Skip to content
Home » บทความ » ระยะห่างระหว่างจุดสองจุดในระนาบ

ระยะห่างระหว่างจุดสองจุดในระนาบ

ระยะห่างระหว่างจุดสองจุดในระนาบ

น้องๆ ครับ ในวิชาคณิตศาสตร์นั้น การหา ‘ระยะห่าง’ ถือเป็นแนวคิดพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งครับ ไม่ว่าจะเป็นระยะห่างระหว่างเมืองสองเมือง ระยะทางที่รถวิ่ง หรือแม้แต่ระยะห่างระหว่างจุดต่างๆ ในกราฟที่เราคุ้นเคยกันดี แต่สำหรับวันนี้ เราจะเน้นไปที่การหาระยะห่างระหว่างจุดสองจุดในระนาบพิกัดฉาก หรือที่เราเรียกว่า XY-Plane กันครับ

ทำความเข้าใจระนาบพิกัดฉากเบื้องต้น

ก่อนที่เราจะไปถึงสูตรการหาระยะห่าง พี่กฤษณ์ขอทบทวนเรื่องระนาบพิกัดฉากสักเล็กน้อยนะครับ ระนาบพิกัดฉากนั้นประกอบด้วยแกนสองแกนตั้งฉากกัน คือแกน X (แกนนอน) และแกน Y (แกนตั้ง) จุดทุกจุดบนระนาบนี้สามารถระบุตำแหน่งได้ด้วยพิกัด (x, y) โดยที่ x คือค่าพิกัดบนแกน X และ y คือค่าพิกัดบนแกน Y นั่นเองครับ

ลองนึกภาพว่าเรามีจุดสองจุดใดๆ บนระนาบนี้ เช่น จุด P_1 ที่มีพิกัด (x_1, y_1) และจุด P_2 ที่มีพิกัด (x_2, y_2) เป้าหมายของเราคือการหาสูตรที่จะคำนวณระยะห่างตรงๆ ระหว่างสองจุดนี้ครับ

ที่มาของสูตรระยะห่าง: ทฤษฎีบทพีทาโกรัส

น้องๆ อาจจะเคยได้ยินทฤษฎีบทพีทาโกรัสมาบ้างแล้วใช่ไหมครับ นั่นคือ a^2 + b^2 = c^2 ซึ่งใช้กับสามเหลี่ยมมุมฉาก โดย a และ b เป็นความยาวด้านประกอบมุมฉาก และ c เป็นความยาวด้านตรงข้ามมุมฉาก สูตรการหาระยะห่างระหว่างจุดสองจุดก็มีที่มาจากทฤษฎีบทนี้นี่แหละครับ

มาดูกันครับว่าเราใช้พีทาโกรัสได้อย่างไร

สมมติว่าเรามีจุด P_1(x_1, y_1) และ P_2(x_2, y_2) เราสามารถสร้างสามเหลี่ยมมุมฉากขึ้นมาได้โดยลากเส้นจาก P_1 ไปยังจุด Q(x_2, y_1) และลากเส้นจาก Q ไปยัง P_2 ครับ

  • ด้านแนวนอนของสามเหลี่ยมมุมฉากนี้คือระยะห่างตามแกน X ซึ่งมีความยาว | x 2 x 1 |
  • ด้านแนวตั้งของสามเหลี่ยมมุมฉากนี้คือระยะห่างตามแกน Y ซึ่งมีความยาว | y 2 y 1 |

ส่วนด้านตรงข้ามมุมฉากก็คือระยะห่าง d ที่เราต้องการหานั่นเองครับ

ดังนั้น โดยทฤษฎีบทพีทาโกรัส เราจะได้ว่า:

d 2 = ( | x 2 x 1 | ) 2 + ( | y 2 y 1 | ) 2 d^2 = (|x_2 – x_1|)^2 + (|y_2 – y_1|)^2

และเนื่องจากการยกกำลังสองทำให้ค่าบวกเสมอ เราจึงสามารถละเครื่องหมายค่าสัมบูรณ์ออกได้ครับ

สรุปเป็นสูตรการหาระยะห่าง d ระหว่างจุด P_1(x_1, y_1) และ P_2(x_2, y_2) ได้ดังนี้ครับ

d = ( x 2 x 1 ) 2 + ( y 2 y 1 ) 2 d = sqrt{(x_2 – x_1)^2 + (y_2 – y_1)^2}

สูตรนี้แหละครับคือกุญแจสำคัญที่เราจะนำไปใช้ในอีกหลายเรื่องเลย

ตัวอย่างที่ 1: การคำนวณระยะห่างโดยตรง

โจทย์: จงหาระยะห่างระหว่างจุด A(2, 3) และจุด B(5, 7) ครับ

วิธีทำ:

ให้จุด A เป็น (x_1, y_1) ดังนั้น x_1 = 2, y_1 = 3 ครับ

ให้จุด B เป็น (x_2, y_2) ดังนั้น x_2 = 5, y_2 = 7 ครับ

จากสูตรระยะห่าง d = ( x 2 x 1 ) 2 + ( y 2 y 1 ) 2 เราแทนค่าลงไปได้เลยครับ

d = ( 5 2 ) 2 + ( 7 3 ) 2 d = sqrt{(5 – 2)^2 + (7 – 3)^2}
d = ( 3 ) 2 + ( 4 ) 2 d = sqrt{(3)^2 + (4)^2}
d = 9 + 16 d = sqrt{9 + 16}
d = 25 d = sqrt{25}
d = 5 d = 5

ดังนั้น ระยะห่างระหว่างจุด A และจุด B คือ 5 หน่วยครับ ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ

การประยุกต์ใช้สูตรระยะห่าง

สูตรนี้ไม่ได้มีไว้แค่หาระยะห่างตรงๆ เท่านั้นนะครับ แต่ยังเป็นพื้นฐานในการแก้ปัญหาทางเรขาคณิตวิเคราะห์อีกหลายอย่างเลยครับ

  • การหาความยาวรอบรูปและพื้นที่ของรูปหลายเหลี่ยม: เราสามารถหาระยะห่างระหว่างจุดยอดแต่ละจุดของรูปหลายเหลี่ยม เพื่อหาความยาวด้าน แล้วนำไปคำนวณความยาวรอบรูป หรือใช้สูตรอื่นร่วมกับการหาระยะห่างเพื่อหาพื้นที่ครับ
  • การตรวจสอบว่าจุดสามจุดอยู่บนเส้นตรงเดียวกันหรือไม่ (Collinear): ถ้าจุดสามจุด A, B, C อยู่บนเส้นตรงเดียวกัน ระยะห่างระหว่าง A กับ B บวกกับระยะห่างระหว่าง B กับ C จะต้องเท่ากับระยะห่างระหว่าง A กับ C ครับ นั่นคือ A B + B C = A C นั่นเองครับ
  • การจำแนกชนิดของสามเหลี่ยม: เราสามารถใช้สูตรนี้คำนวณความยาวของด้านทั้งสามของสามเหลี่ยม จากนั้นนำความยาวที่ได้ไปตรวจสอบว่าเป็นสามเหลี่ยมด้านเท่า ด้านไม่เท่า หรือหน้าจั่วได้ครับ รวมถึงตรวจสอบว่าเป็นสามเหลี่ยมมุมฉากได้ด้วยทฤษฎีบทพีทาโกรัสย้อนกลับครับ
  • สมการวงกลม: นิยามของวงกลมคือเซตของจุดทั้งหมดที่อยู่ห่างจากจุดศูนย์กลางเป็นระยะทางคงที่ (รัศมี) สูตรระยะห่างจึงเป็นหัวใจหลักในการสร้างสมการวงกลมเลยครับ

ตัวอย่างที่ 2: การจำแนกชนิดของสามเหลี่ยม

โจทย์: จงตรวจสอบว่าสามเหลี่ยมที่มีจุดยอดอยู่ที่ P(1, 1), Q(4, 1) และ R(1, 5) เป็นสามเหลี่ยมชนิดใดครับ

วิธีทำ: เราต้องหาระยะห่างของแต่ละด้านของสามเหลี่ยมก่อนครับ

หาความยาวด้าน PQ:

ให้ P(x_1, y_1) = (1, 1) และ Q(x_2, y_2) = (4, 1)

P Q = ( 4 1 ) 2 + ( 1 1 ) 2 PQ = sqrt{(4 – 1)^2 + (1 – 1)^2}
P Q = ( 3 ) 2 + ( 0 ) 2 = 9 = 3 PQ = sqrt{(3)^2 + (0)^2} = sqrt{9} = 3

หาความยาวด้าน QR:

ให้ Q(x_1, y_1) = (4, 1) และ R(x_2, y_2) = (1, 5)

Q R = ( 1 4 ) 2 + ( 5 1 ) 2 QR = sqrt{(1 – 4)^2 + (5 – 1)^2}
Q R = ( 3 ) 2 + ( 4 ) 2 = 9 + 16 = 25 = 5 QR = sqrt{(-3)^2 + (4)^2} = sqrt{9 + 16} = sqrt{25} = 5

หาความยาวด้าน RP:

ให้ R(x_1, y_1) = (1, 5) และ P(x_2, y_2) = (1, 1)

R P = ( 1 1 ) 2 + ( 1 5 ) 2 RP = sqrt{(1 – 1)^2 + (1 – 5)^2}
R P = ( 0 ) 2 + ( 4 ) 2 = 16 = 4 RP = sqrt{(0)^2 + (-4)^2} = sqrt{16} = 4

เราได้ความยาวด้านคือ 3, 5, และ 4 หน่วย

ลองตรวจสอบว่าเข้าข่ายสามเหลี่ยมมุมฉากหรือไม่ โดยใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัสย้อนกลับ: a 2 + b 2 = c 2

3 2 + 4 2 = 9 + 16 = 25

5 2 = 25

จะเห็นว่า 3 2 + 4 2 = 5 2 ครับ

ดังนั้น สามเหลี่ยม PQR เป็น สามเหลี่ยมมุมฉาก ครับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้สูตรระยะห่าง

ถึงแม้สูตรจะดูง่าย แต่ก็มีหลายจุดที่น้องๆ มักจะพลาดกันบ่อยๆ นะครับ พี่กฤษณ์รวบรวมมาให้แล้ว:

  • สลับพิกัด X และ Y: บางทีน้องๆ อาจเผลอเอา ( x 2 y 1 ) 2 หรือสลับตัวเลขภายในวงเล็บ เช่น ( x 1 x 2 ) 2 ซึ่งจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ผิดนักเพราะเมื่อยกกำลังสองแล้วได้ค่าเท่ากัน แต่เพื่อความสอดคล้อง แนะนำให้ยึด ( x 2 x 1 ) 2 จะดีกว่าครับ
  • เครื่องหมายผิดพลาดเมื่อมีพิกัดติดลบ: การลบพิกัดที่มีค่าลบ เช่น ( 2 5 ) 2 หรือ ( 3 ( 4 ) ) 2 ต้องระวังเรื่องเครื่องหมายลบกับลบเป็นบวกให้ดีครับ
  • ลืมยกกำลังสอง หรือลืมถอดรากที่สอง: บางครั้งคำนวณในวงเล็บเสร็จก็ลืมยกกำลังสอง หรือพอได้ผลรวมข้างในรากแล้วก็ลืมถอดรากที่สองครับ
  • คำนวณผิดพลาด: เป็นข้อผิดพลาดพื้นฐานที่พบได้บ่อยที่สุด การบวก ลบ คูณ หาร และยกกำลังผิด อาจทำให้คำตอบคลาดเคลื่อนได้ครับ

เทคนิคทำข้อสอบและมุมมองเพิ่มเติม

เพื่อให้น้องๆ ทำข้อสอบได้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น พี่กฤษณ์มีคำแนะนำเพิ่มเติมครับ

  • วาดภาพประกอบ: ถ้าโจทย์ไม่ได้ซับซ้อนมาก การวาดรูปจุดและเส้นต่างๆ บนระนาบพิกัดจะช่วยให้เราเห็นภาพและเข้าใจโจทย์ได้ดียิ่งขึ้นครับ
  • ฝึกฝนบ่อยๆ: ไม่มีอะไรดีไปกว่าการฝึกทำโจทย์หลากหลายรูปแบบครับ ยิ่งฝึกมาก ยิ่งคล่อง ยิ่งชำนาญครับ
  • ตรวจสอบคำตอบ: หลังจากได้คำตอบแล้ว ลองคิดย้อนกลับไป หรือดูจากรูปที่วาดคร่าวๆ ว่าคำตอบที่ได้มีความสมเหตุสมผลหรือไม่ครับ
  • เชื่อมโยงกับแนวคิดอื่น: สูตรระยะห่างนี้เป็นพื้นฐานสำคัญของเรขาคณิตวิเคราะห์ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเส้นตรง วงกลม พาราโบลา วงรี หรือไฮเพอร์โบลา การเข้าใจรากฐานนี้อย่างถ่องแท้จะทำให้น้องๆ เข้าใจแนวคิดที่ซับซ้อนขึ้นได้ง่ายขึ้นครับ

นอกเหนือจากระนาบสองมิติแล้ว แนวคิดของการหาระยะห่างยังสามารถขยายไปสู่สามมิติได้อีกด้วยนะครับ หากเรามีจุดสองจุดในสามมิติ คือ P_1(x_1, y_1, z_1) และ P_2(x_2, y_2, z_2) สูตรก็จะขยายเป็น d = ( x 2 x 1 ) 2 + ( y 2 y 1 ) 2 + ( z 2 z 1 ) 2 ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันที่ขยายมิติออกไปครับ

สรุปแนวคิดสำคัญ

น้องๆ ครับ การหาระยะห่างระหว่างจุดสองจุดในระนาบเป็นพื้นฐานที่สำคัญมากๆ ในคณิตศาสตร์นะครับ หัวใจสำคัญคือการเข้าใจที่มาของสูตรจากการใช้ทฤษฎีบทพีทาโกรัส และการแทนค่าลงในสูตร d = ( x 2 x 1 ) 2 + ( y 2 y 1 ) 2 ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ระมัดระวังเรื่องเครื่องหมายและขั้นตอนการคำนวณให้ดี เพียงเท่านี้น้องๆ ก็จะสามารถแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับระยะห่างได้อย่างมั่นใจแล้วครับ

พี่กฤษณ์หวังว่าบทความนี้จะทำให้น้องๆ เข้าใจเรื่องระยะห่างระหว่างจุดสองจุดได้ชัดเจนขึ้นนะครับ ถ้าหากน้องๆ อยากเรียนรู้คณิตศาสตร์เพิ่มเติมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หรือมีข้อสงสัยอยากถามพี่กฤษณ์โดยตรง ก็สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์นี้เลยครับ พี่กฤษณ์มีทั้งคอร์สสด คอร์สออนไลน์ และแบบตัวต่อตัวที่สามารถปรับเนื้อหาให้เข้ากับน้องๆ ได้เลยนะครับ มาร่วมสนุกกับการเรียนคณิตศาสตร์กับพี่กฤษณ์นะครับ

Join the conversation

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *