Skip to content
Home » บทความ » ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร

ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร

ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร: หัวใจสำคัญของคณิตศาสตร์ที่น้องๆ ต้องรู้ครับ

ทำความรู้จักระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรคืออะไรครับ

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจพื้นฐานกันก่อนครับว่า “สมการเชิงเส้นสองตัวแปร” คืออะไร สมการเชิงเส้น คือ สมการที่เมื่อเรานำไปวาดกราฟแล้ว จะได้เป็นเส้นตรงเสมอ และคำว่า “สองตัวแปร” ก็หมายความว่าในสมการนั้นจะมีตัวแปรที่ไม่ทราบค่าอยู่สองตัว ซึ่งส่วนใหญ่เราจะใช้ x x และ y y ครับ

รูปแบบทั่วไปของสมการเชิงเส้นสองตัวแปรคือ A x + B y = C Ax + By = C โดยที่ A A , B B , C C เป็นค่าคงที่ใดๆ และ A A กับ B B จะต้องไม่เป็นศูนย์พร้อมกันครับ ตัวอย่างเช่น 2 x + 3 y = 7 2x + 3y = 7 หรือ x 4 y = 2 x – 4y = -2 ครับ

แล้ว “ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร” คืออะไรล่ะครับ? มันก็คือการที่เรามีสมการเชิงเส้นสองตัวแปรพร้อมกันตั้งแต่สองสมการขึ้นไปนั่นเองครับ และเป้าหมายของเราคือการหาค่า x x และ y y ที่ทำให้สมการทุกสมการในระบบนั้นเป็นจริงพร้อมกันครับ พูดง่ายๆ คือหาจุดตัดร่วมของกราฟเส้นตรงเหล่านั้นนั่นเองครับ

วิธีแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรที่นิยมใช้กันครับ

เรามีวิธีการหาคำตอบของระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรอยู่หลายวิธีนะครับ แต่วิธีที่น้องๆ จะได้ใช้บ่อยๆ และสำคัญมากๆ มีอยู่ 3 วิธีหลักๆ ครับ

วิธีที่ 1: การแทนค่า (Substitution Method)
วิธีนี้เหมาะสำหรับสมการที่สามารถจัดรูปให้ตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งอยู่ในรูปของอีกตัวแปรหนึ่งได้ง่ายๆ ครับ
หลักการ:
1. เลือกสมการใดสมการหนึ่งแล้วจัดรูปให้ตัวแปรหนึ่งอยู่ในพจน์ของอีกตัวแปรหนึ่ง เช่น จัดให้ x x อยู่ในรูปของ y y
2. นำสมการที่จัดรูปแล้วไปแทนค่าลงในอีกสมการที่เหลือ
3. แก้สมการที่ได้เพื่อหาค่าตัวแปรตัวแรก
4. นำค่าตัวแปรที่ได้ไปแทนกลับในสมการที่จัดรูปไว้ เพื่อหาค่าตัวแปรตัวที่สอง

ตัวอย่าง:
x + y = 5 x + y = 5 (สมการที่ 1)
2 x y = 4 2x – y = 4 (สมการที่ 2)

วิธีทำ:
1. จากสมการที่ 1 จัดรูปได้เป็น x = 5 y x = 5 – y
2. นำ x = 5 y x = 5 – y แทนในสมการที่ 2:
2 ( 5 y ) y = 4 2(5 – y) – y = 4
10 2 y y = 4 10 – 2y – y = 4
10 3 y = 4 10 – 3y = 4
3 y = 4 10 -3y = 4 – 10
3 y = 6 -3y = -6
y = 6 3 y = frac{-6}{-3}
y = 2 y = 2
3. นำ y = 2 y = 2 แทนกลับใน x = 5 y x = 5 – y :
x = 5 2 x = 5 – 2
x = 3 x = 3
ดังนั้น คำตอบของระบบสมการนี้คือ x = 3 x=3 และ y = 2 y=2 ครับ

วิธีที่ 2: การกำจัดตัวแปร (Elimination Method)
วิธีนี้เหมาะสำหรับสมการที่สามารถทำให้สัมประสิทธิ์ของตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งมีค่าเท่ากันหรือเป็นตัวผกผันกัน (บวกกันเป็น 0) ได้ง่ายๆ ครับ
หลักการ:
1. ทำให้สัมประสิทธิ์ของตัวแปรใดตัวแปรหนึ่งในทั้งสองสมการมีค่าเท่ากันหรือเป็นตัวผกผันกัน โดยการคูณตลอดสมการด้วยค่าคงที่ที่เหมาะสม
2. นำสมการทั้งสองมาบวกหรือลบกัน เพื่อกำจัดตัวแปรนั้นทิ้งไป
3. แก้สมการที่ได้เพื่อหาค่าตัวแปรตัวแรก
4. นำค่าตัวแปรที่ได้ไปแทนกลับในสมการตั้งต้นสมการใดสมการหนึ่ง เพื่อหาค่าตัวแปรตัวที่สอง

ตัวอย่าง: ใช้โจทย์เดิม
x + y = 5 x + y = 5 (สมการที่ 1)
2 x y = 4 2x – y = 4 (สมการที่ 2)

วิธีทำ:
1. สังเกตว่าสัมประสิทธิ์ของ y y ในสมการที่ 1 คือ 1 1 และในสมการที่ 2 คือ 1 -1 ซึ่งเป็นตัวผกผันกันอยู่แล้วครับ
2. นำสมการที่ 1 และสมการที่ 2 มาบวกกัน เพื่อกำจัด y y ครับ:
( x + y ) + ( 2 x y ) = 5 + 4 (x + y) + (2x – y) = 5 + 4
3 x = 9 3x = 9
x = 9 3 x = frac{9}{3}
x = 3 x = 3
3. นำ x = 3 x = 3 แทนในสมการที่ 1:
3 + y = 5 3 + y = 5
y = 5 3 y = 5 – 3
y = 2 y = 2
คำตอบก็ยังคงเป็น x = 3 x=3 และ y = 2 y = 2 เหมือนเดิมครับ

วิธีที่ 3: การใช้กราฟ (Graphical Method)
วิธีนี้เป็นการหาคำตอบโดยการวาดกราฟเส้นตรงของสมการทั้งสอง แล้วหาจุดตัดของกราฟนั้นครับ จุดตัดที่ได้คือคำตอบของระบบสมการครับ
หลักการ:
1. จัดรูปสมการทั้งสองให้อยู่ในรูปที่ง่ายต่อการพลอตกราฟ เช่น y = m x + c y = mx + c (รูปแบบความชัน-จุดตัดแกน Y)
2. หาจุดสองจุดที่อยู่บนแต่ละเส้นตรง (มักจะหาจุดตัดแกน X และแกน Y) แล้วลากเส้น
3. จุดที่เส้นตรงทั้งสองตัดกัน คือคำตอบของระบบสมการ ( x , y x, y )

ข้อดีของวิธีนี้คือช่วยให้น้องๆ เห็นภาพของคำตอบได้ชัดเจน แต่ข้อเสียคือถ้าคำตอบเป็นทศนิยมหรือเศษส่วนที่ซับซ้อน การอ่านค่าจากกราฟอาจจะไม่แม่นยำครับ วิธีนี้จึงเหมาะกับการตรวจสอบคำตอบ หรือโจทย์ที่มีคำตอบเป็นจำนวนเต็มง่ายๆ ครับ

ประเภทของคำตอบที่ได้จากการใช้กราฟ:
* มีคำตอบเดียว: กราฟเส้นตรงทั้งสองตัดกันเพียงจุดเดียว นี่คือกรณีที่เรามักจะเจอครับ
* ไม่มีคำตอบ: กราฟเส้นตรงทั้งสองขนานกันและไม่ตัดกันเลย ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อสมการทั้งสองมีความชันเท่ากันแต่มีจุดตัดแกน Y ต่างกันครับ
* มีหลายคำตอบ (อนันต์คำตอบ): กราฟเส้นตรงทั้งสองทับกันสนิท ซึ่งจะเกิดขึ้นเมื่อสมการทั้งสองเป็นสมการเดียวกัน หรือสมการหนึ่งเป็นพหุคูณของอีกสมการหนึ่งครับ

ตัวอย่างโจทย์และการประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันครับ

ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรไม่ได้อยู่แค่ในตำราเรียนนะครับ แต่ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันหรือในสายงานต่างๆ ได้มากมายเลยครับ

ตัวอย่างโจทย์:
พี่กฤษณ์มีเหรียญห้าบาทและเหรียญสิบบาทอยู่ในกระปุกออมสินรวมกัน 12 เหรียญ และนับเป็นเงินได้ทั้งหมด 80 บาท อยากทราบว่าพี่กฤษณ์มีเหรียญห้าบาทและเหรียญสิบบาทอย่างละกี่เหรียญครับ

วิธีทำ:
1. กำหนดตัวแปร:
ให้ x x แทนจำนวนเหรียญห้าบาท
ให้ y y แทนจำนวนเหรียญสิบบาท

2. สร้างสมการ:
จากข้อมูล “มีเหรียญรวมกัน 12 เหรียญ” จะได้สมการที่ 1:
x + y = 12 x + y = 12 (สมการที่ 1)
จากข้อมูล “นับเป็นเงินได้ทั้งหมด 80 บาท” (เหรียญห้าบาทมีค่า 5x บาท, เหรียญสิบบาทมีค่า 10y บาท) จะได้สมการที่ 2:
5 x + 10 y = 80 5x + 10y = 80 (สมการที่ 2)

3. แก้ระบบสมการ (พี่กฤษณ์จะใช้วิธีกำจัดตัวแปรนะครับ):
จากสมการที่ 1: x + y = 12 x + y = 12
จากสมการที่ 2: 5 x + 10 y = 80 5x + 10y = 80

นำสมการที่ 1 คูณด้วย 5 ตลอดสมการ เพื่อให้สัมประสิทธิ์ของ x x เท่ากัน:
5 ( x + y ) = 5 ( 12 ) 5(x + y) = 5(12)
5 x + 5 y = 60 5x + 5y = 60 (สมการที่ 3)

นำสมการที่ 2 ลบด้วยสมการที่ 3 เพื่อกำจัด x x :
( 5 x + 10 y ) ( 5 x + 5 y ) = 80 60 (5x + 10y) – (5x + 5y) = 80 – 60
5 y = 20 5y = 20
y = 20 5 y = frac{20}{5}
y = 4 y = 4

แทนค่า y = 4 y = 4 ในสมการที่ 1:
x + 4 = 12 x + 4 = 12
x = 12 4 x = 12 – 4
x = 8 x = 8

สรุปได้ว่าพี่กฤษณ์มีเหรียญห้าบาท 8 เหรียญ และเหรียญสิบบาท 4 เหรียญครับ (รวมกัน 12 เหรียญ, คิดเป็นเงิน 8 × 5 + 4 × 10 = 40 + 40 = 80 8 times 5 + 4 times 10 = 40 + 40 = 80 บาท) เห็นไหมครับว่าไม่ยากเลย!

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและเทคนิคทำข้อสอบครับ

น้องๆ หลายคนอาจจะเคยทำข้อสอบแล้วเจอข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำให้คำตอบผิดไปได้นะครับ พี่กฤษณ์รวบรวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยพร้อมเทคนิคดีๆ มาฝากครับ:

  • ข้อผิดพลาดที่ 1: การผิดพลาดเรื่องเครื่องหมาย (บวก ลบ) เมื่อย้ายข้างหรือคูณสมการ การบวกลบเลขติดลบต้องระวังให้ดีๆ เลยนะครับ
  • ข้อผิดพลาดที่ 2: การคำนวณผิดพลาดในการคูณหรือหารเพื่อทำสัมประสิทธิ์ให้เท่ากัน บางครั้งน้องๆ อาจจะคูณผิดพลาดเล็กน้อย ทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนไปทั้งข้อครับ
  • ข้อผิดพลาดที่ 3: การไม่ได้ตรวจสอบคำตอบเมื่อได้ค่า x x และ y y มาแล้ว การนำค่าที่ได้ไปแทนในสมการตั้งต้นทั้งสองสมการจะช่วยยืนยันความถูกต้องของคำตอบได้ครับ
  • ข้อผิดพลาดที่ 4: การสับสนเมื่อโจทย์เป็นรูปแบบเศษส่วนหรือทศนิยม ควรแปลงให้เป็นจำนวนเต็มก่อน เพื่อลดความซับซ้อนในการคำนวณครับ

เทคนิคทำข้อสอบ:

  • เทคนิคที่ 1: อ่านโจทย์ปัญหาให้ละเอียดและตีความให้ถูกต้อง การตั้งสมการที่ผิดตั้งแต่แรกจะทำให้คำตอบผิดแน่นอนครับ
  • เทคนิคที่ 2: เลือกวิธีที่เหมาะสมกับโจทย์แต่ละข้อ บางข้อการแทนค่าง่ายกว่า บางข้อการกำจัดตัวแปรง่ายกว่า การเลือกวิธีที่ถูกต้องจะช่วยประหยัดเวลาได้เยอะเลยครับ
  • เทคนิคที่ 3: จัดรูปสมการให้อยู่ในรูปแบบ A x + B y = C Ax + By = C ก่อนเริ่มแก้เสมอ เพื่อความเป็นระเบียบและลดความผิดพลาดครับ
  • เทคนิคที่ 4: หากเจอข้อสอบประเภทที่มีตัวเลือก และระบบสมการค่อนข้างซับซ้อน น้องๆ อาจจะลองนำคำตอบในตัวเลือกไปแทนในสมการเพื่อตรวจสอบดูว่าคำตอบไหนทำให้สมการเป็นจริงทั้งสองสมการก็ได้นะครับ

มุมมองเชิงวิเคราะห์เพิ่มเติม: สมการเชิงเส้นไม่ใช่แค่ใน 2 ตัวแปรครับ

น้องๆ ครับ ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรเป็นเพียงก้าวแรกของการศึกษาเรื่องระบบสมการเท่านั้น ในระดับที่สูงขึ้น น้องๆ จะได้เจอระบบสมการเชิงเส้นที่มีสามตัวแปร สี่ตัวแปร หรือมากกว่านั้น ซึ่งวิธีการแก้ก็จะซับซ้อนขึ้น เช่น การใช้เมทริกซ์ (Matrix), กฎของเครเมอร์ (Cramer’s Rule) หรือการกำจัดแบบเกาส์ (Gaussian Elimination) ครับ

ความรู้เรื่องระบบสมการเชิงเส้นเป็นรากฐานสำคัญในการเรียนคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์แขนงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา เศรษฐศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ หรือแม้แต่วิทยาการคอมพิวเตอร์ ก็ล้วนแล้วแต่ต้องใช้หลักการของระบบสมการเชิงเส้นในการแก้ปัญหา การจำลองสถานการณ์ หรือการวิเคราะห์ข้อมูลทั้งสิ้นครับ ดังนั้นการที่น้องๆ เข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้ จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการเรียนรู้ในอนาคตครับ

เป็นยังไงกันบ้างครับน้องๆ สำหรับเรื่องระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปรที่พี่กฤษณ์นำมาฝากในวันนี้ หวังว่าน้องๆ จะได้รับความรู้และเข้าใจในเนื้อหามากขึ้นนะครับ การฝึกฝนทำโจทย์บ่อยๆ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้น้องๆ เก่งขึ้นและแม่นยำขึ้นในเรื่องนี้ครับ

ถ้าน้องๆ อยากเรียนรู้เพิ่มเติม มีคำถามสงสัย หรือต้องการติวคณิตศาสตร์ในหัวข้ออื่นๆ ทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ หรือจะเรียนตัวต่อตัวแบบเข้มข้น พี่กฤษณ์ยินดีช่วยเต็มที่เลยครับ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยนะครับ พี่กฤษณ์พร้อมเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคนเสมอครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *