การหาพจน์ทั่วไปและผลบวกของลำดับเลขคณิตและเรขาคณิต
คณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ว่าด้วยแบบแผนและโครงสร้าง และหนึ่งในแบบแผนพื้นฐานที่เราจะได้เจออยู่บ่อยๆ ก็คือเรื่องของ “ลำดับ” และ “อนุกรม” ครับ น้องๆ อาจจะเคยได้ยินคำเหล่านี้มาบ้างแล้ว แต่บางทีก็ยังสับสน หรือยังไม่เข้าใจลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของมัน พี่กฤษณ์เชื่อว่าถ้าเราเข้าใจแนวคิดพื้นฐานอย่างถ่องแท้ จะช่วยให้น้องๆ สามารถประยุกต์ใช้ในโจทย์ที่ซับซ้อนขึ้นได้อย่างมั่นใจครับ วันนี้เราจะมาโฟกัสกันที่ลำดับและอนุกรมที่สำคัญที่สุดสองประเภท นั่นก็คือ ลำดับเลขคณิตและลำดับเรขาคณิต พร้อมทั้งวิธีหาพจน์ทั่วไปและผลบวกของมันครับ
ทำความรู้จักกับลำดับ (Sequence) และอนุกรม (Series) เบื้องต้น
ก่อนอื่น มาปูพื้นฐานความเข้าใจกันก่อนครับ
- ลำดับ (Sequence) คือ ฟังก์ชันที่มีโดเมนเป็นเซตของจำนวนเต็มบวก (หรือสับเซตของจำนวนเต็มบวก) ที่เรียงจากน้อยไปมาก โดยที่เราจะเขียนเรียงเป็น ซึ่ง คือพจน์ที่ 1, คือพจน์ที่ 2 ไปเรื่อยๆ จนถึง คือพจน์ที่ n ครับ
- อนุกรม (Series) คือ ผลบวกของพจน์ในลำดับครับ ถ้าเรานำพจน์ต่างๆ ในลำดับมาบวกกัน เราก็จะได้อนุกรม เช่น ซึ่งเราจะใช้สัญลักษณ์ แทนผลบวก n พจน์แรกของอนุกรมครับ
ลำดับเลขคณิต (Arithmetic Sequence)
ลำดับเลขคณิตคือลำดับที่มีผลต่างของพจน์ที่อยู่ติดกันเป็นค่าคงที่เสมอ ค่าคงที่นี้เรียกว่า ผลต่างร่วม (Common Difference) ซึ่งเราใช้สัญลักษณ์ ครับ
ลองดูตัวอย่างง่ายๆ ครับ: 2, 5, 8, 11, …
จาก 2 ไป 5 เพิ่มขึ้น 3
จาก 5 ไป 8 เพิ่มขึ้น 3
จาก 8 ไป 11 เพิ่มขึ้น 3
เห็นไหมครับว่าผลต่างคือ 3 ตลอดเลย นั่นแปลว่า ครับ
การหาพจน์ทั่วไปของลำดับเลขคณิต ()
สูตรสำหรับหาพจน์ที่ n ของลำดับเลขคณิตคือ
- คือ พจน์ที่ n ที่เราต้องการหา
- คือ พจน์แรกของลำดับ
- คือ ลำดับที่ของพจน์ที่เราต้องการหา
- คือ ผลต่างร่วม
ตัวอย่างที่ 1: จงหาพจน์ที่ 10 ของลำดับเลขคณิต 2, 5, 8, 11, …
วิธีทำ:
- จากลำดับที่กำหนดให้ เราได้
- หาผลต่างร่วม :
- ต้องการหาพจน์ที่ 10 ดังนั้น
- แทนค่าในสูตร :
ดังนั้น พจน์ที่ 10 ของลำดับนี้คือ 29 ครับ
การหาผลบวก n พจน์แรกของอนุกรมเลขคณิต ()
สูตรสำหรับหาผลบวก n พจน์แรกของอนุกรมเลขคณิตมี 2 สูตรหลักๆ ครับ
หรือถ้าไม่ทราบ ก็ใช้สูตรนี้ครับ
- คือ ผลบวก n พจน์แรก
- คือ จำนวนพจน์ที่นำมาบวกกัน
- คือ พจน์แรก
- คือ พจน์สุดท้าย (พจน์ที่ n)
- คือ ผลต่างร่วม
ตัวอย่างที่ 2: จงหาผลบวก 10 พจน์แรกของอนุกรมเลขคณิต 2, 5, 8, 11, …
วิธีทำ:
- จากตัวอย่างที่ 1 เราทราบว่า , และต้องการหาผลบวก 10 พจน์แรก ()
- เราหา ได้ 29 จากตัวอย่างที่ 1 ดังนั้น เราสามารถใช้สูตร ได้เลยครับ
- แทนค่าในสูตร:
ดังนั้น ผลบวก 10 พจน์แรกของอนุกรมนี้คือ 155 ครับ
ข้อควรระวังสำหรับลำดับเลขคณิต:
- สับสน กับ : คือลำดับที่ของพจน์ (เช่น พจน์ที่ 5), ส่วน คือค่าของพจน์นั้นๆ ครับ เช่น ในลำดับ 2, 5, 8, … พจน์ที่ 3 () คือ 8 () ครับ
- การหา ผิดพลาด: คือ หรือ พจน์ขวา
− พจน์ซ้ายเสมอ ไม่ใช่พจน์ซ้าย− พจน์ขวา นะครับ หากลำดับลดลง จะติดลบครับ
ลำดับเรขาคณิต (Geometric Sequence)
ลำดับเรขาคณิตคือลำดับที่มีอัตราส่วนของพจน์ที่อยู่ติดกันเป็นค่าคงที่เสมอ ค่าคงที่นี้เรียกว่า อัตราส่วนร่วม (Common Ratio) ซึ่งเราใช้สัญลักษณ์ ครับ
ลองดูตัวอย่างครับ: 3, 6, 12, 24, …
จาก 3 ไป 6 คือคูณ 2
จาก 6 ไป 12 คือคูณ 2
จาก 12 ไป 24 คือคูณ 2
เห็นไหมครับว่าอัตราส่วนคือ 2 ตลอดเลย นั่นแปลว่า ครับ
การหาพจน์ทั่วไปของลำดับเรขาคณิต ()
สูตรสำหรับหาพจน์ที่ n ของลำดับเรขาคณิตคือ
- คือ พจน์ที่ n ที่เราต้องการหา
- คือ พจน์แรกของลำดับ
- คือ ลำดับที่ของพจน์ที่เราต้องการหา
- คือ อัตราส่วนร่วม
ตัวอย่างที่ 3: จงหาพจน์ที่ 5 ของลำดับเรขาคณิต 3, 6, 12, 24, …
วิธีทำ:
- จากลำดับที่กำหนดให้ เราได้
- หาอัตราส่วนร่วม :
- ต้องการหาพจน์ที่ 5 ดังนั้น
- แทนค่าในสูตร :
ดังนั้น พจน์ที่ 5 ของลำดับนี้คือ 48 ครับ
การหาผลบวก n พจน์แรกของอนุกรมเรขาคณิต ()
สูตรสำหรับหาผลบวก n พจน์แรกของอนุกรมเรขาคณิตมี 2 รูปแบบขึ้นอยู่กับค่า ครับ
กรณีที่ :
หรือสามารถใช้สูตรนี้ได้เช่นกันครับ (มักใช้เมื่อ เพื่อให้ตัวเลขในวงเล็บเป็นบวก แต่ผลลัพธ์สุดท้ายจะเท่ากันครับ)
กรณีที่ : ลำดับจะเป็น ดังนั้นผลบวก n พจน์แรกคือ
- คือ ผลบวก n พจน์แรก
- คือ จำนวนพจน์ที่นำมาบวกกัน
- คือ พจน์แรก
- คือ อัตราส่วนร่วม
ตัวอย่างที่ 4: จงหาผลบวก 5 พจน์แรกของอนุกรมเรขาคณิต 3, 6, 12, 24, …
วิธีทำ:
- จากตัวอย่างที่ 3 เราทราบว่า , และต้องการหาผลบวก 5 พจน์แรก ()
- เนื่องจาก เราจะใช้สูตร ครับ
- แทนค่าในสูตร:
ดังนั้น ผลบวก 5 พจน์แรกของอนุกรมนี้คือ 93 ครับ
ข้อควรระวังสำหรับลำดับเรขาคณิต:
- การหา ผิดพลาด: คือ หรือ พจน์ขวา
÷ พจน์ซ้ายเสมอ ไม่ใช่กลับกันนะครับ หากลำดับลดลง จะเป็นเศษส่วนหรือค่าระหว่าง -1 ถึง 1 ครับ - ระวังสับสนระหว่าง กับ : ในสูตร กำลังคือ แต่ในสูตร กำลังคือ ครับ
- กรณี : อย่าลืมใช้สูตรพิเศษ นะครับ เพราะถ้าใช้สูตรทั่วไป ตัวส่วนจะเป็น 0 ซึ่งไม่นิยามครับ
เทคนิคและมุมมองเพิ่มเติม
น้องๆ ครับ การทำความเข้าใจสูตรไม่ใช่แค่การจำ แต่คือการเข้าใจที่มาที่ไป และรู้ว่าจะใช้มันเมื่อไหร่ครับ
- ทำความเข้าใจความหมายของแต่ละตัวแปร: การรู้ว่า คืออะไร และสัมพันธ์กันอย่างไร จะช่วยให้เราเลือกใช้สูตรได้ถูกต้องและแก้ปัญหาได้หลายรูปแบบครับ
- การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน: ลำดับและอนุกรมไม่ได้อยู่แค่ในตำรานะครับ น้องๆ อาจจะเจอในเรื่องการออมเงิน (ดอกเบี้ยทบต้นเป็นเรขาคณิต), การเพิ่มจำนวนประชากร, การคำนวณระยะทางที่เคลื่อนที่แบบมีแบบแผน หรือแม้แต่ในการออกแบบลวดลายต่างๆ ครับ
- การมองหาความสัมพันธ์: ในโจทย์บางข้อ อาจจะไม่ได้บอกตรงๆ ว่าเป็นลำดับเลขคณิตหรือเรขาคณิต น้องๆ ต้องลองสังเกตความสัมพันธ์ระหว่างพจน์ที่ติดกันดูครับ ว่ามันบวก/ลบด้วยค่าคงที่ หรือคูณ/หารด้วยค่าคงที่
- ข้อผิดพลาดทั่วไป: นอกจากเรื่องการแทนค่าผิดพลาดแล้ว สิ่งที่พี่กฤษณ์พบบ่อยคือการผิดพลาดเรื่องลำดับการคำนวณ (Order of Operations) โดยเฉพาะกับเลขยกกำลังในลำดับเรขาคณิต อย่าลืมว่าต้องยกกำลังก่อนค่อยคูณนะครับ!
สรุปแนวคิดสำคัญ
พี่กฤษณ์ขอสรุปหัวใจสำคัญของลำดับและอนุกรมทั้งสองแบบอีกครั้งครับ
- ลำดับเลขคณิต: มีผลต่างร่วม
- พจน์ทั่วไป:
- ผลบวก n พจน์แรก: หรือ
- ลำดับเรขาคณิต: มีอัตราส่วนร่วม
- พจน์ทั่วไป:
- ผลบวก n พจน์แรก: (เมื่อ ) และ (เมื่อ )
การฝึกฝนทำโจทย์บ่อยๆ จะช่วยให้น้องๆ คุ้นเคยกับสูตรและแนวคิดเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีครับ โจทย์อาจจะมีการพลิกแพลงบ้าง เช่น ให้พจน์ที่ 3 และพจน์ที่ 7 มา แล้วให้น้องๆ หาสิ่งที่เหลือ ซึ่งก็ยังคงวนเวียนอยู่กับการใช้ความสัมพันธ์พื้นฐานของสูตรเหล่านี้แหละครับ
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจเรื่องการหาพจน์ทั่วไปและผลบวกของลำดับเลขคณิตและเรขาคณิตได้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ ถ้ามีข้อสงสัยตรงไหน หรืออยากเจาะลึกเนื้อหาคณิตศาสตร์อื่นๆ เพิ่มเติม พี่กฤษณ์ก็พร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้น้องๆ เก่งคณิตศาสตร์ได้อย่างแน่นอนครับ สามารถดูรายละเอียดคอร์สเรียนของพี่กฤษณ์ได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ มีทั้งคอร์สสดที่ได้มาเรียนรู้และสอบถามกันตัวต่อตัว คอร์สออนไลน์ที่ยืดหยุ่นเหมาะกับทุกตารางเวลา และคอร์สเรียนตัวต่อตัวที่สามารถปรับเนื้อหาให้เข้ากับความต้องการเฉพาะของน้องๆ ได้เลยครับ