ประพจน์และค่าความจริง: รากฐานของตรรกศาสตร์
ก่อนอื่นเลย เรามาทำความรู้จักกับคำว่า “ประพจน์” กันก่อนครับ
ประพจน์คืออะไร?
ประพจน์ (Proposition) คือ ประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธ ที่สามารถระบุได้อย่างชัดเจนว่า เป็นจริง (True) หรือเป็นเท็จ (False) เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น และจะเป็นทั้งจริงและเท็จในเวลาเดียวกันไม่ได้เด็ดขาดเลยนะครับ
ฟังดูง่ายใช่ไหมครับ? แต่หลายครั้งน้องๆ ก็มักจะสับสนอยู่บ้าง เรามาดูตัวอย่างกันดีกว่าครับ
ตัวอย่างประโยคที่เป็นประพจน์:
- กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย (เป็นจริง)
- 1 + 1 = 3 (เป็นเท็จ)
- (เป็นจริง)
- โลกไม่ได้โคจรรอบดวงอาทิตย์ (เป็นเท็จ)
ตัวอย่างประโยคที่ไม่เป็นประพจน์:
- เธอสบายดีไหม? (ประโยคคำถาม)
- กรุณาปิดประตู (ประโยคคำสั่ง)
- เขาเป็นคนดี (ประโยคแสดงความคิดเห็น ไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จอย่างชัดเจนสำหรับทุกคน)
- (ประโยคเปิด เพราะมีตัวแปร ทำให้ค่าความจริงขึ้นอยู่กับค่าของ หากไม่ระบุค่า ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ)
ข้อควรระวังที่พบบ่อย:
- ประโยคคำถาม คำสั่ง ขอร้อง อุทาน หรือประโยคที่แสดงความคิดเห็น ความรู้สึก มักจะไม่เป็นประพจน์ เพราะเราไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นจริงหรือเท็จอย่างชัดเจนครับ
- ประโยคเปิดที่มีตัวแปร ไม่เป็นประพจน์ จนกว่าจะมีการระบุค่าของตัวแปรนั้นๆ ครับ
ค่าความจริง (Truth Value)
ค่าความจริงของประพจน์คือสิ่งที่บอกว่าประพจน์นั้น เป็นจริง (True) หรือ เป็นเท็จ (False) ครับ เรามักจะใช้ตัวย่อ T แทน จริง และ F แทน เท็จ ครับ
แต่ละประพจน์จะมีค่าความจริงเพียงค่าเดียวเท่านั้นนะครับ ไม่มีประพจน์ใดที่เป็นทั้งจริงและเท็จในเวลาเดียวกัน และไม่มีประพจน์ใดที่ไม่มีค่าความจริงเลยครับ
การเชื่อมประพจน์ด้วยตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์
ในทางตรรกศาสตร์ เราสามารถนำประพจน์มาเชื่อมกันเพื่อสร้างเป็น ประพจน์เชิงประกอบ (Compound Proposition) ได้ โดยใช้ตัวเชื่อม (Connectives) ต่างๆ ครับ ซึ่งแต่ละตัวเชื่อมก็จะมีกฎเกณฑ์ในการหาค่าความจริงที่แตกต่างกันไป มาดูกันทีละตัวเลยครับ
เราจะใช้สัญลักษณ์ และ แทนประพจน์ย่อยนะครับ
1. นิเสธ (Negation)
สัญลักษณ์: (อ่านว่า “นิเสธของ “, “ไม่ “, “ไม่ใช่ว่า “)
นิเสธจะเปลี่ยนค่าความจริงของประพจน์นั้นให้เป็นตรงกันข้ามครับ
ตารางค่าความจริงของนิเสธ:
| T | F |
| F | T |
ตัวอย่าง:
ถ้า คือ “วันนี้ฝนตก” (T)
แล้ว คือ “วันนี้ฝนไม่ตก” (F)
2. การเชื่อมด้วย “และ” (Conjunction)
สัญลักษณ์: (อ่านว่า “ และ “)
ประพจน์ จะเป็น จริง ก็ต่อเมื่อ ทั้ง และ เป็นจริงทั้งคู่ กรณีอื่นเป็นเท็จหมดครับ
ตารางค่าความจริงของ “และ”:
| T | T | T |
| T | F | F |
| F | T | F |
| F | F | F |
3. การเชื่อมด้วย “หรือ” (Disjunction)
สัญลักษณ์: (อ่านว่า “ หรือ “)
ประพจน์ จะเป็น เท็จ ก็ต่อเมื่อ ทั้ง และ เป็นเท็จทั้งคู่ กรณีอื่นเป็นจริงหมดครับ (จำง่ายๆ ว่า ขอแค่มีอะไรจริงสักอย่างก็พอ)
ตารางค่าความจริงของ “หรือ”:
| T | T | T |
| T | F | T |
| F | T | T |
| F | F | F |
4. การเชื่อมด้วย “ถ้า…แล้ว…” (Conditional)
สัญลักษณ์: (อ่านว่า “ถ้า แล้ว “)
ประพจน์ จะเป็น เท็จ เพียงกรณีเดียวเท่านั้น คือเมื่อ เป็นจริง และ เป็นเท็จ กรณีอื่นเป็นจริงหมดครับ
ตารางค่าความจริงของ “ถ้า…แล้ว…”:
| T | T | T |
| T | F | F |
| F | T | T |
| F | F | T |
ข้อควรระวัง: ตัวเชื่อม “ถ้า…แล้ว…” ไม่ได้หมายถึงความสัมพันธ์เชิงเหตุผลเสมอไปในทางตรรกศาสตร์ครับ แค่เป็นกฎการกำหนดค่าความจริงเท่านั้น
5. การเชื่อมด้วย “…ก็ต่อเมื่อ…” (Biconditional)
สัญลักษณ์: (อ่านว่า “ ก็ต่อเมื่อ “)
ประพจน์ จะเป็น จริง ก็ต่อเมื่อ และ มีค่าความจริงเหมือนกัน (คือเป็นจริงทั้งคู่ หรือเท็จทั้งคู่) กรณีอื่นเป็นเท็จครับ
ตารางค่าความจริงของ “…ก็ต่อเมื่อ…”:
| T | T | T |
| T | F | F |
| F | T | F |
| F | F | T |
การสร้างตารางค่าความจริงของประพจน์เชิงประกอบ
น้องๆ สามารถหาค่าความจริงของประพจน์เชิงประกอบที่ซับซ้อนขึ้นได้โดยการสร้างตารางค่าความจริงครับ
จำนวนแถวในตารางค่าความจริงจะขึ้นอยู่กับจำนวนประพจน์ย่อยที่ไม่ซ้ำกัน (เช่น ) โดยจะมี แถว เมื่อ คือจำนวนประพจน์ย่อยที่ไม่ซ้ำกันครับ
ถ้ามี 2 ประพจน์ย่อย () จะมี แถวครับ
ตัวอย่างการสร้างตารางค่าความจริงสำหรับ :
| T | T | F | F | F |
| T | F | F | F | F |
| F | T | T | T | T |
| F | F | T | F | T |
จากตารางจะเห็นว่า ค่าความจริงของประพจน์ ไม่ได้เป็นจริงทั้งหมดหรือเท็จทั้งหมด จึงเป็น สัจจะนิรันดร์ (Tautology) หรือ ขัดแย้ง (Contradiction) แต่เป็น ประพจน์ไม่สมเหตุสมผล (Contingency) ครับ
ประเภทของประพจน์เชิงประกอบ
- สัจจะนิรันดร์ (Tautology): ประพจน์เชิงประกอบที่มีค่าความจริงเป็นจริงทุกกรณี เช่น (จริงเสมอ ไม่ว่า จะเป็นอะไรก็ตาม)
- ขัดแย้ง (Contradiction): ประพจน์เชิงประกอบที่มีค่าความจริงเป็นเท็จทุกกรณี เช่น (เท็จเสมอ)
- ประพจน์ไม่สมเหตุสมผล (Contingency): ประพจน์เชิงประกอบที่มีค่าความจริงเป็นทั้งจริงและเท็จผสมกันไปตามแต่ละกรณีครับ (ตามตัวอย่างที่พี่กฤษณ์ยกมาข้างบนเลยครับ)
ความสมมูลทางตรรกศาสตร์ (Logical Equivalence)
ประพจน์สองประพจน์จะสมมูลกันทางตรรกศาสตร์ ก็ต่อเมื่อทั้งสองประพจน์มีค่าความจริงเหมือนกันทุกกรณี หรือเมื่อนำมาเชื่อมกันด้วย แล้วเป็นสัจจะนิรันดร์ครับ ความสมมูลนี้มีประโยชน์มากในการแปลงรูปประพจน์เพื่อการพิสูจน์หรือการคำนวณที่ง่ายขึ้นครับ
ตัวอย่างกฎความสมมูลที่สำคัญ (กฎของเดอมอร์แกน):
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ?
น้องๆ อาจจะสงสัยว่าทำไมต้องมาเรียนเรื่องประพจน์และค่าความจริงให้ยุ่งยากด้วย จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นพื้นฐานของหลายๆ อย่างเลยนะครับ
- วิทยาการคอมพิวเตอร์: ตรรกศาสตร์แบบนี้เป็นหัวใจสำคัญของวงจรดิจิทัลและภาษาโปรแกรมครับ การทำงานของคอมพิวเตอร์ที่เราใช้ทุกวันนี้อยู่บนพื้นฐานของตรรกะแบบ Boolean Logic ที่เป็นเรื่องของประพจน์และค่าความจริงนี่แหละครับ
- คณิตศาสตร์: การพิสูจน์ทฤษฎีบททางคณิตศาสตร์ทั้งหมดอยู่บนพื้นฐานของตรรกะที่เข้มแข็ง การเข้าใจประพจน์ช่วยให้เราสร้างข้อโต้แย้งทางคณิตศาสตร์ได้อย่างมีเหตุผล
- การคิดวิเคราะห์ในชีวิตประจำวัน: ช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์ข้อมูล ข่าวสาร หรือสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมีตรรกะมากขึ้น ไม่ถูกหลอกง่ายๆ และสามารถตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลครับ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและเทคนิคในการทำข้อสอบ
- สับสนระหว่างประพจน์กับประโยคเปิด: ต้องจำให้แม่นว่าประพจน์ต้องบอกค่าความจริงได้ชัดเจน ส่วนประโยคเปิดมีตัวแปรที่ต้องระบุค่าก่อนถึงจะเป็นประพจน์ได้ครับ
- จำตารางค่าความจริงของตัวเชื่อมผิด: ตรงนี้สำคัญมาก ต้องฝึกฝนและทบทวนบ่อยๆ หรือใช้การจำแบบเน้นจุดต่าง เช่น “และ” จริงแค่ T-T, “หรือ” เท็จแค่ F-F, “ถ้า-แล้ว” เท็จแค่ T-F, “ก็ต่อเมื่อ” จริงเมื่อเหมือนกัน
- ลำดับการดำเนินการ: ถ้าไม่มีวงเล็บ น้องๆ ต้องรู้ลำดับการคิดนะครับ โดยทั่วไปจะเริ่มจากนิเสธก่อน ตามด้วย “และ”, “หรือ”, “ถ้า-แล้ว” และ “ก็ต่อเมื่อ” เป็นลำดับสุดท้ายครับ แต่ถ้ามีวงเล็บ ให้ทำในวงเล็บก่อนเสมอครับ
- การสร้างตารางค่าความจริง: ควรทำอย่างเป็นระบบ ค่อยๆ หาค่าความจริงของประพจน์ย่อยๆ และตัวเชื่อมทีละขั้นตอน จะช่วยลดความผิดพลาดได้ครับ
น้องๆ จะเห็นว่าเรื่องประพจน์และค่าความจริงไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจนิยามและกฎของตัวเชื่อมแต่ละตัวให้แม่นยำ และฝึกฝนการสร้างตารางค่าความจริงบ่อยๆ ก็จะคล่องเองครับ
ถ้าหากน้องๆ อยากจะเจาะลึกเนื้อหาคณิตศาสตร์เรื่องนี้และเรื่องอื่นๆ ให้เข้าใจถ่องแท้ พร้อมเทคนิคการทำข้อสอบจากพี่กฤษณ์เพิ่มเติม พี่กฤษณ์ก็มีคอร์สดีๆ มาแนะนำนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคอร์สเรียนสด บรรยากาศเป็นกันเอง หรือคอร์สเรียนออนไลน์ที่น้องๆ สามารถทบทวนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือถ้าอยากจะเรียนแบบตัวต่อตัว พี่กฤษณ์ก็จัดให้ได้ครับ น้องๆ สามารถดูรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมของคอร์สเรียนต่างๆ ได้เลยในเว็บไซต์นี้ครับ พี่กฤษณ์รอที่จะพาน้องๆ เก่งคณิตไปด้วยกันนะครับ!