การพิจารณาว่ากราฟที่กำหนดเป็นฟังก์ชันหรือไม่
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีพิจารณากราฟ เรามาย้อนทำความเข้าใจกันก่อนว่า “ฟังก์ชัน” คืออะไรกันแน่ครับ น้องๆ คงเคยได้ยินคำว่า “ฟังก์ชัน” กันมาบ้างแล้ว ฟังก์ชันคือความสัมพันธ์ชนิดหนึ่งที่มีเงื่อนไขพิเศษครับ นั่นคือ สำหรับสมาชิกแต่ละตัวในโดเมน (หรือค่าอินพุต ) จะต้องมีความสัมพันธ์กับสมาชิกในโคโดเมน (หรือค่าเอาต์พุต ) เพียงตัวเดียวเท่านั้นครับ พูดง่ายๆ ก็คือ หนึ่งอินพุต ให้หนึ่งเอาต์พุตเสมอ จะไม่มีทางที่อินพุตตัวเดียวไปให้เอาต์พุตได้สองค่าหรือมากกว่านั้นครับ
ถ้าเราลองมองในแง่ของกราฟบนระนาบ แกน ก็คือค่าอินพุต ส่วนแกน ก็คือค่าเอาต์พุต การที่อินพุตตัวเดียวให้เอาต์พุตได้หลายค่า หมายความว่า ที่ค่า ค่าหนึ่ง กราฟจะมีจุดอยู่มากกว่าหนึ่งจุดบนแนวตั้งเดียวกันครับ ซึ่งตรงนี้เองที่นำไปสู่เทคนิคการตรวจสอบกราฟที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุดครับ
กฎการทดสอบเส้นตรงแนวตั้ง (Vertical Line Test หรือ VLT)
เทคนิคนี้เป็นหัวใจสำคัญในการพิจารณาว่ากราฟใดเป็นฟังก์ชันหรือไม่ครับ กฎการทดสอบเส้นตรงแนวตั้งกล่าวไว้ว่า:
“กราฟใดๆ จะเป็นฟังก์ชัน ก็ต่อเมื่อ ไม่มีเส้นตรงแนวตั้งเส้นใดๆ ที่ลากผ่านกราฟแล้วตัดกราฟมากกว่าหนึ่งจุด”
ฟังดูง่ายๆ ใช่ไหมครับ? ลองจินตนาการว่าน้องๆ มีไม้บรรทัดอันหนึ่ง แล้วลากมันในแนวตั้ง (ขนานกับแกน ) จากซ้ายไปขวาบนระนาบกราฟ ถ้าไม่ว่าน้องๆ จะลากไม้บรรทัดไปตรงไหนของกราฟ ไม้บรรทัดนั้นตัดกราฟเพียงแค่จุดเดียวเสมอ แสดงว่ากราฟนั้นเป็นฟังก์ชันครับ แต่ถ้ามีแม้แต่จุดเดียวที่ไม้บรรทัดตัดกราฟมากกว่าหนึ่งจุดเมื่อไหร่ นั่นหมายความว่ากราฟนั้นไม่ใช่ฟังก์ชันทันทีครับ
ทำไม VLT ถึงใช้งานได้?
ก็เพราะว่าเส้นตรงแนวตั้งแต่ละเส้นแทนค่า ค่าใดค่าหนึ่งบนแกน ถ้าเส้นตรงแนวตั้งนั้นตัดกราฟมากกว่าหนึ่งจุด หมายความว่าสำหรับค่า เพียงค่าเดียว กลับให้ค่า ได้มากกว่าหนึ่งค่าครับ ซึ่งขัดแย้งกับนิยามของฟังก์ชันโดยตรงนั่นเองครับ
ตัวอย่างกราฟที่เป็นฟังก์ชัน
มาดูตัวอย่างกราฟที่ผ่านการทดสอบเส้นตรงแนวตั้งและเป็นฟังก์ชันกันครับ
-
กราฟเส้นตรง (Linear Function): เช่น
กราฟจะเป็นเส้นตรงที่เอียงขึ้นหรือลงครับ ไม่ว่าเราจะลากเส้นตรงแนวตั้งไปตรงไหน มันก็จะตัดกราฟเพียงจุดเดียวเสมอครับ
-
กราฟพาราโบลาหงายหรือคว่ำ (Quadratic Function): เช่น
กราฟจะมีลักษณะเป็นรูปตัว U หงายหรือคว่ำครับ เมื่อลากเส้นตรงแนวตั้งผ่านกราฟ จะตัดกราฟแค่จุดเดียวเท่านั้นครับ
-
กราฟฟังก์ชันกำลังคี่ (Cubic Function): เช่น
กราฟจะมีลักษณะโค้งเป็นรูปตัว S ครับ ไม่ว่าจะลากเส้นตรงแนวตั้งไปที่ใด ก็จะตัดกราฟเพียงหนึ่งจุดเสมอครับ
-
กราฟฟังก์ชันค่าสัมบูรณ์ (Absolute Value Function): เช่น
กราฟจะเป็นรูปตัว V ครับ เมื่อลากเส้นตรงแนวตั้งผ่าน จะตัดกราฟแค่จุดเดียวครับ
-
กราฟฟังก์ชันรากที่สอง (Square Root Function): เช่น
กราฟจะเริ่มต้นจากจุดกำเนิดและโค้งไปทางขวาด้านบนครับ เส้นตรงแนวตั้งจะตัดกราฟเพียงจุดเดียวสำหรับค่า ที่มากกว่าหรือเท่ากับศูนย์ครับ
ตัวอย่างกราฟที่ไม่เป็นฟังก์ชัน
คราวนี้มาดูตัวอย่างกราฟที่ไม่เป็นฟังก์ชันกันบ้างครับ กราฟเหล่านี้จะไม่ผ่านการทดสอบเส้นตรงแนวตั้งครับ
-
กราฟวงกลม (Circle): เช่น
วงกลมเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดครับ เมื่อเราลากเส้นตรงแนวตั้งผ่านวงกลม ยกเว้นที่จุดปลายซ้ายสุดและขวาสุด เส้นตรงจะตัดวงกลมถึงสองจุดเสมอ นั่นหมายความว่าอินพุต หนึ่งค่าให้เอาต์พุต ได้ถึงสองค่า (ค่าหนึ่งเป็นบวก อีกค่าเป็นลบ) จึงไม่เป็นฟังก์ชันครับ
-
กราฟวงรีที่แกนเอกอยู่ในแนวตั้ง (Vertical Ellipse): เช่น โดยที่
คล้ายกับวงกลมครับ เส้นตรงแนวตั้งจะตัดวงรีสองจุด (ยกเว้นที่จุดปลาย) จึงไม่เป็นฟังก์ชันครับ
-
กราฟพาราโบลาตะแคง (Parabola opening sideways): เช่น
กราฟนี้จะเปิดไปทางขวาหรือซ้ายครับ เมื่อเราลากเส้นตรงแนวตั้งผ่านส่วนโค้งของกราฟ มันจะตัดกราฟถึงสองจุด (ยกเว้นที่จุดยอด) แสดงว่า หนึ่งค่าให้ ได้สองค่า (เช่น จะได้ และ ) จึงไม่เป็นฟังก์ชันครับ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและสิ่งที่ควรระวัง
น้องๆ บางคนอาจจะพลาดได้ในบางจุดนะครับ พี่กฤษณ์มีข้อควรระวังมาฝากครับ
- อย่าลืมทดสอบทุกช่วงของกราฟ: บางส่วนของกราฟอาจดูเหมือนเป็นฟังก์ชัน แต่บางส่วนอาจจะไม่ใช่ครับ น้องๆ ต้องลากเส้นตรงแนวตั้งครอบคลุมทุกส่วนของกราฟที่มีอยู่ครับ
-
กราฟแบบแยกส่วน (Piecewise Functions): กราฟบางชนิดถูกกำหนดให้มีนิยามหลายส่วน เช่น <math data-latex="f(x) = begin{cases} x & text{if } x
แม้จะมีหลายส่วนแต่ถ้าแต่ละ ให้ เพียงค่าเดียว ก็ยังถือว่าเป็นฟังก์ชันครับ สิ่งสำคัญคือต้องระวังจุดที่ฟังก์ชันเปลี่ยนนิยาม ถ้ามีจุดโปร่งหรือจุดทึบซ้อนกัน น้องๆ ต้องพิจารณาว่าค่า นั้นให้ค่า ได้กี่ค่าครับf ( x ) = { x if x < 0 x 2 if x ≥ 0 f(x) = begin{cases} x & text{if } x < 0 \ x^2 & text{if } x geq 0 end{cases} - กราฟที่มีช่องว่างหรือโดเมนจำกัด: การมีช่องว่างหรือการที่กราฟไม่ได้ครอบคลุมทุกค่า ไม่ได้ทำให้กราฟนั้นไม่ใช่ฟังก์ชันโดยอัตโนมัติครับ ตราบใดที่สำหรับทุกค่า ที่มีกราฟ เส้นตรงแนวตั้งยังคงตัดกราฟเพียงจุดเดียว ก็ยังเป็นฟังก์ชันครับ
ความสำคัญของการเข้าใจฟังก์ชัน
ทำไมน้องๆ ถึงต้องมานั่งพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง? การเข้าใจว่าอะไรคือฟังก์ชันหรือไม่ใช่ฟังก์ชันมีความสำคัญหลายอย่างในวิชาคณิตศาสตร์ครับ
- พื้นฐานสู่แคลคูลัส: แคลคูลัสส่วนใหญ่จะศึกษาพฤติกรรมของฟังก์ชัน เช่น อัตราการเปลี่ยนแปลง (อนุพันธ์) และการสะสม (ปริพันธ์) ถ้าไม่เข้าใจฟังก์ชัน ก็จะเรียนแคลคูลัสได้ยากครับ
- การสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์: ในวิทยาศาสตร์และวิศวกรรม เราใช้ฟังก์ชันเพื่อสร้างแบบจำลองปรากฏการณ์ต่างๆ เช่น การเติบโตของประชากร การเคลื่อนที่ของวัตถุ การเข้าใจฟังก์ชันช่วยให้เราสร้างแบบจำลองที่ถูกต้องและมีประสิทธิภาพได้ครับ
- ฟังก์ชันผกผัน (Inverse Functions): การที่เราจะหาฟังก์ชันผกผันได้ ฟังก์ชันเริ่มต้นต้องเป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่ง (one-to-one function) ซึ่งการตรวจสอบความเป็นฟังก์ชันหนึ่งต่อหนึ่งก็จะคล้ายกับการทดสอบเส้นตรงแนวตั้ง แต่เป็นการทดสอบเส้นตรงแนวนอนครับ (Horizontal Line Test) ซึ่งเป็นแนวคิดที่สัมพันธ์กันครับ
สรุปแนวคิดสำคัญ
จำไว้ง่ายๆ เลยครับว่าฟังก์ชันคือความสัมพันธ์ที่อินพุตแต่ละตัวมีเอาต์พุตได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น และวิธีที่ง่ายที่สุดในการตรวจสอบจากกราฟคือการใช้ กฎการทดสอบเส้นตรงแนวตั้ง ครับ (Vertical Line Test) ถ้าเส้นตรงแนวตั้งเส้นใดๆ ก็ตามที่ลากผ่านกราฟแล้วตัดกราฟมากกว่าหนึ่งจุด กราฟนั้นจะไม่ใช่ฟังก์ชันครับ แต่ถ้าตัดเพียงจุดเดียวเสมอ ก็เป็นฟังก์ชันครับ
พี่กฤษณ์หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจแนวคิดเรื่องฟังก์ชันจากกราฟได้ชัดเจนมากขึ้นนะครับ การเรียนรู้คณิตศาสตร์ต้องอาศัยความเข้าใจในแต่ละส่วนอย่างถ่องแท้ แล้วค่อยๆ เชื่อมโยงแนวคิดเข้าหากันครับ
หากน้องๆ อยากเจาะลึกคณิตศาสตร์ให้เข้าใจถึงแก่นแท้ ได้เทคนิคการทำโจทย์ที่หลากหลาย และมีพี่กฤษณ์คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด น้องๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเรียนของพี่กฤษณ์ได้ในเว็บไซต์นี้เลยนะครับ มีทั้งคอร์สสดที่น้องๆ สามารถมาเรียนกับพี่กฤษณ์โดยตรง คอร์สออนไลน์ที่ยืดหยุ่นเหมาะกับทุกตารางเวลา และคอร์สตัวต่อตัวสำหรับน้องๆ ที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษครับ มาเรียนคณิตศาสตร์ให้สนุกและเข้าใจไปพร้อมๆ กันนะครับ พี่กฤษณ์รออยู่นะครับ