัดที่ และ ) ดังนั้นจึงไม่เป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งนั่นเองครับ
การจำกัดโดเมนเพื่อทำให้เป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง
สำหรับฟังก์ชันที่โดยธรรมชาติแล้วไม่เป็นหนึ่งต่อหนึ่ง เช่น เราสามารถ “บังคับ” ให้มันเป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งได้โดยการ จำกัดโดเมน (Restrict the Domain) ของฟังก์ชันนั้นๆ ครับ
เช่น ถ้าเราพิจารณา บนโดเมน เท่านั้น กราฟจะเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของพาราโบลา (ด้านขวา) ซึ่งเมื่อลากเส้นแนวนอนแล้วจะตัดกราฟเพียงจุดเดียวเสมอ ทำให้ฟังก์ชันนี้เป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งบนโดเมนที่ถูกจำกัดนั้นครับ
ฟังก์ชันผกผัน (Inverse Function) คืออะไร
ฟังก์ชันผกผัน (อ่านว่า เอฟอินเวอร์สเอ็กซ์) คือฟังก์ชันที่ทำหน้าที่ “ย้อนกลับ” การทำงานของฟังก์ชันเดิม ครับ
- ถ้า แล้ว
- โดเมนของ จะกลายเป็นเรนจ์ของ
- เรนจ์ของ จะกลายเป็นโดเมนของ
และอีกคุณสมบัติที่สำคัญมากๆ คือ และ ครับ นั่นคือ ถ้าเราทำฟังก์ชัน แล้วตามด้วย ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือค่าเดิมที่ใส่เข้าไปนั่นเองครับ
ขั้นตอนการหาฟังก์ชันผกผัน
ถ้าน้องๆ ตรวจสอบแล้วว่าฟังก์ชัน เป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง ก็มาถึงขั้นตอนการหา กันครับ โดยทำตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้
- แทน ด้วย : เปลี่ยนรูปแบบฟังก์ชันเป็น
- สลับตัวแปร และ : เปลี่ยนสมการเป็น ขั้นตอนนี้แหละครับที่เป็นหัวใจของการหาอินเวอร์ส
- จัดรูปสมการเพื่อหา ในรูปของ : แก้สมการที่ได้จากข้อ 2 เพื่อให้ อยู่โดดๆ ฝั่งหนึ่ง และมีแต่ อยู่ในอีกฝั่งหนึ่ง
- แทน ด้วย : ฟังก์ชันที่ได้ในข้อ 3 คือฟังก์ชันผกผันที่เราต้องการครับ
ตัวอย่างการหาฟังก์ชันผกผัน
ตัวอย่างที่ 3: จงหาฟังก์ชันผกผันของ
วิธีทำ: (จากตัวอย่างที่ 1 เรารู้แล้วว่าเป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง)
- ให้
- สลับ และ :
- จัดรูปหา :
- ดังนั้น
ตัวอย่างที่ 4: จงหาฟังก์ชันผกผันของ เมื่อ
วิธีทำ: (เนื่องจากมีการจำกัดโดเมน ทำให้ เป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง)
- ให้ โดยที่
- สลับ และ : โดยที่ (เพราะ เดิมคือ ที่ถูกจำกัด)
- จัดรูปหา :
- เนื่องจาก เราจึงเลือก
- ดังนั้น
ข้อควรระวัง: โดเมนของ จะเป็นเรนจ์ของ ซึ่งคือ นั่นเองครับ
ตัวอย่างที่ 5: จงหาฟังก์ชันผกผันของ เมื่อ
วิธีทำ: (ฟังก์ชันเชิงเส้นเศษส่วน (Linear Fractional Function) แบบนี้จะเป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งเสมอครับ ยกเว้นกรณีที่ค่าสัมประสิทธิ์มีความสัมพันธ์พิเศษ แต่โดยทั่วไปคือเป็น)
- ให้
- สลับ และ :
- จัดรูปหา :
- ย้ายเทอมที่มี ไปอยู่ฝั่งเดียวกัน:
- ดึงตัวร่วม ออก:
- ดังนั้น โดยที่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย (Common Mistakes)
- ลืมตรวจสอบว่าฟังก์ชันเป็นหนึ่งต่อหนึ่งหรือไม่: นี่คือข้อผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุดครับ ถ้าน้องๆ ไม่ตรวจสอบก่อน ก็อาจจะพยายามหาอินเวอร์สของฟังก์ชันที่ไม่มีอินเวอร์สที่เป็นฟังก์ชันได้
- สับสนระหว่าง กับ : น้องๆ มักจะเข้าใจผิดว่า หมายถึง ซึ่งไม่ถูกต้องนะครับ เครื่องหมาย ในบริบทของฟังก์ชันหมายถึง “อินเวอร์สฟังก์ชัน” ไม่ใช่ “ส่วนกลับ” ครับ
- การจัดรูปสมการผิดพลาด: โดยเฉพาะในฟังก์ชันที่ซับซ้อน เช่น ฟังก์ชันเศษส่วนพหุนาม หรือฟังก์ชันที่มีราก การแก้สมการหา อาจต้องใช้เทคนิคทางพีชคณิตที่แม่นยำครับ
- ลืมพิจารณาโดเมนและเรนจ์: โดเมนของ คือเรนจ์ของ และเรนจ์ของ คือโดเมนของ การกำหนดโดเมนที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการจำกัดโดเมนของฟังก์ชันเดิมครับ
การประยุกต์ใช้ฟังก์ชันผกผัน
ฟังก์ชันผกผันไม่ได้มีประโยชน์แค่ในการเรียนคณิตศาสตร์เท่านั้นนะครับน้องๆ แต่ยังมีการประยุกต์ใช้ในหลายสาขาเลยทีเดียว เช่น
- การแปลงหน่วย: เช่น การแปลงอุณหภูมิจากเซลเซียสเป็นฟาเรนไฮต์ และกลับกัน ฟังก์ชันเหล่านี้เป็นอินเวอร์สซึ่งกันและกัน
- วิทยาการคอมพิวเตอร์และเข้ารหัส: การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) และการถอดรหัส (Decryption) หลายวิธีอาศัยหลักการของฟังก์ชันผกผัน เพื่อให้สามารถแปลงข้อมูลกลับไปกลับมาได้อย่างถูกต้อง
- เศรษฐศาสตร์: ฟังก์ชันอุปสงค์และอุปทานบางครั้งก็สามารถมองในมุมของฟังก์ชันผกผันได้ เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างราคาและปริมาณ
- ฟิสิกส์: ในวิชาฟิสิกส์หลายแขนง เมื่อเราต้องการย้อนรอยสถานะของระบบจากผลลัพธ์ที่ได้ ฟังก์ชันผกผันก็เป็นแนวคิดพื้นฐานที่ถูกนำมาใช้ครับ
สรุปแนวคิดสำคัญ
ก่อนจบบทความนี้ พี่กฤษณ์อยากให้น้องๆ จำแนวคิดสำคัญเหล่านี้ไว้ให้ขึ้นใจนะครับ
- ฟังก์ชันผกผันจะมีได้ก็ต่อเมื่อฟังก์ชันนั้นเป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งเท่านั้น
- การตรวจสอบฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งทำได้โดยวิธีพีชคณิต () หรือการทดสอบด้วยเส้นตรงแนวนอน (Horizontal Line Test)
- ขั้นตอนการหาฟังก์ชันผกผันคือ 1) แทน ด้วย 2) สลับ กับ 3) จัดรูปสมการหา 4) แทน ด้วย
- อย่าลืมพิจารณาโดเมนและเรนจ์ของฟังก์ชันผกผัน ซึ่งเป็นเรนจ์และโดเมนของฟังก์ชันเดิมตามลำดับ
เรื่องฟังก์ชันผกผันและการตรวจสอบฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่น้องๆ จะต้องใช้บ่อยๆ ในคณิตศาสตร์ระดับสูงขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแคลคูลัส หรือวิชาอื่นๆ ที่ต้องมีการแปลงกลับไปกลับมาครับ ถ้าสงสัยตรงไหน หรืออยากได้เทคนิคเพิ่มเติมในการทำโจทย์ยากๆ
พี่กฤษณ์ยินดีช่วยน้องๆ ทุกคนครับ น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเรียนของพี่กฤษณ์ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สสด คอร์สออนไลน์ หรือคอร์สตัวต่อตัว ได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ เราจะมาติวเข้มและทำความเข้าใจคณิตศาสตร์ไปด้วยกันอย่างสนุกสนานและเป็นกันเองครับ